ข้อความต้นฉบับในหน้า
๙๒ C
เปล่า มิใช่เปล่าแต่วัตถุสิ่งของ และเงินทองสำหรับใช้ประ
จำตัวเท่านั้น หากเปล่าจนผู้อุปการะช่วยเหลือด้วย อีก
นัยหนึ่งว่า “ตัวเปล่าจริง ๆ” ต้องพึ่งตนเองตรงกับพุทธ
พจน์ที่ว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ซึ่งแปลว่า ตนนั่น
แหละเป็นที่พึ่งของตน
แม้ยอร์ชจะไม่มีผู้อันจะเป็นที่พึ่งพาอาศัย ก็หารู้
สึกวิตกหรือหวาดหวั่นอย่างใดไม่ เขากล้าเดินทางด้วย
เท้าคนเดียวไปทางไกลเพื่อเสี่ยงโชค เมื่อมีอายุเพียงสิบ
ขวบเท่านั้น ยังเล็กอยู่มาก บางคนอาจจะเห็นไปว่า เขา
ไม่ควรจะคิดหวังอะไรให้เกินฐานะ ซึ่งเป็นคติพจน์ที่น่า
ฟังและยังใช้ได้อยู่ แต่ถ้าบุคคลที่เราเห็นว่าต่ำต้อยนั้น
เชื่อมั่นในตนเองอย่างแน่วแน่ว่าจะกระทำได้สำเร็จ จะให้
เขาถอยออกมาเสียเพราะยึดถือคติพจน์นั้นหรือ เมื่อคิด
ถึงผลสำเร็จแล้ว ก็น่าเสียดายมิใช่น้อย ข้อนี้เห็นจะต้องให้
เจ้าตัวตัดสินเอาเอง มากกว่าที่คนอื่นจะบอกให้ แต่ถ้า
พูดถึงความดีกันแล้ว ผู้แปลเห็นว่าทำไปเถอะไม่มีเกินฐานะ
ใคร ๆ ก็กระทำความดีได้ ไม่เลือกฐานะและโอกาส
เมื่อหมดหนทางที่จะหาที่พึ่งได้แล้ว ทั้งไม่มีอา
หารสำหรับเลี้ยงร่างกายด้วยนั้น แม้จะหิวสักเพียงไรก็ไม่
เคยคิดจะทำชั่ว เช่นลักขโมยเขาเป็นต้น นับว่ายอร์ชมีจิตใจ
สูงมาก น่าสรรเสริญยิ่งนัก
- ยอร์ชมี ขันติ ความอดทน โสรัจจะ ความ
เสงี่ยม อันเป็นธรรมที่ทำให้ผู้ปฏิบัติมีความงดงาม ดังเมื่อ
เขาได้เข้าห้องเรียนเป็นครั้งแรกได้ถูกนักเรียนหัวเราะเยาะ
ต่อมาก็ต้องอยู่โดดเดี่ยว ไม่มีใครสมาคมด้วยตลอดเวลา
ครูซึ่งควรจะเป็นที่พึ่งได้ ก็พลอยช่วยซ้ำเติมเขาไปด้วย
เหมือนกัน เช่นนี้ ถ้าเป็นเด็กอื่น ก็คงจะไม่ไปโรงเรียนอีก
เลย ตรงกันข้าม ความกดดันเหล่านั้นกลับช่วยให้ยอร์ช
เขามีอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น
และต้องจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เขา
รู้จักไป ความหวาดเกรงได้ผ่านเข้า
มาในความคิดอยู่ขณะหนึ่ง แล้ว
ความรำลึกถึงความลึกลับอันเป็น
ที่อุ่นใจก็มาช่วยไว้
มีกำลังใจเข้มแข็งขึ้นไปอีก ในอันที่จะมุ่งไปสู่ความมุ่ง
หมายให้ถึงจงได้ เขาจึงได้มีความอดทนและสงบเสงี่ยม
ตลอดมา ประกอบด้วยวิริยะอุตสาหะในการเล่าเรียน
ชัยชนะจึงเป็นของเขา คือเขาชนะน้ำใจคนที่เป็นศัตรูได้ทั้ง
หมด ทั้งกลับได้รับความนับถือจากศัตรูเหล่านั้นด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นเหตุการณ์แห่งชีวิตจริงดังกล่าวมานี้ได้พิสูจน์
แล้วว่าแม้รูปร่างจะชั่วช้าอัปลักษณ์สักเพียงใดก็ตาม
ขันติ โสรัจจะ ก็ย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติกลายเป็นผู้มีความ
งามเป็นที่นิยมของคนทั่วไปได้
ยอร์ชไม่ฆ่าสัตว์ และพยายามขัดขวางไม่ให้ผู้
อื่นฆ่า ดังในเมื่อเขาไปเที่ยวตกปลากับเพื่อน เขาไม่ยอม
ร่วมมือกับเพื่อน ทั้งได้ขัดขวางการตกปลาของเพื่อนด้วย
ที่จริงคริสต์ศาสนาไม่มีข้อห้ามการฆ่าสัตว์ แต่ชาวคริสต์
ผู้มีจิตใจสูงถือว่า ถ้าไม่เป็นประโยชน์แล้วก็ไม่ควรฆ่า
การตกปลาเป็นการฆ่าเอามาเป็นประโยชน์ จึงไม่ผิดคติ
ธรรมของเขา แต่ยอร์ชมีจิตใจสูงเหนือขึ้นไปอีก ถึง
ศีลในพุทธศาสนาทีเดียว จนเด็กที่ไปด้วยกันเห็น
ว่ายอร์ชเป็นบ้า เพราะถือคติที่ผิดกับคนทั่วไป ทั้งนี้เป็น
เพราะเมตตาที่เขาได้มาจากการคุ้นเคยกับสัตว์ดัง
ได้กล่าวมาแล้วในคำถามคำตอบของบทก่อน ได้กำจัด
ความอยากฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเสียสิ้น นี่เป็นเรื่องจริงที่
พิสูจน์หลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนาอีกเรื่องหนึ่ง
คือเมตตาย่อมกำจัดกรรมกิเลส ปาณาติบาต ว่า
เป็นสัจธรรมแท้
ยอร์ชไม่ชอบคบคนพาล เขาไม่มีเพื่อนเลย
เพราะเห็นเด็กอื่นไม่ดีพอก็อาจเป็นได้ ตั้งแต่มาจาก
ครอบครัวคาร์เวอร์ ซึ่งช่วยชุบชีวิตของเขาให้รอดมาได้
แล้ว ก็ได้มาอยู่กับครอบครัวมาร์ติน ซึ่งเป็นผู้ช่วยชีวิต
ของเขาให้รอดจากการอดอาหารตายอีกครั้งหนึ่ง แล้วต่อ
มาก็มาอยู่กับป้ามาเรียห์และลุงแอนดี้ คนทั้งหมดที่ได้
อุปการะยอร์ชมานี้ ล้วนแต่เป็นคนดีเข้าขั้นบัณฑิต
ตามหลักพระพุทธศาสนาทั้งนั้น ความประ
พฤติของยอร์ชจึงเข้าอยู่ ในมงคลสูตรบทแรกอัน
เป็นบทรากฐานของชีวิตที่ว่า ไม่คบคนพาล คบ
บัณฑิตได้อย่างสนิททีเดียว
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๕๓๐