ข้อความต้นฉบับในหน้า
และมียอดสูงเทียมเมฆ แถวอันเรียงรายของวิหารดูเหมือน
ว่าเทวดาเป็นผู้สร้าง เหมือนพวงมาลัยที่แขวนไว้บนที่สูง
นาลันทามีโบสถ์ต่างๆ ที่สว่างไสวด้วยรังสีจากรัตนะ ที่
ประดับประดาโบสถ์อยู่ภายใน ดูงามเหมือนเขาพระสุเมรุ
อันเป็นที่อยู่ของเหล่าวิทยาธรผู้สูงศักดิ์
หอคอยต่างๆ ที่สูงและสง่างาม เป็นจุดเด่นของ
มหาวิทยาลัย ยืนเรียงรายเป็นแถวอยู่บนหลังคาอาคาร
เหนือกำแพงที่ล้อมรอบ ปัจจุบันไม่มีหอคอยเหล่านี้เหลือให้
เห็นอีกต่อไปแล้ว
มีการขุดค้นพบทางโบราณคดีทำให้ค้นพบวัด
๑๑
แห่งในนาลันทามีช่องทางเดินระหว่างวัด มีสิ่งก่อสร้างเดิมที่
ไม่เชื่อมถึงกัน มีการทำช่องทางน้ำไหลระบายระหว่างชั้น
ต่อชั้น สิ่งก่อสร้างทั้งหมดแข็งแรงมั่นคง และถึงแม้จะไม่ได้
ใช้วัสดุกันไฟ แต่ก็ไม่ถูกไฟไหม้ทั้งหมด
การใช้มหาวิหารเป็นมหาวิทยาลัย
เส้นทางการค้าจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไปยังทิศ
ตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างอินเดียภาคเหนือ และแคว้นมคธ
ในระยะที่พุทธศาสนาและลัทธิเซนเกิดขึ้น ๔๐๐-๕๐๐
ก่อนคริสต์ศักราช
นาลันทาอยู่บนเส้นทางการค้าดังกล่าวถึงแม้จะไม่
มีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ตาม อยู่ห่างจากราชคฤห์ เมืองหลวง
ของแคว้นมคธ และอยู่ใกล้กับแม่น้ำคงคา ทำให้เส้นทาง
คมนาคมสะดวก สถานที่จึงเจริญขึ้น จากสภาพหมู่บ้านมา
เป็นเมือง ที่มีผู้บรรยายไว้ว่า “เป็นเมืองที่มีอำนาจเจริญ
รุ่งเรืองและเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย” (เกวิทธสูตร ทีฆนิกาย)
ศาสดาของศาสนาต่างๆ จึงมุ่งมาสู่เมืองนี้ มีพระพุทธเจ้า
นิครนถนาฏบุตร และมักขลิโคสาล เป็นต้น
นาลันทา เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่นับถือเซน
เพราะคาสนาเชนเกิดขึ้นที่นี่ เมื่อโคสาลและมหาวิระได้
ขัดแย้งกัน มหาวิระจึงได้แยกออกมาตั้งศาสนาเชน นาลันทา
เป็นเมืองที่มีสถานที่ที่สวยงามอยู่ ๒ แห่ง คือ หัสดียาม (ดู
เชนสูตร) และสวนมะม่วงของเศรษฐีชื่อปาวาริกะ ซึ่งได้ให้
สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ประทับแรมของพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จ
เยือนนาลันทา
ต่อมา นาดันทา เป็นที่ยกย่องของชาวพุทธว่าเป็น
๔๖ | 01 มีนาคม พ.ศ. 80 0065
สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เพราะมีความเกี่ยวพันกับพระพุทธเจ้า
แต่นี่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย เพราะนาดันทาไม่ได้มีชื่อเสียงว่า
เป็นเมืองที่สำคัญของพุทธคาสนาแต่อย่างใด กษัตริย์คุปตะ
พระองค์หนึ่ง ทรงสร้างวัดซึ่งกลายเป็นวัดหรือมหาวิหารที่
สำคัญ ที่อาจารย์ของฝ่ายเชนกล่าวทำนายว่า วัดนี้จะมีชื่อ
เสียงไปไกล และเป็นวัดมหาวิทยาลัยแบบอย่างของโลก
นาลันทาแห่งคุปตะ
ภิกษุส่วนจัง เล่าถึงการก่อตั้งนาลันทาไว้ และ
พระภิกษุรูปหนึ่งชาวเกาหลี มีชื่อว่าปรัชญาวรมัน ได้เล่าถึง
นาลันทาที่ท่านได้ไปเยือนอีก ๔๐๐ ปีต่อมา ไว้ตรงกันว่า
ผู้ก่อตั้งนาดันทา คือ คักราทิตยะ ซึ่งค้นพบจากตราประทับ
ในนาดันทา กรานิตยะ หรือ กุมารคุปตะหรือ มเหนทรา-
ทิตยา ที่ ๑ ทรงครองราชย์อยู่ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๘-๗๙๘
ภิกษุฟาเรียน ได้เดินทางทางตอนเหนือของอินเดีย พ.ศ.
๙๔๓-๘๕๔ และแวะที่เมืองปาฏลีบุตรและคยา ซึ่งอยู่ไม่ไกล
จากนาลันทาทั้งสองแห่ง แต่ท่านพูดถึงหมู่บ้านนาละ ซึ่งอยู่
ใกล้กับนาลันทาเท่านั้น เพราะนาละเป็นสถานที่เกิดของ
พระสารีบุตร (แต่ Otoรก ผู้เขียน A ธบฬ6 10 ผลเลิกปลิ
กล่าวว่า ชื่อ นาละ นาลทะ นาลูกคาม และนากันทา ล้วน
เป็นชื่อเดียวกัน) ถ้าหากนาลันทามิได้สร้างขึ้นในสมัย
พระเจ้ากุมารคุปตะที่ ๑ ก็เป็นเหตุผลว่าเหตุใดภิกษุฟาเหียน
จึงมิได้กล่าวถึง
ด
ภิกษุปรัชญาวรมัน เขียนไว้ว่า “มีการก่อสร้าง
แล้วก็หยุดชะงัก” กษัตริย์องค์อื่นๆ ในราชวงศ์คุปตะ ก็ได้
สร้างวัดเพิ่มเติมจากของเดิม มีกษัตริย์พุทธคุปตะ ตถาคต-
คุปตะ พาลาหิตยะ และวัชระ
พุทธคุปดะ (ลูกหรือหลานของคักราทิตยะ) สร้างวัด
ทางตอนใต้
ดถาคดคุปตะ สร้างทางตะวันออกของพุทธคุปตะ
พาลาทิตยะ สร้างศาลา ๓ ชั้น (วัดและโบสถ์ผสม
กัน)
วัชระ สร้างวัดทางทิศตะวันตกของพาลาทิตยะ
ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาสร้างราว ๑ ศตวรรษกับอีก ๑๐ ปี
ภิกษุส่วนจัง บันทึกไว้อีกว่า หลังสมัยวัชระ
มีกษัตริย์จากภาคกลางของอินเดียสร้างวัดใหม่ทางตอนเหนือ