ขั้นตอนการปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 10 หน้า 103
หน้าที่ 103 / 116

สรุปเนื้อหา

๒, ....๑๐ กลุ่ม ๑๐ นับไปถึงร้อยเกินร้อย เรื่อยไป แม้ ฉันใด ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระองค์สามารถกำหนด การศึกษาตามลำดับ การกระทำตามลำดับ การปฎิบัติตาม ลำดับในพระธรรมวินัยอย่างนี้ได้ไหม” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ทรงสามารถ กำหนดได้โดยให้ท่าทุกขั้นตอนตามลำดับ คือ ลำดับที่ ๑ ให้รักษาศีล ลำดับที่ ๒ ให้สำรวมอินทรีย์ ลำดับที่ ๓ ให้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ลำดับที่ ๔ ให้ประกอบความเพียรอยู่เป็นนิจ ลำดับที่ ๕ ให้ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ ลำดับที่ 5 ให้อยู่ในเสนาสนะอันสงัด เพื่อกำจัดนิวรณ์ ๕ และบรรลุธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป ในที่นี้ขอขยายความทั้ง 5 ขั้นตอนพอสังเขป ดังนี้ ๑. ให้รักษาศีล ผู้มุ่งหวังความหลุดพ้นพึงรักษาศีลเป็นอันดับแรก เพราะ ศีลเป็นความสงบ เป็นปกติของเพศภาวะนั้นๆ เช่นบุคคลทั่วไปก็รักษาศีล ๕ เป็น

หัวข้อประเด็น

- ขั้นตอนการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒, ....๑๐ กลุ่ม ๑๐ นับไปถึงร้อยเกินร้อย เรื่อยไป แม้ ฉันใด ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระองค์สามารถกำหนด การศึกษาตามลำดับ การกระทำตามลำดับ การปฎิบัติตาม ลำดับในพระธรรมวินัยอย่างนี้ได้ไหม” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ทรงสามารถ กำหนดได้โดยให้ท่าทุกขั้นตอนตามลำดับ คือ ลำดับที่ ๑ ให้รักษาศีล ลำดับที่ ๒ ให้สำรวมอินทรีย์ ลำดับที่ ๓ ให้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ๓ ลำดับที่ ๔ ให้ประกอบความเพียรอยู่เป็นนิจ ลำดับที่ ๕ ให้ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ ลำดับที่ 5 ให้อยู่ในเสนาสนะอันสงัด เพื่อกำจัดนิวรณ์ ๕ และบรรลุธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป ในที่นี้ขอขยายความทั้ง 5 ขั้นตอนพอสังเขป ดังนี้ ๑. ให้รักษาศีล ผู้มุ่งหวังความหลุดพ้นพึงรักษาศีลเป็นอันดับแรก เพราะ ศีลเป็นความสงบ เป็นปกติของเพศภาวะนั้นๆ เช่นบุคคลทั่วไปก็รักษาศีล ๕ เป็นพระภิกษุก็รักษาศีล ๒๒๗ ศีลเป็นพื้นฐานที่ทําให้เกิดความสงบกาย สงบวาจา อันเป็นเหตุให้ใจสงบได้ง่ายขึ้น "ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้นเป็นมารดาของกัลยาณธรรม ทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควร ชำระศีลให้บริสุทธิ์" ๒. ให้สำรวมอินทรีย์ (ขุ.เถร. ๒๖/๓๕๘) เมื่อรักษาศีลเป็นอย่างดีแล้ว ผู้หวังความหลุดพ้น พึงสำรวมอินทรีย์ต่อไป เพราะแม้พยายามรักษาศีลให้มั่น แต่จิตใจยังไม่อาจสงบเพราะไม่ระมัดระวังสิ่งที่เข้ามา 5 ทาง คือ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทำให้ตกเป็นทาส รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ความคิดคำนึง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปรียบช่องทางทั้ง 5 นี้ ว่า ตา เหมือนงู คือชอบที่ลับๆ หู เหมือนจระเข้ คือ ชอบที่เย็น อยากฟังคำพูดเย็นๆ จมูก เหมือนนกในกรง คือชอบดิ้นรน ตามคอมตามคม ลิ้น เหมือนสุนัขบ้า คือ บ้าน้ำลาย กาย เหมือนสุนัขจิ้งจอก คือชอบที่อุ่นๆ นุ่มๆ ใจ เหมือนลิง คือชอบซุกซน คิดสารพัดไม่อยู่นิ่ง เมื่อทราบธรรมชาติช่องทางทั้ง 5 นี้แล้ว อะไร ไม่ควรดูก็อย่าไปดู อะไรไม่ควรฟังก็อย่าไปฟัง อะไรไม่ ควรดื่มก็อย่าไปดม อะไรไม่ควรลิ้มรสก็อย่าไปชิม อะไร ไม่ควรสัมผัสก็อย่าไปสัมผัส อะไรไม่ควรคิดก็อย่าไปคิด และหากผจญกับสิ่งเหล่านี้แล้วก็ให้สักแต่ว่าลู ลักแต่ว่าฟัง สักแต่ว่าดม สักแต่ว่าลิ้มรส สักแต่ว่าสัมผัส สักแต่ว่าคิด เพื่อไม่ให้หมกมุ่นผูกพัน อันเป็นเหตุให้ใจไม่สงบ “ประตู ลืมปิด อมิตรย่อมได้ช่อง อินทรีย์ไม่คุ้มครอง มารคอยจ้องจับทำลาย' ๓. ให้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร เมื่อสำรวมอินทรีย์ดีแล้ว ผู้หวังความหลุดพ้นจึง ประมาณในอาหารต่อไป จริงอยู่แม้การบริโภคอาหารที่ เราได้มาโดยชอบจะเป็นการไม่ผิดศีล แต่การรับประทาน ของที่แสดงต่อโรค การบริโภคที่มากเกินไป ฯลฯ ล้วนเป็น โทษทั้งสิ้น ทั้งก่อให้เกิดพลังงานส่วนเกิน อันอาจทำให้ กามกำเริบได้ง่าย ทั้งก่อให้เกิดความหนักกายเกิดความ ง่วงเหงาหาวนอนได้ง่าย ใน “รถสูตร ลังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค" พระ ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ พิจารณาโดยแยบคาย ไม่บริโภคเพื่อเล่น เพื่อมัวเมา เพื่อจะประดับ แต่บริโภคเพื่อความดำรงอยู่แห่งกายนี้ เพื่อกำจัดความลำบาก เพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์ เพื่อ กำจัดเวทนาเก่าไม่ให้เวทนาใหม่เกิดขึ้นเหมือนบุรุษทายา ที่แผลเพื่อให้เนื้อขึ้นมา เหมือนหยอดน้ำมันที่เพลารถเพื่อ มั่^าณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ 3)012
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More