ข้อความต้นฉบับในหน้า
บำเพ็ญพระราชกุศลของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ว่า “การ
กระทำกุศลผลบุญนี้ ด้วยกตเวทิตาคุณอันสูงสุดแด่พระ
ราชมารดา พระราชาได้ทรงอธิษฐานว่า ด้วยผลแห่งกุศล
กรรมนี้ ขอให้พระมารดาของข้าพเจ้า
าหเจ้าผู้ซึ่งหลุดหันจาก
สังสารวัฏแล้ว จงประสบสุขสำราญอยู่ในสภาวะแห่ง
พุทธะเทอญ'
ปัจจุบันปราสาทตาพรหมตกอยู่ในสภาพที่ชำรุด
ทรุดโทรมมาก ตลอดทางมองเห็นกองหินชิ้นส่วนของ
ปราสาทที่พังทลายตกลงมาเกลื่อนกระจายรอการบูรณะ
ปฏิสังขรณ์อยู่มากมาย อีกทั้งยังมีต้นหมากรากไม้น้อยใหญ่
ปกคลุมอยู่ทั่วไปราวกับปราสาทหลังนี้ยังถูกทิ้งร้างอยู่
กลางป่าดงดิบกระนั้น อาจกล่าวได้ว่าต้นไม้ยักษ์เหล่านี้
คือผู้ครอบครองนครโบราณโดยแท้ แม้ว่าจะเป็นเพียงไม้
เนื้ออ่อน แต่รากของมันก็สามารถชอนไชไปได้ทั่ว บางแห่ง
เหมือนจะอุ้มเอาศาสนสถานไว้ด้วยรากอันมหึมาราวกับ
พญานาคหรืองูใหญ่โอบพันรัดรึงไว้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็น
ต้นไม้อะไร บางคนบอกว่าเป็นต้นไทร บางคนบอกว่าเป็น
ต้นสะปวง เริ่มต้นไม้พวกนี้เคยครอบครองพื้นที่อยู่ทุกๆ
ปราสาทตลอดช่วงระยะเวลาหลายร้อยปีที่นครหลวงแห่งนี้
ถูกทิ้งร้างไว้ หลังจากมีการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่
เมืองละแวก อุดง และพนมเปญ ครั้นเมื่อฝรั่งเศสได้เข้ามา
ปกครองกัมพูชาเมื่อร้อยกว่าปีก่อนจึงได้มีการบูรณะตกแต่ง
บรรดาปราสาทหินและโบราณสถานเป็นการใหญ่ ต้อง
ถากถางต้นไม้เหล่านี้ออกไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคง
เหลือบางแห่งอย่างเช่นปราสาทตาพรหมนี้ที่ยังมีการ
อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ไว้
อย่างไรก็ดี ภาพที่เห็นในลักษณะนี้ก็นับว่าเป็น
เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้มา
เที่ยวชม จนก่อให้เกิดปัญหาที่ยังยากจะตกลงกันได้
ระหว่างนักอนุรักษ์สภาพแวดล้อม กับฝ่ายช่างบูรณะว่า
จะทำอย่างไรกับปัญหาเช่นนี้
ปราสาทพระขรรค์ (?1ฟ! 101311)
สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๗๓๔ นับเป็นวัดใน
พระพุทธศาสนาขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งซึ่งพระเจ้าชัยวรมัน
ที่ ๗ ทรงโปรดให้สร้างอุทิศถวายแด่พระราชบิดา
(พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ ๒) คู่กับปราสาทตาพรหมที่
ทรงสร้างอุทิศถวายแด่พระราชมารดา วิหารแห่งนี้มี
ลักษณะคล้ายกับวิหารตาพรหม มีอาณาบริเวณยาว ๗๖๑
เมตร กว้าง ๗๐๐ เมตร มีคูน้ำล้อมรอบ และศาลามุข
ตามแบบขอมทั้งสี่ด้าน ในอารามมีหอสูง ๑๐๒ หอ และ
ห้องพักสงฆ์ ๔๓๙ ห้อง ตรงศูนย์กลางของวิหารเป็นสถูป
บูชาขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัดกันเป็นทางแยกออกสู่
เฉลียงทั้งสี่ด้าน
ปราสาทพระขรรค์แห่งนี้ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗
ทรงโปรดให้สร้างตรงจุดที่เคยเป็นสมรภูมิที่กองทัพของ
พระองค์รบกับพวกจามและพระองค์ประสบชัยชนะโดย
ได้ทรงให้ชื่อปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทชัยศรีเพื่อเป็น
อนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะดังกล่าว ต่อมาภายหลังได้มีการ
เรียกชื่อใหม่ว่า ปราสาทพระขรรค์ หมายถึงพระ
ขรรค์ชัยศรีอันดักดิ์สิทธที่ทำให้พระองค์ทรงมีชัยชนะ
ต่ออริราชศัตรู
จารึกที่ปราสาทพระขรรค์นับเป็นหลักฐานสำคัญ
อีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้ชาวโลกรุ่นหลังได้รู้เรื่องราวในสมัย
พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ มากชิ้น เช่นเดียวกับจารึกที่
GY
กัลยาณมิตร
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
ปราสาทพาพรหม (13-13 อาณ