อุปสรรค คือบันไดที่ก้าวไปสู่ความสำเร็จ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 12 หน้า 76
หน้าที่ 76 / 120

สรุปเนื้อหา

กำลังประสบ และที่รอเราอยู่เบื้องหน้าบน เส้นทางของวัฏสงสาร สำหรับเราแล้ว หินที่แหลมคมที่สุด เปรียบได้กับอุปสรรค แต่เราก็ได้ผ่านหินแหลมคมเหล่านั้นมาแล้ว โดยไม่มีบาดแผล แม้จะเจ็บช้ำบ้าง ก็ เป็นเพียงความเจ็บปวดเล็กน้อยเดี๋ยวก็หาย หินแต่ละก้อนยิ่งทิ่มแทง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งทำให้ฝ่าเท้ากล้าแกร่ง และเชื่อมั่นใน ทุกย่างก้าวที่จะก้าวไปข้างหน้า เหมือน ชีวิตเราที่พบอุปสรรค ยิ่งพบอุปสรรคมาก เท่าไร เราก็จะต้องเร่งฟันฝ่า ก้าวไปข้าง หน้าเหมือนดัง ๒ เท้าที่ก้าวเผชิญต่อหิน แหลมคม เราก็จะรู้สึกว่า อุปสรรคเป็น ของธรรมดา เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และ อุปสรรคก็จะเป็นบันไดให้เราก้าวสู่จุด หมายสูงสุด” ระหว่างนี้ ข้าพเจ้าได้ผูกคำไว้เป็นคติ เตือนใจ และให้กำลังใจตัวเองว่า “ยิ่งเจ็บยิ่งก้าว ยิ่งก้าวยิ่งไกล ยิ่งใจจรดกลาง ย

หัวข้อประเด็น

- อุปสรรค คือบันไดที่ก้าวไปสู่ความสำเร็จ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กำลังประสบ และที่รอเราอยู่เบื้องหน้าบน เส้นทางของวัฏสงสาร สำหรับเราแล้ว หินที่แหลมคมที่สุด เปรียบได้กับอุปสรรค แต่เราก็ได้ผ่านหินแหลมคมเหล่านั้นมาแล้ว โดยไม่มีบาดแผล แม้จะเจ็บช้ำบ้าง ก็ เป็นเพียงความเจ็บปวดเล็กน้อยเดี๋ยวก็หาย หินแต่ละก้อนยิ่งทิ่มแทง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งทำให้ฝ่าเท้ากล้าแกร่ง และเชื่อมั่นใน ทุกย่างก้าวที่จะก้าวไปข้างหน้า เหมือน ชีวิตเราที่พบอุปสรรค ยิ่งพบอุปสรรคมาก เท่าไร เราก็จะต้องเร่งฟันฝ่า ก้าวไปข้าง หน้าเหมือนดัง ๒ เท้าที่ก้าวเผชิญต่อหิน แหลมคม เราก็จะรู้สึกว่า อุปสรรคเป็น ของธรรมดา เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และ อุปสรรคก็จะเป็นบันไดให้เราก้าวสู่จุด หมายสูงสุด” ระหว่างนี้ ข้าพเจ้าได้ผูกคำไว้เป็นคติ เตือนใจ และให้กำลังใจตัวเองว่า “ยิ่งเจ็บยิ่งก้าว ยิ่งก้าวยิ่งไกล ยิ่งใจจรดกลาง ยิ่งถางอุปสรรค ...สู่มรรคผลนิพพาน” ระหว่างบวช ข้าพเจ้าตั้งใจแล้วว่า เมื่อลาสิกขาแล้วจะรักษาศีล ๘ ตลอดไป จนกว่าจะได้บวชอีกครั้งหนึ่ง และจะขอตาย ภายใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ผ่านการอบรม และบวชธรรมทายาทมาแล้ว นอกจากคุณธรรม ที่หลวงพ่อหลวงพี่พร่ำสอน และเป็นตัวอย่าง ให้ดู ข้าพเจ้ายังมีความเข้าใจ แต่ก่อน (เมื่อยัง เด็ก) ที่เคยเข้าใจว่า ศาสนาในยุคที่พระมี เวทมนตร์ขลัง (วิชามาร) และชาวบ้านไป ตักบาตรทำบุญกันมาก ๆ นั้น เป็นช่วงที่ศาสนา พุทธเจริญ บัดนี้ ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่า ที่จริง เป็นช่วงที่ศาสนาเสื่อมลงต่างหาก คือ พระใช้ เวลาว่างไปฝึกฝนวิชามาร ดูหมอ แทนที่จะใช้ เรี่ยวแรงที่เกิดจากศรัทธาของญาติโยมในการ ขจัดกิเลสให้หมดสิ้น หรือเบาบางลง และ ประชาชนที่เข้าใจว่า การทำบุญคือการ ๗๔ › ชมรม ขอท่าน ตักบาตร (ทำทาน) เพียงอย่างเดียว ที่จริงแล้ว การทำบุญจะต้องประกอบด้วยการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ข้าพเจ้าขอตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า จะใช้ เวลาที่ผ่านไปให้มีคุณค่ามากที่สุด และจะเป็น กัลยาณมิตรให้กับชาวโลกทั่วไป ให้สมกับ บทเพลงแห่งธรรมทายาทที่ว่า “เหมือนดอกบัว ทะยานตัวขึ้นสู่ผิว น้ำ เปิดกลีบรับแสงตะวันธรรม น้อมนำ สู่วิถีอันดีงาม ธรรมทายาท คือบัวสะอาด ปริ่มน้ำ ศีลแปดและการประพฤติธรรม คลายคลี่ห้วงกรรมทำนอง ธรรมทายาท คือหมู่นักปราชญ์ทั้ง ผอง มาร่วมธุดงควัตรปรองดอง ถูกต้อง ตามพุทธวิธี ธรรมทายาท คือผู้ไม่ประมาทใน ศักดิ์ศรี พร้อมแล้วที่จะนำความดี กระจาย สู่โลกที่สีเทา เหมือนดอกบัว ลอยตัวพ้นความ โง่เขลา มาเป็นธรรมทายาทกันเถอะเรา เดินตามรอยเท้าพระพุทธองค์" Hn. Kalyanamitra.org ธันวาคม ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More