พระราชพิธีบรมราชาภิเษกและการผนวช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 12 หน้า 27
หน้าที่ 27 / 120

สรุปเนื้อหา

ทศพิธราชธรรม ในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก d พฤษภาคม ทัน ปูชนียภิกขุ พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิเมโล - (Left) His Majesty King Bhu- mibol seated on the Nobel Throne of Bhadrapith pouring a libation symbolizing his will to reign according to the ten- fold Moral Principles of the Sovereign - (บน) พระราชทานพระราชดำรัส แจ้งพระราชดำริ จะทรงออกผนวชแก่ พสกนิกร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ปราสาท เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ให้พระราชโอรส พระประยูรญาติ ข้าราชบริพาร เหล่าข้าราชการได้ ออกบวช หรือบำเพ็ญศีลพรตมิให้ขาดเพื่อเสริมบุญญราศรีบารมีแห่งตน พระราชทานพระราชดำรัสแก่ประชาราษฎร์ในการ ทรงผนวช ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๙๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญเ

หัวข้อประเด็น

- พระราชพิธีบรมราชาภิเษกและการผนวช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

- (ซ้าย) พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช สถิตเหนือพระ ที่นั่งภัทรบิฐ ทรงหลังพระเจ้าทักษิ โณทก ตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน จะ ทรงปกครองพระราชอาณาจักรโดย ทศพิธราชธรรม ในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก d พฤษภาคม ๒๔๙๓ ทัน ปูชนียภิกขุ พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิเมโล - (Left) His Majesty King Bhu- mibol seated on the Nobel Throne of Bhadrapith pouring a libation symbolizing his will to reign according to the ten- fold Moral Principles of the Sovereign - (บน) พระราชทานพระราชดำรัส แจ้งพระราชดำริ จะทรงออกผนวชแก่ พสกนิกร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ปราสาท เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๙๙ ให้พระราชโอรส พระประยูรญาติ ข้าราชบริพาร เหล่าข้าราชการได้ ออกบวช หรือบำเพ็ญศีลพรตมิให้ขาดเพื่อเสริมบุญญราศรีบารมีแห่งตน พระราชทานพระราชดำรัสแก่ประชาราษฎร์ในการ ทรงผนวช ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๙๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญเสด็จ พระบรมวงศานุวงศ์ เข้าทูลละอองธุลีพระบาท และคณะทูตานุทูต เข้าเฝ้าฯ เพื่อทรงแถลงพระราชดำริในการที่จะเสด็จออกทรงผนวช แล้วเสด็จฯขึ้นสู่พระที่นั่งสุทไธศวรรย์ปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรเฝ้าฯ ที่หน้าพระที่นั่ง ได้มีพระราชดำรัสดังนี้ “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ท่านทั้งปวงได้มาร่วมประชุมกัน ณ ที่นี้ ขอถือโอกาสแจ้งดำริที่จะบรรพชาอุปสมบทให้บรรดา อาณาประชาราษฎรทราบทั่วกัน อันพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติของเรานี้ ตามความอบรมที่ได้รับมาก็ดี ตามความศรัทธาเชื่อถือส่วนตัว ข้าพเจ้าก็ดี เห็นเป็นศาสนาที่ดีศาสนาหนึ่ง มีคำสั่งสอนให้คน ประพฤติตนเป็นคนดี ทั้งเพียบพร้อมด้วยบรรดาสัจธรรมอันชอบ ด้วยเหตุผลน่าเลื่อมใสยิ่งนัก ข้าพเจ้าจึงเคยคิดอยู่ว่าถ้าโอกาส อำนวยก็น่าจักได้อุปสมบทในพระศาสนา ตามพระราชประเพณี สักเวลาหนึ่ง ซึ่งจักเป็นทางสนองพระเดชพระราชบูรพการีตาม คตินิยมอีกโสดหนึ่งด้วย และนับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้ขึ้นครองราชย์ สืบสันตติวงศ์มาก็เป็นเวลาช้านานพอสมควรแล้ว น่าจะเป็นโอกาส ที่จะทำตามความตั้งใจไว้นั้นได้แล้วประการหนึ่ง อนึ่ง การที่ สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงมีพระคุณูปการในส่วนตัวข้าพเจ้า ได้หายประชวรในครั้งหลังนี้ ก่อให้เกิดความปีติยินดีแก่ข้าพเจ้า เป็นอันมาก มาคำนึงดูเห็นว่า ถ้าในการที่ข้าพเจ้าจะอุปสมบทนี้ ได้พระองค์ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ด้วยแล้ว ก็จะเป็นการแสดงออก ซึ่งความศรัทธาเคารพของข้าพเจ้าที่มีอยู่ในพระองค์ท่านได้อย่าง เหมาะสมด้วยอีกประการหนึ่ง อาศัยเหตุเหล่านี้ จึงได้ตกลงใจ ที่จะอุปสมบทในวันที่ ๒๒ เดือนนี้ ส่วนกิจการบ้านเมืองนั้น ก็หวังว่าในระยะเวลาที่ข้าพเจ้า จะบวชนี้ คงไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขัดข้อง โดยความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎร ข้าพเจ้าก็ได้แต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้แล้ว ขอท่านทั้งหลายจงช่วยกัน รักษาความสงบสุขให้กิจการบ้านเมืองของเราดำเนินไปด้วยดีเถิด ขอคุณพระศรีรัตนตรัย ได้อภิบาลคุ้มครองท่านทั้งปวง ให้มีความสุขสวัสดี ขอทุก ๆ ท่านจงมีส่วนได้รับกุศลความดีงาม อันจักมีจากการที่ข้าพเจ้าอุปสมบทในพระศาสนาครั้งนี้โดยทั่วกัน ด้วยเทอญ" ธันวาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org ๒๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More