การถวายธรรมะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 12 หน้า 33
หน้าที่ 33 / 120

สรุปเนื้อหา

ฉายพระรูปกับสมเด็จพระสังฆราช (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์ สุจิตโต ปธ. ๗) พระราชอุปัธยาจารย์ ณ ตำหนักบัญจบเบญจมา วัดบวรนิเวศวิหาร ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ ๒๔๙๙ วันนั้น พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ขึ้นถวายธรรมะเรื่อง “การใช้ปัญญา” ตอนท้ายที่สุด ทรงสนทนาธรรมขอความเห็นจาก พระพรหมมุนี ในความพระราชปุจฉาว่า ขณะที่ทรงผนวชอยู่ อาณาประ ชาราษฎร์ขานพระนามพระองค์ว่า “พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว” โดยที่ทรงดำรงฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ยังมีอยู่ เป็น เพียงแต่ทรงจีวรเช่นภิกษุเท่านั้น พระพรหมมุนีถวายความเห็นว่า เรื่องนี้ทางธรรมะเรียกว่า สมมติ ซ้อนสมมติ สัจจะซ้อนสัจจะ ความเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็เป็นสมมติอย่าง หนึ่ง เรียกว่า “สมมติเทพ” ความเป็นพระภิกษุก็เป็นสมมติอีกอย่าง หนึ่ง ซ้อนขึ้นในสมมติเทพนั้น ในการเช่นนี้ ผู้ปฏิบ

หัวข้อประเด็น

- การถวายธรรมะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ฉายพระรูปกับสมเด็จพระสังฆราช (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์ สุจิตโต ปธ. ๗) พระราชอุปัธยาจารย์ ณ ตำหนักบัญจบเบญจมา วัดบวรนิเวศวิหาร ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ ๒๔๙๙ วันนั้น พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ขึ้นถวายธรรมะเรื่อง “การใช้ปัญญา” ตอนท้ายที่สุด ทรงสนทนาธรรมขอความเห็นจาก พระพรหมมุนี ในความพระราชปุจฉาว่า ขณะที่ทรงผนวชอยู่ อาณาประ ชาราษฎร์ขานพระนามพระองค์ว่า “พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว” โดยที่ทรงดำรงฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ยังมีอยู่ เป็น เพียงแต่ทรงจีวรเช่นภิกษุเท่านั้น พระพรหมมุนีถวายความเห็นว่า เรื่องนี้ทางธรรมะเรียกว่า สมมติ ซ้อนสมมติ สัจจะซ้อนสัจจะ ความเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็เป็นสมมติอย่าง หนึ่ง เรียกว่า “สมมติเทพ” ความเป็นพระภิกษุก็เป็นสมมติอีกอย่าง หนึ่ง ซ้อนขึ้นในสมมติเทพนั้น ในการเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติให้เหมาะ สมกับสมมตินั้น ๆ เช่น เมื่อได้รับสมมติเป็นพระภิกษุแล้ว ก็ต้องปฏิบัติ นๆ ตามสิกขาบทของพระภิกษุโดยเคร่งครัด จักปฏิบัติแต่หน้าที่สมมติเทพ อย่างเดียวไม่ได้ แต่ถ้าหน้าที่ของสมมติเทพที่ไม่ขัดกับสิกขาบทวินัยก็ อาศัยได้ เช่นคำที่เรียกว่า “เสวย สรง บรรทม” เป็นต้น ยังใช้ได้ เพราะธรรมจากเบื้องบาท สู่ทวยราษฎร์ประจงประจำ เพราะคุณพระหนุนนำ แผ่นดินธรรมจึงดำรง ทรงกรำฝนเสด็จฯไปทรงรับบิณฑบาตจาก สมเด็จพระราชชนนี เมื่อตอนเช้าวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ขณะที่ฝนตกกระหน่ำ ลงมาอย่างหนัก ประชาชนหญิงชายที่พากันมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณลานพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ต่างก็พากันขึ้นไปหลบฝนอยู่บนศาลาแดง ซึ่งคิด ว่า หมดหวังที่จะเฝ้าฯ พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสีย แล้ว เพราะฝนได้ตกลงมาอย่างหนักมาก แต่เมื่อเสียงฆ้องตีบอกเวลาพระลงพระอุโบสถได้ดังขึ้น เมื่อเวลา ๘ นาฬิกาเศษ เพียงครู่เดียว.... พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงพระราชดำเนินก ฝนสู่พระอุโบสถ เพื่อทรงทำวัตรเช้า ได้มีผู้ถวายพระกลด(กั้นร่ม) โดยใกล้ ชิต ขณะเมื่อทรงพระราชดำเนินเข้าสู่ลานพระอุโบสถนั้นเอง...! ประชาชนที่หลบอยู่บนศาลาแดง ต่างก็พากันกรูลงมานั่งเฝ้าฯ ถวายบังคมระหว่างทรงพระราชดำเนินและรอคอยอยู่จนกระทั่งทรงทำ วัตรแล้ว จึงปรากฏว่าประชาชนเปียกโชกไปตาม ๆ กัน ที่วังสระปทุม สมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นาง เธอ ทรงยืนรับเสด็จอยู่หน้าพระตำหนักสมเด็จพระราชบิดา รถยนต์พระที่นั่งวิ่งมาถึงหน้าพระตำหนักเมื่อเวลาประมาณ ๙.๐๕ นาฬิกา พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราช ดำเนินขึ้นบนพระตำหนักเพื่อทรงบิณฑบาต ซึ่งเดิมนั้นกำหนดจะทรงบิณฑ บาตที่สนามหน้าพระตำหนัก แต่ฝนได้ตกหนักจึงต้องย้ายขึ้นไปบนพระ นําหนัก ธันวาคม ๒๔๓๐ Kalyanamitra.org ๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More