ข้อความต้นฉบับในหน้า
แปลว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนี้มีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็น
ใหญ่ สำเร็จมาจากใจ ถ้าใจเราดี ใจเราผ่องใสแล้ว จะพูด
จะทำก็พลอยดีไปด้วย เพราะการพูดหรือท่าดีนั้น ความสุข
ย่อมดีดตามตน เหมือนเงาตามตัวฉะนั้น
ยายจึงเป็นนักสร้างบารมีที่มีความสุข เพราะใจ
ยายใส มีคำพูดมีการกระทำที่ใส รับรองสมดังพุทธพจน์ที่
หลวงพี่ยกมาให้พวกเราได้ฟัง ตรงตามทุกประการ
นอกจากสิ่งที่ยายมีการพูด มีการกระทำที่ใสๆ แล้ว สิ่งรอบ
ตัวยายใส สะอาด
เมื่อก่อนเคยยกตัวอย่างเรื่องห้องน้ำไปแล้ว สถานที่
ไปแล้ว วันนี้นึกถึงภาพหนึ่งอยากเล่าให้พวกเราฟังคือ
โต๊ะหมู่ของคุณยาย ถ้าใครเคยดูภาพเก่าๆ คือภาพบ้าน
ธรรมประสิทธิ์ จะเห็นยายนั่งสมาธิอยู่หน้าโต๊ะหมู่ จะมีพระ
ที่บนโต๊ะหมู่อยู่หลายองค์ มีสีขาวบ้าง สีทองบ้าง เป็นแก้วบ้าง
โต๊ะหมู่คุณยายสะอาดมาก พระท่านก็สะอาด ที่ใสก็ใส่เลย
นี่ส่วนที่เห็นเอง ส่วนที่เล่าให้ฟังคือ หลวงพ่อธัมมชโย
ท่านเล่าให้ฟัง เพราะว่าหลวงพ่อเจอคุณยายก่อน หลวงพ่อ
เล่าให้ฟังว่าสมัยที่เขาเอาพระมาถวายยายนั้นยังไม่ใสขนาดนี้
แต่แปลกของไม่ใสอยู่กับคุณยายผู้มีใจใส ของนั้นก็พลอยใส
ไปด้วย ฉะนั้นพระบนโต๊ะหมู่ยายไส ใสมาก ใครเห็นจะรู้ว่า
พระยายใส คนไปนั่งธรรมะก็พลอยใจใสไปด้วย
มีพระองค์หนึ่งที่หลวงพ่อของเราใช้สอนสมาธิ
เขียนชื่อไว้ที่ฐานพระว่า โลกนาโถ เป็นรูปหล่อเกตุดอกบัวตูม
แก้วหล่อเกตุดอกบัวตูมนี้ เห็นทุกครั้งรู้สึกว่าดีใจทุกครั้งที่ได้
พระองค์นี้เป็นนิมิตในการทำสมาธิ ใครไปบ้านธรรมประสิทธิ์
ก็จะใช้พระนี้เป็นเครื่องทำสมาธิ เป็นนิมิตในการทำสมาธิ
นานไปนานไป ปรากฏพระที่ทำสมาธินี่โส ใสมาก เพราะอะไร?
