ข้อความต้นฉบับในหน้า
อ้ามกาม น
ไปในพิธีวิ่งมาถามผมอีกว่า
จะถึงวัดบวรฯ ก็ใช้เวลาครึ่ง
อุปัชฌาย์จะเสด็จเมื่อไหร่ ผมก็ ชั่วโมงกว่า ผมเข้าไปเฝ้าสมเด็จ
ถูกเน้นเรื่องนี้วิ่งวนอยู่นี่ วิ่งไป
โทรศัพท์ พอได้รับคำตอบจาก
พระมหาบุญธรรมว่าเสด็จได้
แล้ว ปรอทเหลือ ๙๕ ฟ ก็
เบาใจ พอมาถึงหมอประจำ
พระองค์คือ หมอไชโยกับหมอ
ใช้ ตามเสด็จมาด้วย พอเวลา
๑๔.๓๐ น. ในหลวงเสด็จถึงวัด
พระแก้วแล้วก็ทรงเจริญพระเกศา
อยู่หลังพระอุโบสถ
เมื่อทรงผนวชเสร็จแล้ว
ตอนที่จะเสด็จกลับไปจำพรรษา
ที่วัดบวรฯ สมเด็จพระสังฆราช
เสด็จกลับพร้อมกับในหลวง
ประชาชนรุมเกาะรถพระที่นั่ง
บ้าง ขึ้นไปบนต้นไม้บ้าง ขึ้นบน
กำแพงบ้าง ตกกันลงมา อะไร
ต่อมิอะไรกันมาเยอะเลย กว่า
อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ
ที่ปรึกษาองค์การพุทธศาสนิก
สัมพันธ์แห่งโลก (พสล.)
อดีตเลขานุการและกรรมการ
จัดพระราชพิธีทรงผนวช
๒๔๙๙
“มีความประทับใจว่า
ทรงเตรียมพระองค์อย่างดียิ่ง ทรง
กล่าวคำขอบรรพชาอุปสมบทเป็น
ภาษาบาลีอย่างถูกต้อง ชัดเจน
ไม่ต้องทรงกล่าวซ้ำ เพราะไม่มี
ที่ผิดพลาด พระวาจาที่ทรง
เปล่งออกมาน่าประทับใจ”
๔๒.
พระสังฆราชที่พระกุฏิ พระองค์
รับสั่งว่า “ฉันดีใจแล้ว ฉัน
ได้บวชในหลวง ฉันดีใจที่สุด
แล้ว” อันนี้เป็นงานที่สำคัญที่
สุดในชีวิตผม หมอใช้ ยูนิพันธุ์
ก็ให้ผมทูลขอให้เข้าแท่นพระ
บรรทมไว ๆ หน่อย พระอาการ
ประชวรเป็นไข้ ยังไม่หาย
ถือเป็นบุญอย่างสูงส่ง
ที่ในหลวงมีพระชนมพรรษา
๖๐ พรรษา ขอให้จงทรง
พระเจริญยิ่งยืนนาน พระองค์
ไม่เคยทิ้งราษฎร ทรงบำเพ็ญ
พระราชกิจด้านพระศาสนา
ไม่ขาด พยายามที่จะทะนุ
บำรุงให้พระพุทธศาสนารุ่ง
เรือง สมที่ทรงเป็นเอกอัคร
ศาสนูปถัมภกจริง ๆ"
คุณป้าแม้น บุนนาค
ร้านไทยอมร บางลำพู
เขตพระนคร
กรุงเทพฯ
ข้าฯ ทูลละอองธุลีพระบาท
โยมผู้ถวายภัตตาหารใส่บาตร
๒๔๙๙
“ทุกวันตื่นเช้าก็ดีใจ จะได้
เห็นพระองค์ท่านออกบิณฑบาต
นะคะ ตั้งใจคอยจะได้ใส่บาตร
พระองค์ท่าน คอยมองดู คอย
ทุกวันเลยค่ะ ตอนที่ได้ใส่บาตร
ดิฉันก็หมอบกราบไปที่พื้นแล้ว
ใส่....ของที่ใส่เป็นขนมเค้กอย่าง
เป็นโรลม้วนยาว ๆ นะ อย่าง
เดียวค่ะ..... (หัวเราะ) เตรียมไม่
ทันค่ะ
พระองค์ท่านก็เดิน สงบ
เรียบร้อย เป็นพระที่เคร่งครัด
ดิฉันรู้สึกปลื้มใจมองเห็นผ้า
เหลืองงามจับตาสวยมากเลยค่ะ
ท่านเสด็จมาก้มหน้า สำรวม
มาก ท่านเคร่งมากทีเดียว ไม่
ใส่รองเท้าเลย
