ข้อความต้นฉบับในหน้า
ได้ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกันพอควรแล้ว ตนก็
ปูเสื่อลงนอนในสำนักอาจารย์ ซึ่งเป็นขณะ
เดียวกันกับที่พระเจ้าพรหมทัตได้เสด็จมาถึง
เพื่อกราบนมัสการฤาษีอาจารย์เช่นกัน ฤาษี
ผู้เป็นศิษย์แม้จะได้เห็นพระเจ้าพรหมทัตเสด็จ
เข้ามา ก็มิได้ลุกขึ้นทำการต้อนรับตามมารยาท
อันดีแต่ประการใด กลับนอนเฉยเสีย ซ้ำยัง
เปล่งอุทานออกมาอีกว่า “สุขจริงหนอ สุขจริง
หนอ"
พระเจ้าพรหมทัตทอดพระเนตรแล้ว รู้สึก
ขัดเคืองพระทัยยิ่งนัก นึกตำหนิอยู่ว่า “ดาบส
ผู้นี้ช่างกระไรเลย แลเห็นเราแล้วไม่ลุกขึ้นต้อน
รับ ซ้ำกลับยังเปล่งอุทานออกมาราวกับจะ
ล้อเลียนเราฉะนั้น” จึงตรัสถามพระฤาษี
อาจารย์ว่า
“ข้าแต่พระผู้เป็นผู้เจริญ ดาบสผู้นี้ เห็นที
จะฉันจนอิ่มหนำสำราญมากเสียแล้ว จึงคร้าน
ที่จะลุกขึ้น ได้แต่นอนเปล่งอุทานสบายอารมณ์
อยู่อย่างนี้"
พระฤาษีอาจารย์จึงตอบว่า
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก มหาบพิตร” ศิษย์
ของเราผู้นี้ เดิมก็เป็นกษัตริย์เยี่ยงพระองค์
แต่ที่อุทานออกมาเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะอิ่มจัด
ไม่ใช่เพราะต้องการกลับไปแสวงหาความสุข
จากราชสมบัติ แต่ท่านกลับคิดว่า
ฤๅษีผู้เป็นศิษย์
แม้จะได้เห็นพระเจ้าพรหมทัต
เสด็จมา ก็มิได้ลุกขึ้น
ทําการต้อนรับตาม
มารยาทอันดีแต่ประการใด
กลับนอนเฉยเสีย ซ้ำยัง
อาจารย์ก็กล่าวธรรมเทศนาต่อพระเจ้าพรหม
ทัตเป็นคาถาว่า
“ชนเหล่าอื่น ไม่ต้องรักษาผู้ใดด้วย
ผู้ใดก็ไม่ต้องรักษาชนเหล่าอื่นด้วย ดูก่อน
มหาบพิตร ผู้นั้นแล ไม่เยื่อใยในกามทั้ง
หลาย ย่อมอยู่เป็นสุข”
มีอรรถาธิบายว่า สุขทางโลกนั้นต้อง
อาศัยอามิส ซึ่งมีวัตถุอำนวยความสะดวก
สบายต่าง ๆ เป็นเครื่องล่อใจ แต่สุขทาง
ธรรมเป็นสุขที่เกิดจากใจสงบ ปราศจาก
ความเคร่งเครียดและหมกมุ่น แต่ปลอด
โปร่งเบาสบาย
พระเจ้ากรุงพาราณสีสดับพระธรรม
เทศนาด้วยใจที่เบิกบานแช่มชื่น เข้าพระทัยใน
อรรถและธรรมโดยแจ่มแจ้ง ก็มิได้ทรงถือโกรธ
ดาบสผู้นั้นอีกเลย จึงนมัสการลาพระฤาษี
อาจารย์กลับ ส่วนดาบสผู้ศิษย์เองก็กราบลา
ต่อไป
พระอาจารย์กลับสู่ป่าหิมพานต์บำเพ็ญเพียร
ส่วนพระอาจารย์ได้พำนักอยู่ ณ พระ
ราชอุทยานจนสิ้นอายุขัย เมื่อละโลกแล้วได้
ไปบังเกิดในพรหมโลกด้วยอำนาจฌานสมาบัติ
ที่บำเพ็ญมาดีแล้ว
เปล่งอุทานออกมาอีกว่า
“สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ”
การ
ประมวลชาดก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรุปว่า
ศิษย์ผู้เป็นหัวหน้า ได้มาเป็นพระ
ภัททิยะ
พระฤาษีอาจารย์ ได้มาเป็นพระองค์
ออกบวชนั้นเป็นสุขจริง ๆ สุขยิ่งกว่าการ
เป็นกษัตริย์ เป็นสุขสองชั้น กล่าวคือ
สุขที่ไม่ต้องหวาดผวาจากการถูกปองร้าย
สุขที่ไม่ต้องมีภาระมากในการดูแลทุกข์สุข
ของประชาราษฎรและสุขที่ไม่ตกเป็นภาระ
เอง
แก่ใคร ๆ ให้ต้องมาคอยปกป้องอารักขา
ความปลอดภัย นับเป็นสุขชั้นแรก อนึ่ง
สุขจากการบรรลุธรรม เป็นสุขอันเลิศ
ที่ไม่ต้องอาศัยบุคคลและวัตถุใด ๆ นับเป็น
สุขชั้นที่สอง เพราะเหตุที่ท่านมีสุขถึงเพียงนี้
จึงอดไม่ได้ที่จะเปล่งอุทานอยู่เสมอ ๆ ว่า
“สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” แล้วพระฤาษี
* คำสำหรับพระสงฆ์ใช้พูดแทนพระนามพระเจ้า
แผ่นดินหรือพระมเหสี
ข้อคิดจากชาดก
บุคคลแม้จะมีจิตใจใสสะอาด แต่ถ้า
กิริยามารยาทยังสำรวมระวังไม่พอ ก็อาจมีผู้
เข้าใจผิด คิดเป็นศัตรูได้ โบราณจึงเตือนว่า
อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่
กับมิตรให้ระวังวาจา อยู่ท่ามกลางปวง
ประชา ให้ระวังทั้ง กาย วาจา ใจ
ธันวาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
๖๑