เพราะว่าตอนที่เขาถวายพระโลกนาโถ ๒ องค์ คราวย้ายบ้าน
เมื่อพระ ๒ องค์ เอามาย้ายพร้อมๆ กัน จะเห็นชัดว่าพระ
ที่มาถวายตอนแรกๆ นั้นใส่พอๆ กัน แต่พอพระองค์หนึ่ง
เป็นนิมิตในการทำสมาธิ ผ่านการเป็นนิมิตมานาน หลาย
คนเอามาไว้ที่ศูนย์กลางกายบ่อยเข้า พระองค์นั้นเลยใส
มากกว่าปกดี ใสเป็นประกายขึ้นมา
หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟัง ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าอะไร
ก็ตาม ตกอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ใจของเรานั้นจะมีอานุภาพ
ทำให้ใส่ได้ ยิ่งใจของคุณยายที่มีธรรมะอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ใส
ได้เร็วขึ้น แล้วท่านให้กำลังใจพวกเราว่า แม้พวกเราเหมือนกัน
ถ้าเกิดตั้งใจจริง มีดวงแก้วหรือมีองค์พระน่าท่านมาเป็น
นิมิตบ่อยๆ นึกถึงท่านที่ศูนย์กลางกายบ่อยๆ ในที่สุดแล้ว
พระหรือดวงแก้วของเราก็จะใสเช่นเดียวกัน หลวงพ่อก็ยก
ตัวอย่างของท่านว่า ท่านก็เคยหาแก้วขุ่นมานั่งสมาธิ
จนกระทั่งใส
พวกเราฟังท่านแล้วดีใจ เพราะเห็นความใสนั้น
ทำให้เกิดความสุข นัดกันเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ว่าเราน่าจะ
ทำตามบ้าง ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ขอให้ท่าดู แล้วก็ชวนกัน
นั่งธรรมะที่บ้านธรรมประสิทธิ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ชวนกัน
ไปหาบูชาพระที่เสาชิงช้า ไปบูชาพระแก้วองค์เล็กๆ จะหา
มีเกตุดอกบัวตูม หาไม่มี มีแต่เกตุเปลวเพลิง จะหาใสๆ ก็
ไม่ค่อยมีมีแต่เป็นแก้วที่ไม่ค่อยใสนัก แต่ก็นึกในใจว่า ไม่เป็นไร
ไม่ใสไม่เป็นไร เพราะมีสิทธิ์ที่จะน่ามากลั่นด้วยความจริงใจ
ของเราได้
๓
ว่าแล้วก็บูชามาคนละองค์ แล้วตั้งใจกันว่าพรรษานี้
เดือน เราจะมานั่งกลั่นใจของเราบ้าง เอาพระนี่แหละ
กลั่นใจของเรา นึกถึงเป็นนิมิต กลั่นใจเราให้ใสบ้าง ๓ เดือน
แล้วมาดูกันว่าพระใครจะใสขึ้นมาบ้าง สนุกดี ตอนนี้สนุกดี
เอามาถึงคราวนี้ขยันขึ้น ที่ไม่เคยขยันก็ขยันขึ้น ต้องขยัน
นั่งธรรมะทุกเช้า ทุกเย็น และที่มีเวลาว่าง เพราะอะไร?
เพราะกลัวว่าออกพรรษาเดี๋ยวพระเราไม่ใส เขาจะรู้ว่าเรา
ขี้เกียจนั่งธรรมะ ฉะนั้นเพื่อประกาศความขยันต้องรีบทำ
ขยันนั่ง นั่งเสร็จแล้วก็มาดูพระใสหรือยัง ถ้ายังไม่ได้ เราก็
นึกอธิษฐานให้ท่านใส ใสไม่หันใจก็อาราธนาท่านไปสรงน้ำ
เอาน้ำมาสรง พอท่านถูกน้ำ ปกติของแก้วไขไหม พอถูก
น้ำก็จะใสขึ้น แต่พอแห้งก็เหมือนเดิมอีก เราก็ทั้งขัด ทั้งสรงน้ำ
ทั้งนั่งสมาธิ ทั้งกำลังภายใน กำลังภายนอก ช่วยเหลือกัน
เข้าทำนองกับกลอนที่ว่า เมื่อเข้าป่าเสกคาถากัน
ช้างไล่
เสกคาถาแล้วก็ขึ้นต้นไม้อีกด้วยช่วยคาถา
หมายความว่า ถึงคาถาดี เสกกันช้างได้ แต่ก็ขึ้นต้นไม้เพื่อ
ความปลอดภัย ขึ้นต้นไม้อีกด้วยช่วยคาถา อันนี้เหมือนกัน
เราเด็กๆ ก็ทำทำนองเดียวกัน นอกจากเราจะกลั่นใจด้วย
ธรรมะที่คุณยาย หลวงพ่อสอนแล้ว ก็สรงน้ำท่านด้วย ขัดด้วย
นึกถึงกลั่นใจไปด้วย
ผลปรากฏออกมาว่า เมื่อออกพรรษาแล้วพระใสขึ้น