ผู้คนมาเฝ้ากันทุกวันน่ะ
มากมาย คนมาจากนครปฐมก็มี
เขาก็มาดักรอใส่บาตร...ได้ใส่มั่ง
ไม่ได้ใส่มั่ง เขาก็มาดักรอนะคะ
...อย่างบางคนมาอยู่ทั้งวันเลย
คุณสุมนี เลิศศิริ
หัวหน้าแผนกการบัญชี บริษัท
เทเวศร์ ประกันภัย จำกัด
ข้าฯ ทูลละอองธุลีพระบาท
เฝ้ารับเสด็จลงพระอุโบสถ
๒๔๙๙
“เมื่อปี ๒๔๙๙ ตอนนั้น
เรียนพณิชยการพระนครปี ๒
ปีสุดท้าย ปกติก็รักพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากล่ะนะคะ
พระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปไหนก็คอย
จะหนีแม่ไปเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว
เวลากลับบ้านมืดแล้วบอกแม่
เรื่อยล่ะค่ะ แล้วเป็นงานเดียวที่
แล้วแม่ไม่เคยเอ็ด....แม่จะไม่เอ็ด
เลยถ้าเวลาไปเฝ้าฯ
พอพระองค์ท่านทรงผนวช
ดิฉันเลิกเรียนชั่วโมงสุดท้ายช่วง
เย็นก็ชวนเพื่อน ๆ ๔-๕ คน ขึ้น
รถรางมาราชดำเนิน แล้วลงเดิน
ต่อเข้าวัดบวรฯ เนื่องจากทรง
ผนวช ๑๕ วัน ได้มาเฝ้าหลาย
ครั้ง บางครั้งมีโอกาสมาติด ๆ
Kalyanamitra.org
เอาข้าวเอาน้ำมาเสร็จ แกก็มา
อยู่ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ดักรอดูช่วง
พระองค์ท่านลงโบสถ์เช้า-เย็น
คึกคักมากค่ะตอนนั้น
เขาก็เล่าให้ฟังนะ...เขา
บอกว่าไม่มีอีกแล้วที่จะเห็น
อย่างงี้...เขาต้องมา
ดิฉันก็ปลื้มใจว่าเราได้
อยู่ใกล้ ถ้าเราอยู่ไกล ๆ ดิฉัน
ก็คงไม่มีโอกาสหรอกค่ะ”
กันเลยค่ะหลาย ๆ วัน แต่ละ
ครั้งที่มาเฝ้าฯ เมื่อมาเห็น เดิน
มาเหนื่อย ๆ ก็หายเหนื่อยล่ะค่ะ
พระองค์ท่านพระราชดำเนินอยู่
อีกฝั่งคลอง โดยมีหม่อมราชวงศ์
คึกฤทธิ์ท่านเดินนำเสด็จลง
โบสถ์ พอเห็นหม่อมราชวงศ์
คึกฤทธิ์ก็ดีใจจริง ๆ แสดงว่าจะ
ได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวค่ะ
วันแรกนี้ พอเห็นพระองค์
ท่านนั้นแหละ ชื่นใจจริง ๆ เลย
ค่ะ โอ้ย! บอกไม่ถูก...คือท่าน
งาม...งาม งามมากเลยค่ะ คน
เลื่อมใสมาก ไม่ใช่เฉพาะคนแก่
นะคะ คนหนุ่มคนสาวสมัยนั้น
ด้วย เวลาไปเฝ้าฯ เราก็ไม่สังเกต
ใคร ใจจดใจจ่อกับพระองค์ท่าน
อย่างเดียว พอชวนเพื่อนบอกว่า
เย็นนี้ไปวัดบวรฯ เถอะ ก็เป็นที่
รู้กัน
กลับบ้านไปเล่าให้แม่ฟัง
วันนี้ไปกราบในหลวงมา โอ้ย....
ข้าม...งามประทับใจหมดทุก
อย่างเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว
ตอนนี้เวลาเข้าไปในวัด
บวรฯ ก็ยังนึกถึงว่า เออ! สมัย
นั้นเราก็ยังเคยมานั่งเฝ้าตรงนี้”
ธันวาคม ๒๕๓๐