การเรียนรู้จากประสบการณ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 12 หน้า 107
หน้าที่ 107 / 120

สรุปเนื้อหา

ทันทีที่เด็กชายปัญญาคุณก้าว ขาขึ้นจากเรือ ก็พบตายายนั่ง บทที่ ๘ “ผู้ชอบเที่ยว กับพาล ย่อม เสียใจไปนาน” คอยอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ เขาก้มลง กราบผู้ชราทั้งสอง เสียงขุ่น ๆ ของผู้เป็นยายดังขึ้นก่อน “ไปไหนมาพ่อปัญญา มืดค่ำจนป่านนี้แล้ว” ครั้นเมื่อเด็กชายเงยหน้าขึ้น หวังจะตอบคำถาม ก้านแก้วและเศรษฐีทองก็ต้องขมวดคิ้วอย่างฉงนใจ ในรอยฟกช้ำดำเขียวที่ปรากฏบนใบหน้าของหลานรัก ใน “ไปทำอะไรมาล่ะนี่ หน้าตามันถึงดูไม่ได้ยังงี้” พลางใช้สายตาสำรวจไปทั่วทั้งตัว แล้วก็พบแผลเล็ก ๆ ที่ แขนขาอีก ก้านแก้วเอามือทาบอกด้วยความตกใจ 1 “ตายแล้ว! หลานฉัน มีแผลด้วย ซนจริง ๆ เลย" “ว่าไง ไปทำอะไรมา” ตาถาม พร้อม ๆ กับจ้อง หน้าหลานชาย ปัญญาคุณหลบวูบไม่กล้าสบสายตา การณ์หนนี้เขารู้ตัวดีว่า สมควรถูกดุ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้ตายายดุ

