ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ฉันรู้แล้ว” เสียงของป้ามาเรียห์แสดงว่าได้คิดดี
แล้ว “คนแถวนี้เป็นคนที่มีจิตใจสูง เขาคงไม่ปล่อยให้
เด็กดี ๆ อย่างเจ้าออกไปเร่ร่อนอยู่ตามถนนหนทาง แต่ก็
ถึงเวลาแล้วที่พรรคพวกของเจ้าเอง (คือคนผิวดำ) ควร
จะยื่นมือเข้ามาช่วย มากับฉันเถอะ มาซิ”
- เธอแลเห็นอาหารต่าง ๆ ในถุงจึงถามว่า
“สิ่งเหล่านี้เป็นของเจ้าหรือ”
“ใช่” ยอร์ชตอบพึมพำ “นางมาร์ตินให้ฉัน” ใน
ถุงนั้นมี มันฝรั่ง ผลแอ๊ปเปิ้ล ข้าวโพดและถั่ว หมูเบคอน
และไข่ ดูเป็นอาหารฟุ่มเฟือยสำหรับเด็กเล็ก ๆ คน
หนึ่ง
ยอร์ชนำเอาสิ่งของอย่างอื่นที่เหลืออยู่ใส่ลงไปใน
ถุงด้วย แล้วก็ยกขึ้นหลังแบกเดินตามป้ามาเรียห์ไป ทั้ง
สองคนเดินข้ามทางรถไฟไปที่กระท่อมห่างจากโรงเรียน
สักสองสามบ้าน บ้านเรือนในบริเวณนี้มีขนาดเล็ก เรือน
ของป้ามาเรียห์มีห้องอยู่ห้องเดียวไม่มีเครื่องตกแต่งอะไร
แต่ความสะอาดซึ่งเป็นบุคลิกลักษณะของป้ามาเรียห์ได้
สะท้อนออกมาในบ้านของเธอให้เห็น บนพื้นบ้านเกลี้ยง
เกลาด้วยเครื่องเช็ดถูหลายอย่าง คือผ้าขี้ริ้วและผ้า
หนา ๆ ไม่มีกระจกปิดที่หน้าต่างแต่เธอก็ใช้ผ้าถักสี
ขาวลงแป้งปิดไว้ ลานบ้านก็กวาดเรียบเหมือนพื้น
ห้อง ไม่มีใบหญ้าแม้แต่ใบเดียวให้เห็นตรงไหนเลย บนม้า
ยาวได้จัดวางเครื่องอุปกรณ์สำหรับงานอาชีพไว้
เรียบร้อย คือถังซักฟอกและแผ่นกระดาน ภายในเรือน
มีกลิ่นหอมจากเครื่องเทศ น้ำมันสน และอาหารแห้งอยู่
ทั่วห้อง
ป้ามาเรียห์ได้พายอร์ชไปดูเตียงนอนที่มุมหนึ่ง
หลังฉากลับแลที่ทำเอง ที่ตรงนั้นเป็นห้องสำรองของเธอ
แต่บัดนี้ยอร์ชจะเป็นเจ้าของ แล้วเธอก็กุลีกุจอจัดสตูน้ำข้น
น่ารับประทานมาวางบนโต๊ะให้ยอร์ช
ครั้นแล้วยอร์ชก็ได้พบกับ ลุงแอนดี้
ถ้าหากแอนดริว ว็อตกิ้นส์ (ลุงแอนดี้) เป็นคนผิว
ขาวโดยกำเนิด เขาก็จะต้องเป็น “สุภาพบุรุษชนบท”
“สุภาพบุรุษที่ไม่ต้องทำงาน” แน่นอน แท้จริงเขาก็
เป็น “สุภาพบุรุษของพระเจ้า” ผู้หนึ่ง มีวาจาอ่อน
หวาน มารยาทเรียบร้อยท่าทางรื่นเริง แต่ลุงแอนดี้เป็น
นักดื่มและทำงานที่ไหนไม่ได้นาน ภาระเลี้ยงครอบครัว
จึงตกไปเป็นของป้ามาเรียห์แต่ผู้เดียว เธอรับจ้างซักรีด
และเผชิญโลกด้วยความมั่นใจ
ยอร์ชได้เล่าเรื่องนายแฮร์มานน์ จาร์ก้าร์ให้ลุง
แอนดี้ฟังกับได้อ่านหนังสืออันล้ำค่าเกี่ยวกับเรื่องต้นไม้
และดอกไม้หลายตอนให้เขาฟังด้วย ยอร์ชได้กล่องเล็ก ๆ
ที่ลานบ้านสำหรับปลูกไม้ดอกและเริ่มปลูกองุ่นตามแนว
ฝากระท่อม ลุงแอนดี้รู้สึกยินดีที่ได้ยอร์ชมาอยู่ด้วย ลุง
แอนดี้อ่านคัมภีร์ได้นิดหน่อย เขากับป้ามาเรียห์มีความ
เคยชินอยู่อย่างหนึ่ง คือต้องมานั่งที่ลานหน้าบ้านทุกเวลา
เย็นก่อนพระอาทิตย์ตก และลุงแอนดี้เป็นคนอ่านหนังสือ
ให้ฟัง บัดนี้มียอร์ชมาอยู่ด้วยแล้ว เขาจึงได้ส่งพระคัมภีร์
ให้ยอร์ชอ่านเท่าที่ได้เรียนมาแทนเขา ชั้นต้นยอร์ชอ่าน
ติดอ่างและสะดุดบางคำที่ยังไม่เคยชิน แต่ต่อมาเขาพบ
ว่า บางตอนรู้สึกเหมือนกับบทเพลง บทเหล่านั้นจึงกลาย
เป็นของง่าย ประกอบกับผู้ฟังไม่ว่าอะไรด้วย เขาจึงอ่าน
ไป ๆ จนติดแน่นอยู่ในความจำของเขา ลุงแอนดี้กับป่า
มาเรียห์ได้สดับตรับฟังด้วยความพอใจ และบางทีก็มี
เพื่อนบ้านมาหยุดฟังด้วย (ตอนนี้มีข้อความที่คัดมา
จากพระคัมภีร์ ซึ่งเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแปล)
- แสงพระอาทิตย์มัวลง แต่เสียงของยอร์ชก็ยังคง
ดำเนินต่อไป เขาจำข้อความเหล่านั้นได้ เมื่อเขาทั้งหลายนั่ง
อยู่ใต้ท้องฟ้าอันประดับด้วยดวงดาว จะมีเสียงผ่าน
ความมืดมาจากสนามข้างเคียงว่า
“เด็กคนนั้นอ่านหนังสือราวยังกับทูตสวรรค์”
- ป้ามาเรียห์รู้สึกภูมิใจ มองดูยอร์ชอย่างพอใจแล้ว
ว่า
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๕๓๐