บทเรียนจากธรรมชาติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 12 หน้า 74
หน้าที่ 74 / 120

สรุปเนื้อหา

บทเรียนจากธรรมชาติ วันที่ ๓๐ มีนาคม ของตอนบ่าย ธรรม ทายาทที่ฝึกภาคสนามรุ่นสอง ได้เข้ามาสม ทบที่วัดพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นเรื่องที่น่า อัศจรรย์อย่างมาก หรืออาจเป็นความบังเอิญก็ แล้วแต่ ขณะที่แดดร่มเย็นสบาย มีเมฆบาง ๆ นั้น ข้าพเจ้าและรุ่นน้องคนหนึ่งได้ไปนั่งท่อง บททำวัตรและบทให้พรที่ข้าง ๆ ฝาสังกะสีของ ห้องน้ำ ฝนเริ่มลงเม็ดยาว ๆ พอเย็นสบาย ข้าพเจ้าและน้องเงยหน้าขึ้นดูบนท้องฟ้าแล้วก็ พูดกันว่า เทวดาคงอนุโมทนาบุญ เพราะเมฆ เท่านี้ไม่น่าจะทำให้ฝนตกหนักได้ เรานั่งท่อง กันต่อไปอีกสักครู่ เราก็ลุกไปช่วยเพื่อน ๆ แขวนกลด แต่พอเดินไปถึง แทนที่จะช่วย แขวนกลับต้องช่วยกันเอาผ้ายางคลุมข้าวของ เครื่องใช้ไว้ เพราะลมเริ่มพัดแรง ฝนเริ่มโปรย เม็ดโต ข้าพเจ้าเงยหน้าขึ้นดูบนท้องฟ้า ไม่รู้ เมฆมาจากไหนมากมาย จึงต้องรีบ

