บำเพ็ญพระราชกุศล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 10 หน้า 76
หน้าที่ 76 / 116

สรุปเนื้อหา

บำเพ็ญพระราชกุศลของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ว่า “การ กระทำกุศลผลบุญนี้ ด้วยกตเวทิตาคุณอันสูงสุดแด่พระ ราชมารดา พระราชาได้ทรงอธิษฐานว่า ด้วยผลแห่งกุศล กรรมนี้ ขอให้พระมารดาของข้าพเจ้า าหเจ้าผู้ซึ่งหลุดหันจาก สังสารวัฏแล้ว จงประสบสุขสำราญอยู่ในสภาวะแห่ง พุทธะเทอญ' ปัจจุบันปราสาทตาพรหมตกอยู่ในสภาพที่ชำรุด ทรุดโทรมมาก ตลอดทางมองเห็นกองหินชิ้นส่วนของ ปราสาทที่พังทลายตกลงมาเกลื่อนกระจายรอการบูรณะ ปฏิสังขรณ์อยู่มากมาย อีกทั้งยังมีต้นหมากรากไม้น้อยใหญ่ ปกคลุมอยู่ทั่วไปราวกับปราสาทหลังนี้ยังถูกทิ้งร้างอยู่ กลางป่าดงดิบกระนั้น อาจกล่าวได้ว่าต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ คือผู้ครอบครองนครโบราณโดยแท้ แม้ว่าจะเป็นเพียงไม้ เนื้ออ่อน แต่รากของมันก็สามารถชอนไชไปได้ทั่ว บางแห่ง เหมือนจะอุ้มเอาศาสนสถานไว้ด้วยรากอันมหึมาราว

หัวข้อประเด็น

- บำเพ็ญพระราชกุศล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บำเพ็ญพระราชกุศลของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ว่า “การ กระทำกุศลผลบุญนี้ ด้วยกตเวทิตาคุณอันสูงสุดแด่พระ ราชมารดา พระราชาได้ทรงอธิษฐานว่า ด้วยผลแห่งกุศล กรรมนี้ ขอให้พระมารดาของข้าพเจ้า าหเจ้าผู้ซึ่งหลุดหันจาก สังสารวัฏแล้ว จงประสบสุขสำราญอยู่ในสภาวะแห่ง พุทธะเทอญ' ปัจจุบันปราสาทตาพรหมตกอยู่ในสภาพที่ชำรุด ทรุดโทรมมาก ตลอดทางมองเห็นกองหินชิ้นส่วนของ ปราสาทที่พังทลายตกลงมาเกลื่อนกระจายรอการบูรณะ ปฏิสังขรณ์อยู่มากมาย อีกทั้งยังมีต้นหมากรากไม้น้อยใหญ่ ปกคลุมอยู่ทั่วไปราวกับปราสาทหลังนี้ยังถูกทิ้งร้างอยู่ กลางป่าดงดิบกระนั้น อาจกล่าวได้ว่าต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ คือผู้ครอบครองนครโบราณโดยแท้ แม้ว่าจะเป็นเพียงไม้ เนื้ออ่อน แต่รากของมันก็สามารถชอนไชไปได้ทั่ว บางแห่ง เหมือนจะอุ้มเอาศาสนสถานไว้ด้วยรากอันมหึมาราวกับ พญานาคหรืองูใหญ่โอบพันรัดรึงไว้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็น ต้นไม้อะไร บางคนบอกว่าเป็นต้นไทร บางคนบอกว่าเป็น ต้นสะปวง เริ่มต้นไม้พวกนี้เคยครอบครองพื้นที่อยู่ทุกๆ ปราสาทตลอดช่วงระยะเวลาหลายร้อยปีที่นครหลวงแห่งนี้ ถูกทิ้งร้างไว้ หลังจากมีการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ เมืองละแวก อุดง และพนมเปญ ครั้นเมื่อฝรั่งเศสได้เข้ามา ปกครองกัมพูชาเมื่อร้อยกว่าปีก่อนจึงได้มีการบูรณะตกแต่ง บรรดาปราสาทหินและโบราณสถานเป็นการใหญ่ ต้อง ถากถางต้นไม้เหล่านี้ออกไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคง เหลือบางแห่งอย่างเช่นปราสาทตาพรหมนี้ที่ยังมีการ อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ไว้ อย่างไรก็ดี ภาพที่เห็นในลักษณะนี้ก็นับว่าเป็น เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้มา เที่ยวชม จนก่อให้เกิดปัญหาที่ยังยากจะตกลงกันได้ ระหว่างนักอนุรักษ์สภาพแวดล้อม กับฝ่ายช่างบูรณะว่า จะทำอย่างไรกับปัญหาเช่นนี้ ปราสาทพระขรรค์ (?1ฟ! 101311) สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๗๓๔ นับเป็นวัดใน พระพุทธศาสนาขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งซึ่งพระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๗ ทรงโปรดให้สร้างอุทิศถวายแด่พระราชบิดา (พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ ๒) คู่กับปราสาทตาพรหมที่ ทรงสร้างอุทิศถวายแด่พระราชมารดา วิหารแห่งนี้มี ลักษณะคล้ายกับวิหารตาพรหม มีอาณาบริเวณยาว ๗๖๑ เมตร กว้าง ๗๐๐ เมตร มีคูน้ำล้อมรอบ และศาลามุข ตามแบบขอมทั้งสี่ด้าน ในอารามมีหอสูง ๑๐๒ หอ และ ห้องพักสงฆ์ ๔๓๙ ห้อง ตรงศูนย์กลางของวิหารเป็นสถูป บูชาขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัดกันเป็นทางแยกออกสู่ เฉลียงทั้งสี่ด้าน ปราสาทพระขรรค์แห่งนี้ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงโปรดให้สร้างตรงจุดที่เคยเป็นสมรภูมิที่กองทัพของ พระองค์รบกับพวกจามและพระองค์ประสบชัยชนะโดย ได้ทรงให้ชื่อปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทชัยศรีเพื่อเป็น อนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะดังกล่าว ต่อมาภายหลังได้มีการ เรียกชื่อใหม่ว่า ปราสาทพระขรรค์ หมายถึงพระ ขรรค์ชัยศรีอันดักดิ์สิทธที่ทำให้พระองค์ทรงมีชัยชนะ ต่ออริราชศัตรู จารึกที่ปราสาทพระขรรค์นับเป็นหลักฐานสำคัญ อีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้ชาวโลกรุ่นหลังได้รู้เรื่องราวในสมัย พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ มากชิ้น เช่นเดียวกับจารึกที่ GY กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ปราสาทพาพรหม (13-13 อาณ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More