ข้อความต้นฉบับในหน้า
- ท่านเมตตานนฺโท ภิกขุ ได้รับเหรียญทองโบเด็น
L
สันสกฤตไพรซ์
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดได้จัดให้มีการสอบแข่งขันภาษาสันสกฤตประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ เพื่อชิง
รางวัลโบเด็นสันสกฤต ไพรซ์ แก่นักศึกษาภาควิชาภาษาสันสกฤต ปีสุดท้าย ผู้เข้าสอบประจำปีนี้มีทั้งหมด
๕ คน นักศึกษาผู้สอบได้ที่ ๑ และได้รับรางวัล คือ เมตตานันโท ภิกขุ จากประเทศไทยดังมีในประกาศ
ของมหาวิทยาลัย ชื่อ อ๊อกซฟอร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้ กาเซ็ตต์ (Oxford University Gazette) ฉบับวันที่ ๒๙ ตุลาคม
พุทธศักราช ๒๕๓๐ ดังนี้
Boden Sanskrit Prize 1987
The Prize has been awarded to the Venerable Mattanando Bhikkhu, Oriel
College.
รางวัลมีมูลค่า ๕๐ ปอนด์ (ประมาณ 5,000 บาท) เมตตานันโท ภิกขุ ได้บริจาคเงินรางวัลนี้ ให้แก่ห้อง
สมุดสองแห่งของมหาวิทยาลัย คือ ห้องสมุดสถาบันโอเรียนตัล (Oriental Institute Library) และห้องสมุด
สถาบันอินเดีย (Indian Institute Library)
บรรพบุรุษของเขาสร้างสะสมไว้นับพันปี จาก
เกาะเล็ก ๆ ทรัพยากรมีไม่เท่าใด ขนาดของ
ประเทศก็พอ ๆ กับประเทศลาว แต่สามารถ
แผ่แสนยานุภาพจนกลายเป็นประเทศมหา
อ้านาจของโลก
ส่วนการศึกษาประวัติศาสตร์หรือ
โบราณคดีนั้น คนไทยมักไม่นิยม บันทึก
ทางประวัติศาสตร์ของเราก็กระพร่องกระ
แพร่ง เรื่องราวในอดีตของชาติก็ยังอยู่ใน
ความมืดมน ยังต้องศึกษาค้นคว้าอีกมากมาย
และความสำนึกของประชาชนในการอนุรักษ์
วัตถุโบราณในบ้านเรานั้นแทบไม่มีเอาเลยก็
ว่าได้
ก่อนที่จะมาศึกษาในประเทศอังกฤษ
อาตมามีครูสอนภาษาอังกฤษคนหนึ่ง ซึ่งจบ
จากวิทยาลัยแห่งเดียวกันนี้ อาจารย์ท่านนี้
ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยหลายสิบปี เพราะ
ประทับใจวัฒนธรรมและนิสัยใจคอของคนไทย
แต่ท่านประหลาดใจมากว่า คนไทยส่วนใหญ่
ไม่รู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์ของตนเองเท่าใด
นัก หนังสือที่อธิบายประเทศไทยอย่างละเอียด
ในแง่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมนั้นยังไม่มี
ท่านจึงลงมือศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ของไทยอย่างเอาจริงเอาจัง ท่องเที่ยวไปตาม
จังหวัดต่าง ๆ รวบรวมข้อมูลจากท้องถิ่น
ต่าง ๆ ไว้มากมาย ท่านได้ค้นพบว่า ใน
จังหวัดอยุธยานั้น มีโบสถ์เก่าแก่มากอยู่ ๒
แห่ง ซึ่งมีอายุเก่ากว่าตัวกรุงศรีอยุธยาเอง
เสียอีก ด้วยความดีใจ วันหนึ่งจึงพาเพื่อน