หัวข้อประเด็น

- การเรียนรู้จากประสบการณ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทันทีที่เด็กชายปัญญาคุณก้าว ขาขึ้นจากเรือ ก็พบตายายนั่ง บทที่ ๘ “ผู้ชอบเที่ยว กับพาล ย่อม เสียใจไปนาน” คอยอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ เขาก้มลง กราบผู้ชราทั้งสอง เสียงขุ่น ๆ ของผู้เป็นยายดังขึ้นก่อน “ไปไหนมาพ่อปัญญา มืดค่ำจนป่านนี้แล้ว” ครั้นเมื่อเด็กชายเงยหน้าขึ้น หวังจะตอบคำถาม ก้านแก้วและเศรษฐีทองก็ต้องขมวดคิ้วอย่างฉงนใจ ในรอยฟกช้ำดำเขียวที่ปรากฏบนใบหน้าของหลานรัก ใน “ไปทำอะไรมาล่ะนี่ หน้าตามันถึงดูไม่ได้ยังงี้” พลางใช้สายตาสำรวจไปทั่วทั้งตัว แล้วก็พบแผลเล็ก ๆ ที่ แขนขาอีก ก้านแก้วเอามือทาบอกด้วยความตกใจ 1 “ตายแล้ว! หลานฉัน มีแผลด้วย ซนจริง ๆ เลย" “ว่าไง ไปทำอะไรมา” ตาถาม พร้อม ๆ กับจ้อง หน้าหลานชาย ปัญญาคุณหลบวูบไม่กล้าสบสายตา การณ์หนนี้เขารู้ตัวดีว่า สมควรถูกดุ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้ตายายดุ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจทำผิดเลย.... ความเงียบงันของหลานชาย ทำให้ผู้อาวุโสพอจะรู้เค้าของ เหตุการณ์ “ไปกับพวกเจ้าเกี้ยวมาอีกแล้วละซี ไหนเล่ามา ซิ มีอะไรน่าตื่นเต้นนักเชียว” ตาคาดคั้น ปัญญาคุณก้ม หน้านิ่ง แต่ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง - “ผมไปกับพวกเขา มีเกี้ยว แหลม ไอ้จุก แล้วก็ปูนา เราเป็นเพื่อนกันก็ต้องไปด้วยกัน เกี่ยวเขาชวนไปที่ บ่อนไก่...” “เอ๊ะ! ตายแล้ว เข้าไปได้ยังไงกันที่นั่น” ยายสงสัย “เกี๊ยวเขาเคยไปหลายครั้งแล้วครับยาย เขาเลย อยากให้พวกเราไปดูมั่ง เดี๋ยวเขาบอกว่า ที่บ้านลุงเขา เลี้ยงไก่ชนไว้หลายตัว เวลามันโตเต็มที่ ก็เอาไปชนกันที่ บ่อน ได้เงินเยอะแยะเลย” “นอกจากไปดูแล้ว ไปทำอะไรกันที่นั่นอีก” ตา ถามเสียงแข็ง - “ไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ ผมมี เงินเหลืออยู่นิดหนึ่ง เดี๋ยวเขาให้ เอาไปรวมกัน แหลม จุก ปูนาด้วย ทายว่าตัวไหนจะชนะ แล้วจะได้เงินกลับคืนมาเป็นเท่าตัว แต่เดี๋ยวเขาทายผิด พวกเราเลยไม่ได้เงินคืน เงินนิดเดียว เอง ตาอย่าโกรธนะครับ” “ตาไม่โกรธหรอก แต่จะเตือนให้รู้ไว้ว่า นั่นคือ การพนัน อย่าได้กระทำอีก บ่อนไก่ก็ห้ามไป มันไม่ใช่ที่ สำหรับเด็ก เอ้อ ที่จริงมันก็ไม่ใช่ที่สำหรับทุกคนที่เป็น คนดีน่ะ จับไก่มาเขียนหน้าเขียนตา ปล่อยลงบนลานให้ มันจิกทิ้งกัน ลูกหูลูกตาแทบกระเด็น มีความสุขใน การทรมานสัตว์ บาปกรรมนักลูกเอ๊ย ไม่ไปเกิดเป็นไก่มั่ง ก็แล้วไป 300 - ตาสั่งสอนยืดยาว ปัญญาคุณเห็นจริงด้วยทุกอย่าง ภาพของไก่ชนที่จิกตีกันราวกับว่าโกรธแค้นกันมาจาก ไหนสักร้อยปี สร้างความรู้สึกหวาดเสียว จนแทบจับไข้ ดีแต่ว่าหลับตาไม่ดูเสีย ทำไมคนอื่นเขาจึงชอบอกชอบใจ ทุกครั้งที่อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ และส่งเสียงดังตะโกนให้มัน จิกตีกันรุนแรงยิ่งขึ้น ๆ ก็ไม่รู้ ครั้นจบการแข่งขัน ไม่ว่า ไก่มันจะมีบาดแผลฉกรรจ์ บาดเจ็บปางตาย ก็ไม่เห็นมี ใครสักคนที่จะสนใจ ผลประโยชน์และเงินส่วนแบ่งใน สิ่งที่ตาเรียกว่า การพนัน นั่นต่างหาก ที่เป็นเรื่องใหญ่ สําหรับทุกคน “แล้วไอ้รอยเขียวช้ำบนหน้าตานี่ล่ะ ผลพลอยได้ จากไหนกันจ๊ะ บอกมานะ” น้ำเสียงของยาย บ่งบอกถึง อารมณ์ที่ขุ่นมัว ปัญญาคุณไม่อยากเล่าก็จำต้องเล่า - “ขากลับ เราเดินผ่านปลายนาทางโน้น” กล่าว พร้อมกับชี้ไปทางปลายนาด้านตะวันออก ก่อนจะพูดต่อ “เกี้ยวเกิดเรื่องกับเด็กเลี้ยงควายกลุ่มหนึ่ง เลยชก กัน ผมไปกับเขา ก็เลยต้องร่วมวงด้วย แล้วก็เป็นอย่างที่ ยายเห็นนี่แหละครับ” ธันวาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org ๓. ๑๐๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More