นิทานเรื่องราชสีห์และสุนัขจิ้งจอก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 12 หน้า 50
หน้าที่ 50 / 120

สรุปเนื้อหา

๔๘ @ ของตน ราชสีห์มโนชะ จึงพาสุนัขจิ้งจอกไปยังถ้ำที่อยู่ พ่อของมโนชะเห็นลูกสุนัขจิ้งจอกมาด้วย จึงกล่าวเตือนว่า “ลูกเอ๋ย สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่าทุศีล ไม่ มีความจริงใจ เจ้าไม่ควรคบค้าสมาคมด้วย ไม่ควร ให้มันมาอยู่ในถ้ำเดียวกับเรา” แต่มโนชะ คัดค้าน “โธ่พ่อ เพียงสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวจะมาทำอะไร เราได้ ลูกให้มันเป็นเพื่อนลูกก็เพราะเอ็นดูมัน แล้ว ลูกก็อยากจะมีเพื่อนด้วยนะ” เมื่อพ่อของมโนชะห้ามลูกไม่ได้ จึงได้แต่ปล่อย เลยตามเลย ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรได้เพราะลูกก็ โตแล้ว ทั้งยังเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวอีกด้วย วันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกอยากจะกินเนื้อม้า จึงพูด กับราชสีห์มโนชะว่า “นาย ท่านเคยกินเนื้อม้ามั้ย” “ไม่เคย....ทำไมหรือ” “ข้าก็ไม่เคยกิน แต่เคยได้ยินเขาพูดกันว่า เนื้อ ม้าอร่อยมาก เกิดชาตินี้จะ

หัวข้อประเด็น

- นิทานเรื่องราชสีห์และสุนัขจิ้งจอก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๔๘ @ ของตน ราชสีห์มโนชะ จึงพาสุนัขจิ้งจอกไปยังถ้ำที่อยู่ พ่อของมโนชะเห็นลูกสุนัขจิ้งจอกมาด้วย จึงกล่าวเตือนว่า “ลูกเอ๋ย สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่าทุศีล ไม่ มีความจริงใจ เจ้าไม่ควรคบค้าสมาคมด้วย ไม่ควร ให้มันมาอยู่ในถ้ำเดียวกับเรา” แต่มโนชะ คัดค้าน “โธ่พ่อ เพียงสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวจะมาทำอะไร เราได้ ลูกให้มันเป็นเพื่อนลูกก็เพราะเอ็นดูมัน แล้ว ลูกก็อยากจะมีเพื่อนด้วยนะ” เมื่อพ่อของมโนชะห้ามลูกไม่ได้ จึงได้แต่ปล่อย เลยตามเลย ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรได้เพราะลูกก็ โตแล้ว ทั้งยังเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวอีกด้วย วันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกอยากจะกินเนื้อม้า จึงพูด กับราชสีห์มโนชะว่า “นาย ท่านเคยกินเนื้อม้ามั้ย” “ไม่เคย....ทำไมหรือ” “ข้าก็ไม่เคยกิน แต่เคยได้ยินเขาพูดกันว่า เนื้อ ม้าอร่อยมาก เกิดชาตินี้จะมีวาสนาได้ลิ้มรสหรือ เปล่าก็ไม่รู้” “โธ่เอ๊ย! กะแค่ของกินจะห่วงไปทำไม แต่ป่า แถวนี้ไม่มีม้านี่ ถ้าเจ้ารู้ว่ามีม้าอยู่ที่ไหน บอกข้ามา เลย ข้าจะไปจับมากินให้ได้” “ป่าแถวนี้ไม่มีหรอก จะมีก็แถวชานเมือง พาราณสีโน่นแน่ะ” “ถ้าอย่างนั้น เราไปจับม้ากันเถอะ” ในขณะนั้น ม้าทั้งหลายกำลังเดินลงมาอาบน้ำ ที่ริมแม่น้ำ ราชสีห์ดักซุ่มอยู่ที่ชายป่าใกล้ ๆ พอได้ จังหวะดี ราชสีห์ก็กระโจนเข้ากัดคอม้า แล้วสะบัดม้า นั้นขึ้นหลัง พาวิ่งเข้าป่าไปยังถ้ำของตน ด้วยความ เร็วราวพายุพัด ราชสีห์มโนชะ นำม้าที่จับได้มาแบ่งปันกันกิน ในถ้ำ พ่อของมโนชะกินเนื้อม้าแล้วกล่าวว่า “มโนชะ ลูกพ่อ ธรรมดาม้ามักเป็นของหลวง เป็นของหวงห้ามของแผ่นดิน เพราะม้าเป็นพาหนะใน การทำศึกสงคราม ไม่ควรที่ลูกจะไปจับมากิน หาก พระราชาทรงทราบ จะให้นายขมังธนูมายิงลูกได้นะ เราอย่ากินเนื้อม้าอีกเลย มิฉะนั้นอายุของเจ้าจะสั้น เสียเปล่า ๆ” แต่ราชสีห์มโนชะกลับกล่าวว่า “โธ่พ่อ พ่อเชื่อฝีมือฉันเถอะ เนื้อม้าอร่อยอย่าง นี้ แล้วก็หากินไม่ได้ง่าย ๆ ด้วย ดูสิ มีใครในป่านี้ สามารถจับมากินได้บ้าง ถ้าไม่แน่จริงฉันคงถูกยิง ตายไปแล้ว” ราชสีห์มโนชะ ยังคงเข้ามาจับม้าในเขตเมือง พาราณสีอยู่อีก เมื่อความทราบถึงพระเจ้าพรหมทัต พระองค์จึงทรงให้ขุดสระสำหรับให้มาใช้ดื่มใช้อาบ ไว้ในเขตพระนคร แต่มโนชะก็ยังสามารถลอบเข้ามา จับม้าไปกินจนได้ พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงให้สร้าง โรงม้า แล้วทรงพระราชทานหญ้าและน้ำเฉพาะใน โรงม้า เพื่อป้องกันภัยจากราชสีห์ แต่มโนชะก็ยังเข้า ไปจับม้าในโรงม้าได้ พระเจ้าพรหมทัตจึงโปรดให้ หานายขมังธนูที่สามารถมาคนหนึ่ง เพื่อคอยเฝ้ายิง ธันวาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More