ข้อความต้นฉบับในหน้า
“เราได้เกิดมาเป็นคนไทย ก็ควร
จะอ่านภาษาไทยให้ชัด แม้
บางครั้งต้องอ่านตามความนิยม
แต่จะต้องพยายามใช้อักขรวิธี
พวกเสียงสระ พยัญชนะ วรรณ
ยุกต์ให้ถูกต้องไว้เพื่อเป็นแบบ
ธันวาคม ๒๕๓๐
อย่าง”
ของวัดพระธรรมกาย หรือพวกสารคดีรายการ
เฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ ทางโทรทัศน์หลาย ๆ
เรื่อง ฯลฯ นี่เขียนบทมาดี มีหลักวิชาการ มี
จุดประสงค์คล้องจองกัน ก็เป็นหน้าที่ของผู้
บรรยายว่าจะอ่าน จะถ่ายทอดไปสู่ผู้ฟังอย่างไร
จึงจะให้ได้ความสมบูรณ์งดงามที่สุด ภาษา
ไทยเรานั้นในการที่จะพูดให้ได้ดี เราก็
ต้องมีลีลาจังหวะที่เหมาะสม ให้เขาเกิด
ความสนใจและยินดีรับฟัง เกิดความรู้
สึกยอมรับว่า ได้ประโยชน์จากการฟัง
จริง ๆ ในการบรรยายก็เหมือนกับการ
อ่าน การพูดทั่ว ๆ ไป คือต้องมีความชัด
เจน ถูกต้อง นุ่มนวล เน้นคำที่ควรเน้น
ผ่อนคำที่ควรผ่อน รู้จักทอดจังหวะให้น่า
ฟัง...เราจะไม่ทำตัวของเราเหมือน
ผู้สอน แต่เราทำตัวเป็นผู้บรรยาย คือ เรา
เป็นเพียงผู้บรรยายหรือผู้อ่านให้ฟัง”
นี่คือ กัลยาณมิตรบำรุง เกาไชยนันท์
ผู้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเอกราชของชาติ
และเอกราชของภาษา ด้วยการให้คุณค่าแก่
ภาษาไทย ด้วยการพิถีพิถันระมัดระวังในการ
ใช้ภาษาให้ถูกต้อง เหมาะสมและไพเราะ
งดงาม ในขณะที่คนไทยอีกหลาย ๆ คนขาด
ความรัก ความภูมิใจในภาษาของตน ด้วย
เห็นว่า เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสู้รบยื้อยุด
มาจากไหน บรรพบุรุษสร้างให้ กาลเวลา
พัฒนาให้ จึงแลไม่เห็นค่า ไม่ค่อยใส่ใจ ไม่
ถนอม ไม่ทะนุบำรุง ยิ่งภาษาไทยมีความ
สำคัญน้อยเท่าไรในสายตาผู้ใช้ภาษา เจ้าของ
ภาษาเอง ชาติไทยเราก็จะขาดเอกลักษณ์
ขาดความภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น
อันที่จริงแล้ว ภาษาเป็นเครื่องสะท้อน
ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้ภาษา เป็นทั้งส่วน
ประกอบของความเป็นไทย และเป็นเครื่องมือ
ในการรักษา-พัฒนาองค์ประกอบอื่น ๆ ใน
สังคม
ตลอดระยะเวลา ๓๐ ปีที่ผ่านมา ด้วย
วัย ๕๕ ปี ในวันนี้ของกัลยาณมิตรบำรุง
เกาไชยนันท์ ชีวิตและงานของท่านได้ยืน
อยู่บนความเหมาะสมมั่นคงในหลักการที่จะใช้
ภาษาไทยให้เกิดคุณประโยชน์ต่อชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ให้มากที่สุด ดีที่สุด เท่าที่จะสามารถ
กระทำได้ นับได้ว่าเป็นชีวิตที่น่าปีติภูมิใจสมกับ
กุศลกรรมโดยแท้ ธรรมทานจากน้ำเสียงที่
๖๙
Kalyanamitra.org