ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระนามพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จออกทรงผนวชระหว่างทรงครองราชสมบัติ
ล่าดับที่
พระนาม
สมัย
กรุงสุโขทัย
พระมหาธรรมราชาลิไทย
วันทรงผนวช
มูลเหตุการทรงผนวช
วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ทรงเลื่อมใสศรัทธา ทรงปรารภ
๑๒ ปีฉลู พ.ศ. ๑๙๐๕ พุทธภูมิ ทรงถือเอาพระเจ้าอโศก
มหาราชเป็นแบบฉบับ
สถานที่จัดพระราชพิธี
พระสุวรรณเหมปราสาทราชมนเทียร
วันพฤหัสบดีขึ้น ๑๔ ค่ำ ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใส ทรง วัดจุฬามณี
๒
สมเด็จพระบรมไตร
โลกนาถ
กรุงศรีอยุธยา
เดือน ๘ ปีระกา
พ.ศ. ๒๐๐๘
เจริญรอยตามแบบอย่างพระเกียรติ
ของพระมหาธรรมราชาลิไทย ทรง
เลื่อมใสต่อคณะสงฆ์นิกายคณะป่าแก้ว
3
พระบาทสมเด็จ
กรุงรัตนโกสินทร์ วันพฤหัสบดีขึ้น ๑๔ ค่ำ เพื่ออุทิศส่วนพระราชกุศลถวาย
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
พระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว
เดือน ๑๑ ปีระกา
๒๔ กันยายน ๒๕๑๖
สนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระ
บรมชนกนาถ เพื่ออนุวัตน์ให้เป็น
ไปตามประเพณีนิยมของชาวไทย
พระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหา
กรุงรัตนโกสินทร์
วันจันทร์แรม ๓ ค่ำ
เดือน ๑๑ ปีวอก
ทรงอุทิศพระราชกุศลสนอง
ภูมิพลอดุลยเดช
๒๒ ตุลาคม ๒๔๙๙
ทรงพระราชศรัทธาต่อหลักธรรมะ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สมเด็จ
วัดพระศรีรัตนศาดาราม
พระวชิรญาณวงศ์ ทรงหายประชวร
สมเด็จพระราชชนนีเป็นพระองค์แรกที่ทรงบาตรพระภิกษุ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภายในพระตำหนักแล้วตามด้วยสมเด็จ
พระเจ้าพี่นางเธอและคุณทัศนาวลัย จากนั้นพระภิกษุพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำเนินออกให้พระประยูรญาติชั้นหม่อม
เจ้าทรงบาตรที่ระเบียงพระตำหนัก เช่น หม่อมเจ้าอัจฉราฉวี หม่อมเจ้า
ภิรมย์สงวน หม่อมเจ้าสุภาภรณ์ ท่านหญิงสุรางค์ศรี หม่อมอาลิซาเบธ
ในกรมพระยาชัยนาทฯ เป็นต้น
ของที่เจ้านายทูลเกล้าฯ ถวายใส่บาตรนั้น ได้ทำเป็นห่อเล็กๆ
ๆ เพื่อ
จะได้เสวยได้ถูกต้องตามพระวินัย และเพื่อที่จะได้ทูลเกล้าฯถวายได้ทั่ว ๆ
กัน แต่ถึงกระนั้นพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปลี่ยน
บาตรถึง ๒ ครั้ง
เมื่อทรงรับแล้ว ทรงพระราชดำเนินเข้าไปประทับพระราชอาสน์
เพื่อรอคอยพระภิกษุอีก ๑๔ รูป ที่โดยเสด็จฯไปด้วย รับถวายของ
บิณฑบาตข้าราชบริพาร พระองค์ทรงอุ้มบาตรไว้ ได้ทรงพระราชปฏิสัน
ถารกับสมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอในระหว่าง
ประทับพัก แล้ได้เสด็จฯกลับเมื่อเวลาประมาณ ๙.๒๕ น.
ส่วนข้าราชบริพารที่ไม่มีโอกาสได้ใส่บาตร ต่างก็ได้รวบรวมเงิน
ปัจจัยกัน สมทบส่วนพระราชกุศลทูลเกล้าฯ ถวายด้วย
พระภิกษุภูมิพโลทรงรับบิณฑบาตจากประชาชน
หลังจากวันที่พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จ
๓๒
ตามพระราชประเพณีในการสนอง
พระเดชพระคุณพระราชบุพการี
พระราชดำเนินไปทรงบิณฑบาต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน วังสระปทุม
และทำเนียบรัฐบาลแล้ว
ตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ ๔ พฤศจิกายน พระภิกษุพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำเนินออกทรงรับบิณฑบาตจาก
ประชาชนเช่นพระภิกษุอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะทรงลาผนวช ทรงอุ้ม
บาตร ออกจากประตูวัดบวรนิเวศวิหารเมื่อได้อรุณ ออกทางด้านพระตำ
หนักเพ็ชร โดยมีพระโสภณคณาภรณ์ นำเสด็จ และพระอนุจร
๕ รูปตามเสด็จด้วย และได้ทรงรับบิณฑบาตจากประชาชนผู้ออกมาใส่
บาตรตามปกติ ๒ ราย
การทรงพระราชดำเนินออกทรงบิณฑบาตครั้งนี้
เสด็จอย่างเงียบ ๆ มิได้มีใครทราบล่วงหน้ามาก่อน
เป็นการ
ผู้ที่มีโอกาสได้ทูลเกล้าฯถวายบิณฑบาต จึงมีแต่ประชาชนที่ได้ใส่
บาตรเป็นประจำวันอยู่แล้วตามปกติ และไม่มีการตระเตรียมอาหาร
เป็นพิเศษแต่อย่างใดทั้งสิ้น
คราวเสด็จฯทรงบิณฑบาตที่ถนนพหลโยธิน ทรงรับบิณฑ
บาตจากสตรีผู้หนึ่งซึ่งมีอาชีพขายขนมครก เมื่อทราบว่า พระภิกษุพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำเนินมาบิณฑบาต ไม่อาจหาอาหาร
+บาตรที่ทรงใช้เป็นบาตรที่พม่านำเข้ามาถวาย เป็นบาตรที่มีฝาบาตร ประดับด้วยงา
** พระโสภณคณาภรณ์ ปัจจุบันคือ เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวร
นิเวศวิหาร
ธันวาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org