ฝรั่งไปชมโบสถ์หลังหนึ่ง ปรากฏว่าท่าน
หาโบสถ์หลังนั้นไม่พบเสียแล้ว พอสอบถาม
ความจากพระในวัดดูถึงโบสถ์หลังเก่านั้น
พระท่านกลับชี้ให้ดูโบสถ์หลังใหม่อายุไม่กี่
เดือนซึ่งท่านเพิ่งก่อสร้างเสร็จให้ดูด้วยความภูมิใจ
แถมยังบอกว่าอย่าไปสนใจกับของเก่าเลย
มันหมดอายุไปแล้ว
กลับออกจากวอร์ริค แคสเซิล อาตมา
ฉันเพลมาในรถ เพราะมีนักเรียนไทยคน
หนึ่งเตรียมแซนด์วิชไว้ให้แล้วตั้งแต่ก่อนออก
เดินทาง รถบัสแวะอีกที่หนึ่งคือที่บ้านเกิด
ของแม่ของเช็คสเปียร์ให้คณะได้ชม ค่าผ่าน
ประตูนั้นแพงลิบลิ่วเมื่อเทียบกับของที่มีให้ดู
ภายใน และเหมือนกับที่ปราสาทวอร์ริค ห้อง
แต่ละห้องมีมัคคุเทศก์เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้
นักท่องเที่ยวฟังเป็นฉาก ๆ ถ้าพูดถึงสาระ
ทางประวัติศาสตร์นั้น ก็คงจะไม่มีอะไร
มากมายไปจากเป็นบ้านของครอบครัวชาวนา
ที่มีอันจะกินครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าพูด
ถึงในด้านวัฒนธรรมแล้ว บ้านหลังนี้แสดง
ให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาอังกฤษ
เมื่อ ๔๐๐ ปีก่อนได้อย่างละเอียดลออ
ออกจากบ้านเกิดของแม่ของเช็คสเปียร์
11
รถบัสก็พาตรงไปยังจุดหมายปลายทางคือ
เมืองสแตรทฟอร์ด อะพอน แอวอน เมืองนี้
เป็นเมืองเล็ก ๆ มีอาณาบริเวณไม่ถึงครึ่ง
ของเมืองอ๊อกซฟอร์ด ด้วยซ้ำไป ถนนสาย
ใหญ่มีเพียงสายเดียวผ่านเข้ากลางเมือง สอง
ข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านรวงสมัยใหม่
รวมทั้งร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ยี่ห้อคุ้นหูของ
อเมริกันอีกด้วย
จุดเด่นที่ทุกคนต้องหยุดมองเมื่อเข้า
เมืองนี้คือ อนุสาวรีย์ของมหากวีของอังกฤษ
นั่งอยู่บนเก้าอี้ มีแม่น้ำแอวอน (The River
Avon) และโบสถ์ใหญ่ชื่อ โฮลี ทรินิตี เซิร์ซ
(Holy Trinity Church) อันเป็นที่ฝังศพของกวี
เอกผู้นี้เป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ที่มุมทั้งสี่ของ
อนุสาวรีย์นี้มีรูปหล่อโลหะของตัวแสดงเด่น ๆ
๔ คนจากละคร ๔ เรื่องเอกของกวีผู้นี้ ใน
อิริยาบถที่ผู้ที่อ่านบทละครของเช็คสเปียร์
สามารถบอกได้ทันทีว่าใครเป็นใคร
คณะนักเรียนก็แยกย้ายกันไปรับประทาน
อาหารกลางวัน เหลืออาตมาอยู่ตามลำพังจึง
ถือโอกาสเดินสำรวจเมือง
เดินเลาะตาม
ลำแม่น้ำแอวอนไปยังโบสถ์แห่งนั้น ผ่านโรง
ละครรอยัล เช็คสเปียร์ (Royal Shakespeare
Theatre) อันมีชื่อเสียง-อาคารรูปทรงสี่เหลี่ยม
ก่อด้วยอิฐทึม ๆ ขณะนั้นกำลังอยู่ในระหว่าง
ซ่อมแซม แม่น้ำแอวอนนี้คล้ายกับแม่น้ำใน
ธันวาคม ๒๔๓๐
Kalyanamitra.org
๕๔