ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธันวาคม ๒๕๓๐
นองล้อเลียน
“จริง!” เขายืนยันแข็งขัน
“เอาละ” อาตมาตัดบทขึ้น อาตมาเชื่อโยม
หมายความว่าโยมใช้วิธีอดทนในการแก้ทุกข์ซึ่งก็ได้ผลดี
มาก ถ้าโยมต้องประสบทุกข์หนัก ๆ อีก โยมก็คงใช้วิธีนี้
อีก ถ้ามีเพื่อนฝูงประสบทุกข์หนักมาขอคำแนะนำ โยม
ก็คงใช้วิธีนี้อีก ถ้ามีเพื่อนฝูงประสบทุกข์หนักมาขอคำ
แนะนำ โยมคงแนะนำให้เขาอดทน ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ ผมแนะนำมาหลายรายแล้ว และทุกราย
ที่เชื่อผมก็สบายทุกคน มีคนหนึ่งไม่ยอมเชื่อ ในที่สุดมัน
ก็ยิงตัวเองตาย ผมว่ามันบ้าชัด ๆ”
“เห็นไหมล่ะ” อาตมากล่าวอย่างได้ที แต่เมื่อ
ถามว่าเจ้าตัวมานะกำลังจะเกิดขึ้นในใจจึงรีบระงับมัน
เสีย แล้วพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงปกติ “อาตมาพูดไว้แต่
ต้นแล้วว่า โยมเป็นคนมีศาสนา ก็จริงอย่างอาตมา
ว่า ไม่เพียงแต่มีไว้เฉย ๆ แต่ยังประกาศเผยแพร่เสีย
ด้วย"
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?” หนุ่มพ่อค้าคน
ที่สองถามขึ้น
“ศาสนา
นา ทุกศาสนาเกิดขึ้นมาเพราะชีวิตมัน
เต็มไปด้วยทุกข์ ถ้าไม่มีความทุกข์ ศาสนาจะไม่
เกิดขึ้นเลย ศาสนาทุกศาสนา ถ้าว่าโดยเนื้อแท้
แล้วไม่ใช่อะไรอื่น คือวิธีแก้ทุกข์นั่นเอง ทุกข์
หนัก ๆ ชนิดที่ไม่มีวิธีอื่นแก้ได้ เมื่อโยมประสบทุกข์
โยมมีวิธีแก้ทุกข์อย่างได้ผลนั่นแหละคือศาสนาล่ะ”
“แต่มันเป็นวิธีแก้ทุกข์ส่วนตัวของผมนี่ครับ จะ
เรียกว่าศาสนาได้อย่างไร?” หนุ่มนักศึกษาด้านขึ้น
“แต่อย่าลืมว่า ศาสนาใหญ่ ๆ ของโลก แรกเริ่ม
เดิมทีก็เป็นวิธีแก้ทุกข์ของคน คนเดียวเหมือนกัน เช่น
พระพุทธศาสนาก็เป็นวิธีแก้ทุกข์ของพระพุทธเจ้า คริสต์
ศาสนาก็เป็นวิธีแก้ทุกข์ของพระเยซูคริสต์ ท่านเหล่านั้น
เมื่อค้นพบวิธีแก้ทุกข์ และแก้ทุกข์ของตนเองได้แล้วสงสาร
คนอื่นที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ จึงบอกวิธีแก้ทุกข์ให้ เมื่อมีผู้
เลื่อมใสนำเอาวิธีแก้ทุกข์ของท่านไปใช้มากขึ้น ๆ ในที่สุด
ก็กลายเป็นพุทธศาสนาหรือคริสต์ศาสนาไป แม้วิธีของ
โยมที่โยมใช้มาได้ผลและแนะนำให้เพื่อนฝูงนำไปใช้
ก็อาจกลายเป็นศาสนาได้ ถ้ามีคนเลื่อมใสนำไปใช้
มากพอ"
ชายหนุ่มทั้งสามมิได้ว่ากระไร เพียงแต่ผงกศีรษะ
ขึ้นลงช้า ๆ แสดงว่าเห็นด้วยกับความเข้าใจของอาตมา
“ทุกคนย่อมมีความทุกข์ ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีมี
เงินเป็นพัน ๆ ล้านบาทก็ไม่พ้นทุกข์ และทุกคนย่อมมีวิธี
แก้ทุกข์แบบใดแบบหนึ่ง อาจจะเป็นแบบส่วนตัวเขาเอง
หรือแบบส่วนรวมที่เขานิยมนับถือก็ได้ วิธีการแก้ทุกข์
ที่เขานิยมเลื่อมใสและใช้อยู่เป็นประจำนั่นแหละ
คือศาสนาของเขา ฉะนั้นอาตมาจึงกล้ายืนยันตั้งแต่
แรกว่า ทุกคนต้องมีศาสนา”
“ท่านเล่าครับ
มีวิธีแก้ทุกข์ส่วนตัวบ้างหรือ
เปล่า ถ้ามีกรุณาแนะนำเราด้วยเพื่อจะได้นำไปใช้” หนุ่ม
พ่อค้าคนแรกถาม
“อาตมาไม่มีวิธีแก้ทุกข์ส่วนตัว อาตมาเลื่อมใส
ในพุทธวิธีแก้ทุกข์ จึงยอมรับเอามาใช้ เท่าที่พิจารณา
ดูอาตมาเห็นแน่ชัดแล้วว่า ไม่มีศาสดาองค์ใดได้วิจัย
เรื่องทุกข์และรู้จักทุกข์ดีไปกว่าพระพุทธเจ้า และ
ไม่มีวิธีแก้ทุกข์ใด ๆ ในโลกจะได้ผลชะงัดเท่ากับ
พุทธวิธี แต่วันนี้ได้เวลาที่อาตมาจะต้องปฏิบัติกิจวัตร
แก้ทุกข์เสียแล้ว โอกาสหน้าถ้ามีเวลาแวะมาสนทนากัน
อีก อาตมาจะอธิบายพุทธวิธีแก้ทุกข์ให้ฟัง”
หนุ่มทั้งสามก้มลงกราบอาตมา อย่างนอบน้อม
เป็นพิเศษรับว่าจะมาสนทนาอีก แล้วก็อำลาจากไป
ฝ่ายอาตมาก็กลับไปเดินจงกรมเพื่อถอนรากทุกข์คือ
กิเลสต่อไป
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org
฿ ๑๐๓