ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลักฐาน “ธรรมกาย” ในคัมภีร์ : พระมหาสมเกียรติ วรยโส (ป.ธ. ๙)
วิธีเข้าถึงธรรมกายในคัมภีร์
๔๐
(ตอนจบ)
คำว่า ขันธ์ ซึ่งแปลว่า กอง กลุ่ม ก้อน หมวด หรือ
มีคุณประโยชน์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ท่าน
ใช้คำว่า ดวง ซึ่งมีลักษณะกลมใส เป็นธรรมขันธ์ที่เห็นได้ด้วย
ใจ ดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ในพระสูตรนี้ ได้บอกจำแนก
ความไว้ชัดเจนขึ้น ป้องกันความสงสัยในพุทธพจน์ที่ว่า
คราวแรกพระองค์ตรัสแล้วมิใช่หรือว่า เป็นผู้มีศีล และ ละ
นิวรณ์ ๕ ได้แล้วก็น่าจะหมายถึงมีศีลและมีสมาธิอยู่แล้วมิใช่
หรือ เหตุใดพระองค์จึงตรัสสีสชัฐและสมาธิขันธ์ซ้ำอีกเล่า
ถ้าจะกล่าวความให้ชัดตามหลักปฏิบัติของหลวงพ่อวัด
ปากน้ำฯ ก็พอจะอธิบายได้ว่า
คำว่า เป็นผู้มีศีล นั้นหมายถึงศีลในหลักปริยัติ ปฏิบัติ
เพื่อความ สงบกายวาจา เป็นไปเพื่ออุปจารสมาธิ
แต่ ศีสชัน/ที่พระองค์ตรัสนั้นหมายถึง ศีลที่เข้าถึง
ได้ เป็นอธิศีล เกิดขึ้นหลังจากละนิวรณ์ ๕ เบื้องต้นอันเป็น
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
๕
อุปจารสมาธิ จะเห็นศีลขันธ์ เป็นดวงใสในที่นี้หมายถึง
โลกุตตรศีล เห็นได้ด้วยใจ เห็นแล้วมีความสุข ชุ่มชื่นเบิกบาน
แสดงถึงความเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ไม่ขาดไม่ทะลุ ไม่ต่างไม่พร้อย
จะเห็นชัดดัดความสงสัยได้ เป็นไปเพื่อสมาธิขันธ์
(ดวงสมาธิ ที่เป็นอัปปนาสมาธิ ในที่นี้คือโลกุตตรสมาธิ)
และน่าการสลัดออกจากภพ ทั้งเป็นภูมิแห่งปัจจเวกขณญาณ
(ภวนิสสรณาวห์ โหติ ปัจจเวกขณญาณสฺส จ ภูมิ ฯ
วิสุทธิมรรค ภาค ๑ หน้า ๑๖)
ค่า ว่า ละองค์ ๕ (นิวรณ์) ได้นั้น หมายถึง การที่ใจ
หยุดนิ่งเบื้องต้น เป็นอุปจารสมาธิ เพราะละนิวรณ์ ๕ ได้แล้ว
แต่ยังไม่เป็นดวงใสบริสุทธิ์ธงคณานทั้งหลายจึงยังไม่เกิดกำ ลัง
(อุปจารมีย์ นีวรณปปนาเนน จิตต์ สมาร์ต โหติ อุปจาเร
องฺคานิ น ถามชาตาน โหนติ วิสุทธิมรรค ๑ หน้า ๑๖๐)
ส่วนคำ ว่า สมาธิขันธ์ หรือดวงสมาธินั้น หมายถึง