หัวข้อประเด็น

- บทเรียนจากธรรมชาติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บทเรียนจากธรรมชาติ วันที่ ๓๐ มีนาคม ของตอนบ่าย ธรรม ทายาทที่ฝึกภาคสนามรุ่นสอง ได้เข้ามาสม ทบที่วัดพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นเรื่องที่น่า อัศจรรย์อย่างมาก หรืออาจเป็นความบังเอิญก็ แล้วแต่ ขณะที่แดดร่มเย็นสบาย มีเมฆบาง ๆ นั้น ข้าพเจ้าและรุ่นน้องคนหนึ่งได้ไปนั่งท่อง บททำวัตรและบทให้พรที่ข้าง ๆ ฝาสังกะสีของ ห้องน้ำ ฝนเริ่มลงเม็ดยาว ๆ พอเย็นสบาย ข้าพเจ้าและน้องเงยหน้าขึ้นดูบนท้องฟ้าแล้วก็ พูดกันว่า เทวดาคงอนุโมทนาบุญ เพราะเมฆ เท่านี้ไม่น่าจะทำให้ฝนตกหนักได้ เรานั่งท่อง กันต่อไปอีกสักครู่ เราก็ลุกไปช่วยเพื่อน ๆ แขวนกลด แต่พอเดินไปถึง แทนที่จะช่วย แขวนกลับต้องช่วยกันเอาผ้ายางคลุมข้าวของ เครื่องใช้ไว้ เพราะลมเริ่มพัดแรง ฝนเริ่มโปรย เม็ดโต ข้าพเจ้าเงยหน้าขึ้นดูบนท้องฟ้า ไม่รู้ เมฆมาจากไหนมากมาย จึงต้องรีบกลับ ไปที่กลดของตัวเอง เพื่อเก็บเสื้อผ้า และคอยดู แลกลด ลมและฝนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ข้าพเจ้าต้อง เข้าไปอยู่ในกลด เอาหลังนั่งยันผ้ายางไว้เพื่อ ช่วยรับแรงลม จนรู้สึกเจ็บหลังเพราะมีลูกเห็บ ตกลงมาด้วย และเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้เห็น ลูกเห็บ เมื่อลมฝนสงบลงจึงได้ลุกออกมาจาก กลด ข้าพเจ้าตื่นเต้นมากเพราะเต็นท์ยักษ์ หลายหลังพังยับเยิน กำแพงสังกะสีรอบห้องน้ำ ทุกหลังถูกลมพัดปลิว นับว่าเป็นมหาวาตภัย สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย สู้ดีกว่าไม่สู้ หลังจากที่ได้ช่วยกันถอดเก็บโครงเหล็ก (เต็นท์พัง) เรียบร้อยแล้ว ในเย็นวันที่ ๒๙ มีนาคม หลวงพี่วันชัย ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยง ได้ขอแรงธรรมทายาท ๒๐ คนเพื่อขึ้นโครง เหล็ก แรก ๆ ข้าพเจ้าคิดว่า ทำวัตรนั่งสมาธิ ดีกว่า แต่ก็ได้คิดว่า การทำวัตร นั่งสมาธินี้ เมื่อขึ้นโครงเหล็กตั้งเต็นท์เสร็จ เราก็ทำได้ แต่ถ้าหากเราทำวัตรนั่งสมาธิตอนนี้แล้ว เราก็หมดโอกาสที่จะสร้างบุญเช่นนี้ ฉะนั้น ๗๒๔ ข้าพเจ้าจึงเลือกขึ้นโครงเหล็ก เมื่อตั้งโครงเหล็ก หลัก ๆ เสร็จแล้ว หลวงพี่วันชัยขออาสาสมัคร ๔ คน ขึ้นไปติดตัวแปข้างบน เพื่อนของข้าพเจ้า คนหนึ่งชื่อ คุณสมภพ เอ่ยปากชวนข้าพเจ้า เพราะเคยขึ้นถอดโครงเหล็กคู่กัน แต่ครั้งนี้ สูงมาก และข้าพเจ้าเองก็ไม่เคยทำงานในที่ สูง ๆ อย่างนี้มาก่อน จึงไม่กล้า แต่มีความคิด หนึ่งผุดขึ้นมาทันทีว่า “เราเองขณะปลงผม ได้อธิษฐานว่าจะสู้ไม่ถอย แล้วจะไป กลัวอะไรกับเรื่องแค่นี้ และถ้าหากว่า ถึงเวลาที่กรรมจะต้องส่งผล แม้เราจะไม่ ขึ้นไปทำงาน เราก็จะต้องมีอันเป็นไปใน ที่ไหนสักแห่งจนได้อยู่ดี อะไรจะเกิดขึ้นก็ ให้มันเกิดขึ้นในขณะที่เราได้ช่วยงาน พระศาสนาเถอะ เราจะไม่เสียดายชีวิต เลย” คิดได้ดังนี้แล้ว จึงรับเครื่องมือปืนขึ้น โครงเหล็กทันที คืนนี้ข้าพเจ้าเข้านอนด้วย ความปลื้มปีติ เวลา ๑๓.๓๐ น. มรณสติ...ตัวเร่ง ในการทำความดี ฟรี! เย็นของวันที่ ๓๐ มีนาคม เวลาประ มาณ ๕-๖ โมงเย็น ได้เกิดเหตุการณ์ที่เตือนสติ ข้าพเจ้าครั้งยิ่งใหญ่คือ ขณะที่ข้าพเจ้ากำลัง เดินดูเพื่อน ๆ เขาใช้เชือกมัดแปลงขึ้นไปข้างบน ข้าง ๆ นั่นเอง มีเพื่อนธรรมทายาท ๒ ท่านได้ ทำงานบนนั่งร้านเหล็ก ทุกคนทำงานบุญนี้ อย่างร่าเริง หลังจากที่ขันน้อตเสร็จแล้ว เพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างล่างได้ช่วยกันเลื่อนร้านนั้น ออกไปเพื่อจะทำงานอีกที่หนึ่ง ล้อข้างหนึ่งของ นั่งร้านเกิดตกหลุม ทำให้ทั้งนั่งร้านทั้งคนล้มลง ฟาดพื้นซึ่งเป็นหินเกล็ดที่อัดแน่นมาก ทำให้ คนหนึ่งซึ่งเกาะอยู่ค่อนด้านล่าง ศีรษะแตก เย็บ 6 เข็ม แต่เพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งยืนเกาะอยู่ ค่อนไปข้างบน ล้มลงมาพร้อมกับโครงเหล็ก หลังและศีรษะฟาดพื้น เลือดออกปากออกจมูก เล็กน้อย นอนหน้าส่ายไปมา ข้าพเจ้ารู้สึก ใจหาย เกิดความคิดแวบหนึ่ง “มรณภัยไม่มี เครื่องหมายจริง ๆ” เมื่อก่อนฟังหลวงพ่อ หลวงพี่สอนว่า ให้รีบสร้างสมบุญบารมีใช้ Kalyanamitra.org ธันวาคม ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More