ข้อความต้นฉบับในหน้า
นั้นเอง สมัยหลวงพ่อท่านก็มาอย่างนี้เหมือนกัน ท่านไม่
สนใจอย่างอื่น ถึงเวลาก็มานั่งสมาธิเหมือนกัน ก็ใจชื้นขึ้น
ยายให้กำลังใจ ก็มานั่งสมาธิต่อไปด้วยความชื่นใจ สบายใจ
อยู่กับท่านมาด้วยความเคารพรัก นึกเสมอว่าท่าน
เป็นอาจารย์ของอาจารย์ อยู่จนคุ้นชิน แต่ตอนนั้นท่าน
ไม่รู้จักชื่อหลวงพี่ พอนั่งธรรมะช่วงเช้าเสร็จ ถวายสังฆทาน
แล้ว เดินไปทานข้าว รีบทำเวลากลับมารับพร แล้วก็นั่ง
ธรรมะตอนบ่าย มีเวลาว่าง เลิกนั่งธรรมะดอนบ่ายแล้ว
ยังมีรอบพิเศษอีก
บ้านคุณยาย มี ๒ ชั้น คุณยายจะรับแขกอยู่ชั้น
ล่าง ชั้นบนให้ไปนั่งกันเองได้ ใครที่รักธรรมะจริงๆ จะขึ้น
ไปนั่งชั้นบน บ้านชั้นบนของคุณยายไม่มีสา มีสังกะสีเป็น
หลังคาเท่านั้น ถามว่าร้อนไหม ร้อน แต่พวกเราก็ยังรัก
นั่งธรรมะ โดยไม่เคยปริปากบ่น หลวงพี่ยังนึกถึงสมัยนั้น
ไม่มีแอร์ แต่เรารักนั่งธรรมะกันได้ และไม่ได้นั่งเพียง
แป๊บเดียว นั่งนาน บางคนชั่วโมงหนึ่ง บางคน ๒ ชั่วโมง
บางคน ๓ ชั่วโมง แล้วแต่เราจะนั่ง คุณยายท่านรับแขก
บอกให้เราขึ้นไปนั่งข้างบน ท่านจะคุมธรรมะให้ รับแขกไป
คุมธรรมะให้เราไป เราก็มีความสุข
อยู่อย่างนั้นมาหลายวัน หลายเดือน เป็นปี
คุณยายคงสงสาร เมตตาขึ้นมา วันหนึ่งมากระซิบถามว่า
“คุณ ไปทานข้าวกลางวันที่ไหน ถวายสังฆทานเสร็จ คุณ
ก็หายไป เดี๋ยวคุณก็มา” หลวงพี่บอกท่านว่า ไปทานที่
ประตูน้ำของวัดปากน้ำ คลองภาษีเจริญ ท่านสงสาร
บอกว่าเห็นรีบไป วันหลังคุณไม่ต้องไปนะ ทานที่ครัวยาย
ก็ได้ แต่ด้วยความเคารพรัก ไม่กล้า ท่านก็ถามว่า ทำไม
ไม่มา วันหลังคุณยายบอกอีก ก็ต้องไปทานด้วยความเคารพ
แต่รู้สึกว่าจะอิ่มใจเสียมากกว่า อิ่มอกอิ่มใจด้วยความเมตตา
ของทาน
ต่อมาทราบว่ามีคนทำบุญร่วมสร้างศูนย์พุทธจักรฯ
(ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม) กับคุณยาย หลวงพี่กับเพื่อน
ก็ไม่ค่อยมีสตางค์ สมัยนั้นมีพอเรียนหนังสือ พอซื้ออาหาร
แต่ด้วยความรักบุญ ไม่เป็นอุปสรรค เก็บค่าอาหาร เก็บหอม
รอมริบได้บางส่วนก็ไปทำบุญกับท่าน คุณยายท่านเมตตา
มาก เวลาไปทำบุญกับท่าน ท่านจะหยิบสมุดอนุโมทนาบัตร
สมัยก่อนเล่มใหญ่มาก ไม่ทราบพวกเราเคยได้หรือเปล่า
คุณยายอาจารย์ของเราต้องถือว่า
เป็นต้นแบบของนักสร้างบารมีที่ใครๆ ก็อยาก
เป็นอย่างท่าน ถามว่าเพราะอะไร เพราะท่าน
เป็นนักสร้างบารมีที่เดินดิน ท่านสร้างเนื้อ
สร้างตัว สร้างบุญบารมีด้วยคุณธรรมที่ใกล้ตัว
ที่เราเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
คุณยายหยิบมา บอกว่าคุณอธิษฐานดีๆ นะ แล้วคุณเขียน
เอง ยายไม่รู้หนังสือ ยายเขียนไม่เป็นหรอก คุณเขียนเอง
แล้วก็เอาปัจจัยไว้ตรงนี้แหละ เราทำบุญแล้วก็ชื่นใจ สบายใจ
ภายหลังมาเริ่มคุ้นกับอุบาสกของศูนย์พุทธจักรฯ
มากขึ้นช่วงที่หลวงพี่มาสมัยนั้นมีเพียงแค่หลวงพ่อทัตตชีโว
กับหลวงพี่ฐิตสุทโธ (พระครูสังฆรักษ์พิพัฒน์ รีตสุทโธ)
เท่านั้นที่บวช นอกนั้นยังไม่ได้บวช แล้วก็ทยอยๆ บวชกันมา
คนที่คุ้นมากๆ คือ วันชัย ตอนนั้นท่านยังเป็นอุบาสก
เดี๋ยวนี้เป็นหลวงพี่สีลวัณโณแล้ว ที่คุ้นกับท่านเพราะว่าไป
ช่วยขับรถ ถามท่านว่าทำอย่างไรจะได้ไปบ้านธรรมประสิทธิ์
กับท่านบ้าง เพราะพี่ๆ เหล่านี้เป็นรุ่นที่ตั้งสัจจะ ตั้งใจบวช
ถวายชีวิต หลวงพี่อยากเป็นอย่างนั้นบ้าง ก็ถามท่านว่าทำ
อย่างไร อยากอยู่ในสมาคมอย่างนั้น ถามว่ายากไหม คง
ยากเหมือนกัน เพราะสมัยก่อนตั้งหลายปีกว่าจะได้
อุบาสกสักคนหนึ่ง หลวงพ่อท่านคัดแล้วคัดอีก คุณยาย
ท่านมองแล้วมองอีก
ถึงเวลาก็ไปกับท่าน มาค้างที่ศูนย์พุทธจักรฯ
แล้วนั่งรถไปกับท่านแต่เช้ามืด ไปถึงบ้านธรรมประสิทธิ์
ไปช่วยกางกลด ปูเสื่อ หลวงพี่จำคำสอนของคุณยายได้
ท่านว่า “พวกคุณจัดสนาม จัดที่นั่งให้ทุกๆ คน ทำให้เร็ว
ให้สะอาด ให้เรียบร้อย ทำอย่างนี้แหละแล้วจะได้บุญเต็มที่
อย่าไปรอว่าให้แขกมาแล้วยังไม่เรียบร้อยอย่าไปทำอย่างนั้น
เอาให้เรียบร้อย แขกมาแล้ว เรานั่งยิ้มรับแขกได้ทันที"
ทำให้ได้คิดนะว่า ทำไมคุณยายท่านถึงเรียบร้อยหมด ก็
เพราะท่านมีเคล็ดลับอย่างนี้พึ่งพาอาศัยความดีของตัวเอง
กัลอาณปลา ตุลาคม พ.ศ. แว*®®
na