ข้อความต้นฉบับในหน้า
“แล้วเรื่องจะเทศน์จะเอาเรื่อง
อะไรยาย”
ยายตอบเฉียบขาดทีเดียว
เนื่องจากยายอ่านหนังสือไม่ออก แต่ว่า
ถูกพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ
เคี่ยวเข็ญให้ฟิกสมาธิมามาก พอหลวงพ่อ
วัดปากน้ำมรณภาพแล้ว สภาพความเป็น
อยู่และการทำงานของท่าน บังคับ
เคี่ยวเข็ญให้ท่านต้องอบรมคนอื่น คุณยาย
ดอบหลวงพ่อชัดเจนเลย
นัยในการเทศน์การสอนได้ แล้วก็ใช้มา
จนกระทั่งก็ถึงทุกวันนี้
แล้วเพิ่งมารู้ทีหลังว่า
หลักการนี้ก็คือหลักการของพระสัมมา
สัมพุทธเจ้านั่นแหละ ให้ไว้มานาน
๒๕๐๐ กว่าปี เพราะฉะนั้นพวกเราหัด
เทศน์ตัวเองเยอะๆ แล้วจึงจะเป็น
รวมพยาน
ธรรมมายาม
“จะอบรมคนอื่น ท่านถามตัวเองสิว่า ตั้งแต่
เข้าวัดมา ท่านแก้ไขนิสัยไม่ดีของตัวเองเรื่องอะไรมาได้บ้าง
แล้วแก้ไขยังไง ก็เอาเรื่องนั้นไปเทศน์ให้เขาฟัง เพราะ
นิสัยไม่ดีแต่ละคนก็มีเหมือนๆ กัน แล้วถ้าจะแก้ มันก็
ต้องแก้วิธีคล้ายๆ กัน เพราะกิเลสของทุกคนในโลกมี
เหมือนกัน ๓ ตัวคือ โลภ โกรธ หลง ไม่เกินนี้ ท่าน
แก้ไขตัวเองได้ยังไง คนอื่นแก้ไขตัวเองก็ทำนองเดียวกัน
นั่นแหละ ไม่ผิดหรอก
แล้วพอเช้าวัดทำให้มันดียิ่งขึ้นได้ยังไงท่านไปนึกสิ
แล้วเอาเรื่องนี้แหละไปให้เขา ไม่ต้องไปทำอะไรมากหรอก”
ยายตอบอย่างนี้เท่ากับบอกว่ายังไง จะเทศน์
อะไรเอาที่ฟักตัวมาแล้วนั่นแหละเทศน์ อย่าเที่ยวไปหยิบ
ส่งเดชมาเดี๋ยวจะพัง หลวงพ่อได้ครูสอนการเทศน์ให้
ท่านเป็นครูที่อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่ว่าท่านฟัก
ตัวเองมามาก ท่านให้นัยในการที่จะฟักตัวของหลวงพ่อ
๕๐ กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. 23737
ขาย
3331
นักเทศน์ที่ฝึกคนได้ อย่าเสียเวลาไปจำ
สำนวนคนอื่น ไม่ได้ความ เสียเวลาจำ
ถ้าจะจำ จำพุทธพจน์ เพราะของคนอื่น
แต่ละคน มันยังไม่หมดกิเลสทั้งนั้น มันเป็นแค่เจ้าสำนวน
ทั้งนั้นแหละ แต่ต้องเอาคนที่ทั้งทำได้จริง ทั้งสอนคนได้จริง
สอนแล้วได้ผลจริงด้วย มีใครที่เกินพุทธองค์บ้างไหม ? ไม่มี
ค่าของพระพุทธเจ้าวิเศษสุด พวกเราไม่ต้องเสียเวลา
เที่ยวไปจำของคนนั้นคนนี้คนโน้น ไม่เอา เอาของ
พระพุทธเจ้าเป็นหลักก่อน ส่วนของคนอื่นใครมีอะไรดี
จัดเป็นของแถม อย่าเอามาเป็นหลัก เอาเป็นของแถม
เอาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลัก ถ้าอย่างนี้พวกเรา
จึงจะมีโอกาสเจริญรุ่งเรืองไปได้ถึงที่สุดของสายธรรม
ถ้าไปเอาของคนอื่น อย่างดีพวกเราก็ได้เท่ากับ
บุคคลเหล่านั้นแหละ แล้วบุคคลเหล่านั้นไปถึงที่สุดหรือยัง
เราก็ไม่รู้ ไม่แน่ อาจจะถึงแล้ว อาจจะยังไม่ถึง แต่ถ้าเอา
ตามสำนวนสมเด็จพ่อของเรา ท่านไปถึงที่สุดแล้ว และเรา
ก็จะมีโอกาสไปถึงที่สุดตาม ไม่ใช่ไปได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ
พูดกันชัดๆ อย่างนี้