ข้อความต้นฉบับในหน้า
cos C
แสดงความมั่นใจ อาตมาไม่รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด
ที่ได้พบกับคนไม่มีศาสนา เพราะก่อนจะมาอุปสมบท
อาตมาเคยประกาศว่าตนเป็นคนไม่มีศาสนาเหมือนกัน
อาตมาเพิ่งหันมาสนใจใน พระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุบังเอิญ ขณะที่กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย
ลอนดอนเมื่อ ๘ ปีมาแล้ว เรื่องของอาตมาเป็นเรื่องยาว
ถ้ามีเวลาจะนำมาเล่าให้ฟังโอกาสหน้า ตอนนี้ขอแต่เรื่อง
นักศึกษาคนนี้ก่อน
“อาตมายังสงสัย เมื่อโยมกล่าวว่าโยมไม่นับถือ
ศาสนาอะไร เพราะอาตมายังไม่เคยเห็นใครที่ไม่มี
ศาสนา” อาตมาพูดขึ้นเพื่อหาทางในการทดสอบคำ
ยืนยันของเขา
“ผมนี้แหละครับเป็นคนไม่มีศาสนา” เขายืนยัน
อย่างหนักแน่น “ถ้าท่านไม่เคยเห็นมาก่อนก็จงดูผมเถิด
ผมนี้แหละคือคนไม่มีศาสนาคนแรกที่ท่านได้พบ
“ยัง โยมยังจะไม่ใช่คนแรก เพราะอาตมาเชื่อว่า
โยมยังนับถือศาสนาอยู่ บางทีชาตินี้ทั้งชาติ อาตมาอาจ
ไม่มีโชคดีพอที่จะได้พบกับคนไม่มีศาสนาเลยก็ได้"
คำพูดของอาตมาดูเหมือนจะยั่วยุโทสะของหนุ่มนักศึกษา
เข้าโดยอาตมามิได้ตั้งใจ เขายกมือเกาหัวแล้วก็พูดออก
มาด้วยท่าทางฉุน ๆ ว่า “ท่านก็ไม่ยอมเชื่อผมอยู่นั่นเอง
ผมก็ไม่รู้จะพิสูจน์ให้ท่านเห็นได้อย่างไร”
“เขาไม่มีศาสนาจริง ๆ นะครับ” เพื่อนเขาคนหนึ่ง
สนับสนุน “เขาไม่เคยไปวัดทำบุญ ไม่ไหว้พระสวดมนต์
ไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป”
“เพียงเท่านั้น จะถือว่าไม่มีศาสนาไม่ได้ มีคนนับ
ถือศาสนาเป็นอันมากที่ไม่เคยทำบุญให้ทาน ไม่เคย
ไหว้พระสวดมนต์ วัดวา พระสงฆ์เป็นแต่เพียงสถาบัน
ศาสนา การทําบุญให้ทานไหว้พระสวดมนต์เป็นแต่เพียง
พิธีกรรม ทั้งสองอย่างเป็นเพียงเปลือกนอกของศาสนา
เท่านั้น แก่นแท้ของศาสนายังมีอีก”
พออาตมาพูดมาถึงตอนนี้ ชายทั้งสามก็เริ่มนั่ง
ก้มหน้าคิด
ศาสนามิใช่หรือครับ?” หนุ่มพ่อค้าคนแรกถามขึ้น
"ตรงกันข้าม คอมมูนิสต์นั่นแหละคือคนที่เคร่ง
ศาสนาที่สุด”
“ศาสนาอะไรครับ?” ทั้งสามคนถามขึ้นเกือบเป็น
เสียงเดียวกัน
“ก็ศาสนาคอมมูนิสต์ละซี” อาตมาตอบ ทำให้
หนุ่มทั้งสามหัวเราะขึ้นพร้อมกัน “เพื่อจะให้โยมเข้าใจ
แก่นศาสนาง่ายเข้า อาตมาขอถามหน่อยเถอะว่า ใน
ชีวิตยี่สิบกว่าปีของโยมนี้ เคยประสบทุกข์หนัก ๆ บ้างหรือ
เปล่า?-
ครับ?
“หลายครั้งครับ” เขาตอบหน้าอื่น ๆ “ทำไมล่ะ
“แล้วโยมเอาตัวรอดพ้นจากทุกข์เหล่านั้นมาได้
อย่างไร?” อาตมาถามต่อโดยไม่ตอบคำย้อนถามของ
เขา
“ก็เอาตัวรอดมาได้ทุกคราวแหละครับ ถ้าเป็น
เรื่องเงินทอง พ่อผมก็ช่วยแก้ปัญหา ถ้าเป็นเรื่องการงาน
เพื่อนฝูงก็ช่วยเหลือ ถ้าเป็นเรื่องเจ็บป่วย หมอก็ช่วย
บรรเทาทุกข์...”
“โยมยังไม่เคยประสบทุกข์จริง ๆ ประสบแต่ทุกข์
เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนอื่นช่วยแก้ให้ได้อย่างง่ายดาย”
อาตมาพูดยังไม่ทันขาดคำ เพื่อนของเขาคนหนึ่งก็หัวเราะ
คึกคักขึ้น และกระซิบที่หูเขาเบา ๆ ทำให้เขาหน้าแดง
ขึ้นมาและยิ้มอย่างแห้ง ๆ
“อ้อ” เขาอุทานยาว ๆ “เคยครับ ทุกข์หนัก ๆ ที่
ไม่มีใครช่วยได้ก็เคย มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับหัวใจนิด
หน่อย แต่ผมก็ภูมิใจที่เอาตัวรอดมาได้”
“ดีมาก” เมื่ออาตมาถามว่า “เคยประสบทุกข์
หนัก ๆ หรือเปล่า อาตมาหมายถึงทุกข์ชนิดนี้ แล้วโยม
แก้ทุกข์หนักคราวนั้นโดยวิธีไหน กรุณาเล่ารายละเอียด
ให้ฟังด้วย เอาเฉพาะวิธีแก้ของโยมเท่านั้น รายละเอียด
ของเรื่องอาตมาไม่ต้องการ
“ก็ไม่มีอะไรครับ” เขาก้มหน้ากล่าว ขณะที่เพื่อน
“แก่นแท้ของศาสนาคืออะไรครับ?” หนุ่มนัก ทั้งสองจ้องดูด้วยใบหน้ายิ้มๆ “เมื่อพ่อแม่เพื่อนฝูง
คึกษาถาม
“แก่นแท้ของศาสนามีอยู่ บางคนอาจไม่นับถือ
สถาบันศาสนา บางคนอาจไม่นับถือพิธีกรรม แต่ทุกคน
ต้องนับถือแก่นแท้ของศาสนา ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็
ตาม
“เอ แต่ผมได้ทราบว่า พวกคอมมูนิสต์ไม่มี
เงินทอง ความรู้ช่วยอะไรไม่ได้ ผมก็ใช้วิธีอดทน
ก้มหน้าสู้กับมัน วันคืนผ่านไปก็รู้สึกว่าความ
ระทมทุกข์มันลดลงเอง ในที่สุดก็รู้สึกสบายอย่างเดิม
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งบัดนี้ ผมอาจจะ
หัวเราะเยาะเหตุการณ์ครั้งนั้นได้อย่างสบาย
“จริงหรือเปล่า?” เพื่อนคนหนึ่งถามลากเสียงทำ
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๕๐๐