ข้อความต้นฉบับในหน้า
รฯ)บับที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึง
กฎแห่งกรรมว่า เป็นกฎสากลที่มีความ
ยุติธรรมและเป็นผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่ได้
เที่ยงตรงที่สุด ท่าบาปกรรมเอาไว้แม้เพียง
เล็กน้อย โดยไม่ได้เจตนา ไม่น่าเชื่อว่า
บาปอกุศลนั้นจะตามส่งให้มาทนทุกข์
ทรมานเพราะวิบากกรรมเล็กๆ น้อยๆ แม้
ดูแล้วจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่ใครทำกรรมใด
ไว้ ตนจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
อย่างที่เราได้สวดมนต์ทำวัตรเย็นทุกวัน
นั้นแหละ ฉบับนี้จึงถือโอกาสเล่าเรื่องว่า
ถ้าทำบาปอกุศลมากกว่านั้นจะเป็นอย่างไร
ของดีจากพระไตรปิฎก : พระมหาเสถียร สุวผณธ์โด (ป.ธ. ๙)
มหานรกทั้ง ๔ ขุม
โลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่นี้ เป็นตลาดกลาง
การค้าบุญและบาปที่ใหญ่ที่สุด ผลของบุญ
และบาปจะตามส่งผลให้เสมอ ซึ่งก็ขึ้นอยู่
กับการกระทำ ในสมัยที่เป็นมนุษย์นี่แหละ
ยิ่งถ้าหากทำบาปอกุศลเอาไว้มาก เกิดมา
มัวแต่แสวงหาความสุขโดยตั้งอยู่บนความ
ทุกข์ของคนอื่น ผิดศีลผิดธรรมหนักเข้า
ผลกรรมที่จะต้องไปทนทุกข์ทรมานใน
สัมปรายภพนั้น ยิ่งน่าสะพรึงกลัวทีเดียว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน
ทิฏฐิสูตรว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม
๔ ประการนี้ เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ธรรม ๔
ประการ คือ บุคคลผู้มีกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
และเป็นมิจฉาทิฏฐิ ผู้ที่ประพฤติธรรม ๔ ประการนี้
เหมือนถูกโยนลงในนรก”
ลึกที่สุด ก็คือ อเวจีมหานรก ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่มหา
ตาปนนรก ตาปนนรก มหาโรรุวนรก โรรุวนรก สังฆาฏ
นรก กาฬสุตตนรก สัญชีวนรก แต่ละขุมนี่ใหญ่มากทีเดียว
เป็นภพๆ หนึ่งที่กักขังสัตว์นรกเอาไว้ เหมือนเป็นเมืองนรก
แต่เขาเรียกว่า ขุมนรก แล้วยังมีนรกขุมย่อยๆ อีกเยอะแยะ
มากมาย ขุมเล็กเรียกว่า “อุสสทนรก” จะอยู่ล้อมรอบขุม
นรกเป็นอบายภูมิที่รองรับผู้มีบาปในตัวมาก ใหญ่ๆ ทั้ง 4 เอาไว้ ล้อมรอบขุมละ ๔ ทิศ ทิศละ ๔ ขุม
เป็นดินแดนสำหรับคนบาป เมื่อละโลกไปแล้วจะต้องไป
ทนทุกข์ทรมาน เสวยวิบากกรรมที่ตัวเองทำเอาไว้ ถ้าอยู่
รวมแล้วก็เป็น ๑๒๘ ขุม ขุมเล็กเป็นบริวารของชุมใหญ่
เหมือนดาวล้อมเดือน จะมีดาวดวงเล็กๆ เป็นบริวารของ
กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕ธ.5: | 56)