ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
ธันวาคม ๒๔๓๐
หลวงพ่อ หลวงพี่ สอนให้พวกเราไม่ประมาท ตอน
นั้นฟังแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ เพราะคิดว่า เรายังอยู่ไปอีก
นาน มาถึงจุดนี้ของชีวิต ข้าพเจ้ารู้สึกว่า รอช้าไม่ได้
แล้ว เราต้องรีบประพฤติปฏิบัติธรรม ก่อนที่ความ
ตายจะมายืนข้างหน้า
เวลาที่ผ่านไปให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะมรณภัย
ไม่มีเครื่องหมาย เราจะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ได้
หลวงพ่อ หลวงพี่สอนให้พวกเราไม่ประ
มาท ตอนนั้นฟังแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ เพราะ
คิดว่า เรายังอยู่ไปอีกนาน มาถึงจุดนี้
ของชีวิต ข้าพเจ้ารู้สึกว่ารอช้าไม่ได้แล้ว
เราต้องรีบประพฤติปฏิบัติธรรมก่อนที่
ความตายจะมายืนอยู่ข้างหน้า
อีกครั้งหนึ่ง ก่อนบวชประมาณ ๑๐ วัน
อาหารวันนั้นตบท้ายด้วยมะม่วงน้ำปลาหวาน
ข้าพเจ้าทานเข้าไปมากพอสมควร ปรากฏว่า
ในเย็นวันนั้นเอง ขณะทำวัตรอยู่ ข้าพเจ้า
รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง พยายามจะทำวัตร
ซึ่งบทสวดนี้เราก็ท่องจนขึ้นใจ แต่ก็ไม่สามารถ
นึกถึงบทสวดได้ พยายามจรดใจไว้ที่ศูนย์
กลางกายก็ไม่สำเร็จ จึงต้องลุกออกมากราบ
ขออนุญาตพระพี่เลี้ยง (หลวงพี่วันชัย) เข้า
ห้องน้ำ หลังจากที่พายุร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ท้องฟ้าก็แจ่มใส พอดีกับที่ทำวัตรเสร็จและ
ต่อไปก็นั่งสมาธิ เมื่อใจพอสงบบ้างก็ได้คิด
ว่า เมื่อก่อนหลวงพ่อหลวงพี่ได้สอนให้
พวกเราสร้างสมความดีไว้มาก ๆ เพื่อที่
เราจะได้คุ้นอยู่กับความดี ภูมิใจเมื่อเรา
นึกถึง เมื่อถึงคราวจะละโลกไป เราจะได้
นึกถึงความดีออกแล้วสุคติจะเป็นที่
ไปของพวกเรา เมื่อก่อนฟังแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ
เพราะตอนที่หลวงพ่อสอน ข้าพเจ้าลองนึกดูว่า
ทำอะไรมาบ้างก็นึกออกโดยง่าย แต่มาถึง
ตอนนี้ทำให้ได้คิดว่า “นี่ขนาดปวดท้องซึ่ง
เป็นความทุกข์เล็กน้อยเมื่อเทียบกับความ
ตาย เรายังนึกถึงบทสวดมนต์ซึ่งเราทำ
เป็นประจำไม่ออกเลย นับประสาอะไร
กับความดีที่เราทำไปอย่างตั้งใจบ้างไม่
ตั้งใจบ้าง เมื่อเราเผชิญกับความตายซึ่ง
เป็นทุกขเวทนาที่รุนแรงกว่าความปวดท้อง
หลายร้อยหลายพันเท่า ไม่ต้องหวังเลยว่า
จะนึกถึงความดีออก...ต่อไปนี้ เราจะต้อง
รีบสร้างสมความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป”
เดินธุดงค์
เดินธุดงค์สู่เขาใหญ่ เริ่มเดินตั้งแต่วันที่
๑๗ พฤษภาคม และกลับวันที่ ๒๗ พฤษ
ภาคม (นั่งรถกลับ) ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่ได้ตั้ง
ใจเดินด้วยเท้าเปล่าจนถึงเขาใหญ่ ระหว่างทาง
ประทับใจในศรัทธาของญาติโยมมาก คุณลุง
คุณป้าต่างร่วมใจกันสละความตระหนี่ ถวาย
น้ำปานะ และภัตตาหารกับพระภิกษุสามเณร
จำนวนร่วม ๔๐๐ รูป
ขณะเดิน ข้าพเจ้าพยายามจรดใจไว้ที่
ศูนย์กลางกายตลอด บางครั้งก็รู้ตัวว่า ฟุ้งซ่าน
ต้องรีบจรดใจไว้ศูนย์กลางกาย พยายามทำ
อย่างนี้เรื่อย ๆ รู้สึกว่า เวลาผ่านไปรวดเร็ว
มาก แม้บางวันจะเดินกว่า ๒๐ กิโลเมตร
แต่ก็รู้สึกว่าเดินไม่นานก็ถึงแล้ว
ในระยะ
แรก ๆ ส่วนใหญ่จะเดินบนทางลาดยาง จน
กระทั่งวันหนึ่ง หลวงพี่ฐานวุฑโฒ ประกาศ
ให้เตรียมรองเท้า เพราะตั้งแต่ช่วงหลังวันนี้
เป็นต้นไป จะต้องเดินบนลูกรังตลอด แต่
ข้าพเจ้าตั้งใจไว้แล้ว จึงไม่ยอมใส่รองเท้า
อุปสรรค คือบันไดที่
ก้าวไปสู่ความสำเร็จ
ระหว่างเดินแต่ละย่างก้าว ต้องเหยียบ
ก้อนหินใหญ่น้อย หลายรูปทรง บางก้อน
คมเหยียบไปก็เจ็บเท้า ทำให้ข้าพเจ้าได้คิดว่า
“หินใหญ่น้อยที่เราเหยียบย่ำ ก็เปรียบได้
กับอุปสรรคทั้งปวง ที่ชีวิตเราได้ผ่านมา
๗ต
Kalyanamitra.org