ความคิดของยอร์ช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 12 หน้า 90
หน้าที่ 90 / 120

สรุปเนื้อหา

และคิดว่าตัวเขานี่ช่างมีความคิดที่ไร้สาระจริง ๆ ขณะกำลังเดินทางกลับบ้านนั้น เขาคิดพิศวงว่าจะ เอาเรื่องอะไรไปเล่าให้มาร์ตินสองสามีภรรยาฟัง เขาคิด หมดทุกอย่าง เขาตกลงใจว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องโรงสวด นัก เขาอยากจะได้ยินเสียงเพลงที่ใต้ต้นไม้ข้างนอก เขาชอบที่กลางแจ้งอันกว้างใหญ่ของพระเจ้ามากกว่าใน โรงสวด ตลอดเวลาจนถึงวันสุดท้ายแห่งชีวิตของเขา สองสามีภรรยามิได้ยืนยันว่าจะให้ยอร์ชไปโรง ยอร์ชได้เรียนรู้ว่า คนสามคน อยู่รวมกันในห้องเดียว ได้อย่างไร การบรรจุ ความเชื่อ ความหวัง ตลอดจน ความรักลงจนเต็มห้องนั้น ทําได้อย่างไร สวดอย่างสม่ำเสมอ แต่เขาสนใจที่เห็นยอร์ชชอบเพลง เพราะ ๆ อย่างดูดดื่ม เป็นการแปลกที่ยอร์ชไม่ได้เล่าเรื่อง ป้ามาเรียห์ให้เขาฟังเลย เพราะไม่แน่ใจว่าเขาทั้งสองจะ เข้าใจถูก เขาอาจจะคิดว่ายอร์ชน

หัวข้อประเด็น

- ความคิดของยอร์ช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๘๘ และคิดว่าตัวเขานี่ช่างมีความคิดที่ไร้สาระจริง ๆ ขณะกำลังเดินทางกลับบ้านนั้น เขาคิดพิศวงว่าจะ เอาเรื่องอะไรไปเล่าให้มาร์ตินสองสามีภรรยาฟัง เขาคิด หมดทุกอย่าง เขาตกลงใจว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องโรงสวด นัก เขาอยากจะได้ยินเสียงเพลงที่ใต้ต้นไม้ข้างนอก เขาชอบที่กลางแจ้งอันกว้างใหญ่ของพระเจ้ามากกว่าใน โรงสวด ตลอดเวลาจนถึงวันสุดท้ายแห่งชีวิตของเขา สองสามีภรรยามิได้ยืนยันว่าจะให้ยอร์ชไปโรง ยอร์ชได้เรียนรู้ว่า คนสามคน อยู่รวมกันในห้องเดียว ได้อย่างไร การบรรจุ ความเชื่อ ความหวัง ตลอดจน ความรักลงจนเต็มห้องนั้น ทําได้อย่างไร สวดอย่างสม่ำเสมอ แต่เขาสนใจที่เห็นยอร์ชชอบเพลง เพราะ ๆ อย่างดูดดื่ม เป็นการแปลกที่ยอร์ชไม่ได้เล่าเรื่อง ป้ามาเรียห์ให้เขาฟังเลย เพราะไม่แน่ใจว่าเขาทั้งสองจะ เข้าใจถูก เขาอาจจะคิดว่ายอร์ชนักหัวเราะเยาะเธอก็ ได้ แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้นเขาจึงนิ่งเสีย ต่อมาในวันอาทิตย์บางวัน ยอร์ชเดินข้ามทางรถ ไฟ ณ ที่ใกล้ ๆ โรงสวด แล้วไปนอนเหยียดอยู่ใต้ต้นไม้ คอยฟังเสียงเพลง เขาได้เห็นป้ามาเรียห์หลายครั้ง ทำให้ เขารู้สึกเป็นสุขเสมอ จอห์น มาร์ตินได้พยายามอีกครั้งหนึ่ง ในอันที่จะ ช่วยส่งเสริมชีวิตทางสังคมของยอร์ช ในเวลานี้คนทั้ง หมดรู้กันทั่วแล้วว่า ยอร์ชมีความอุตสาหะบากบั่นและทำ งานได้ดี เพื่อนบ้านชอบเขามาก บ่ายวันหนึ่งจอห์นรู้ ว่า เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กเพื่อนบ้านหลายคนจะพากันไปตก ปลา นายมาร์ตินได้จูงใจให้เด็กเหล่านั้นชวนยอร์ช ไปด้วย ดูเหมือนยอร์ชยินดีมากที่ได้รับคำเชิญ แล้วเด็ก ทั้งหมดก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายในเวลาเช้ามืด ต่อ มาภายหลังเด็กเหล่านั้นได้มาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นาย จอห์น มาร์ตินฟัง “ตลอดทางที่ไปยังแม่น้ำ เขาเป็นคนเรียบร้อย ดี” เด็กคนหนึ่งเล่า “แต่” เล่าสอด “เขาเป็นบ้า ท่านมาร์ติน จริง ๆ นะ" เด็กคนที่สอง “เมื่อเราเอาหนอนออกมาเพื่อจะเกี่ยวเบ็ด เขาก็ ร้องตะโกน" “เขาฉวยเอาหนอนของเราไป แล้วก็ใส่ลงไปในกระ เป๋าของเขา" “เราได้พยายามที่จะอธิบายให้เขารู้ว่าปลากัด หนอนแล้วมันติดเบ็ด แล้วก็ “เขาคลั่งอย่างน่ากลัว” “เขาว่าพระเจ้าจะลงโทษเราฐานฆ่าปลา” “เขาได้วิ่งเข้าป่าไป และไม่กลับมาอีก” จอห์นไม่พยายามส่งเสริมการสังคมของยอร์ช อีก ในระหว่างเวลาหยุดเรียนฤดูร้อนที่ยังเหลืออยู่ ใน เมื่อยอร์ชไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน เขาก็ช่วยนางมาร์ ตินทำงานบ้านและบำรุงรักษาสวน หรือมิฉะนั้นก็นั่งพัก อยู่ที่ใต้ซุ้มประตูเรือน ทำการแกะเหลาไม้ของเขาไป ครั้นแล้วก็ถึงเวลาต้องกลับไปโรงเรียนซึ่งมีห้องอยู่ เพียงห้องเดียวอีก เดี๋ยวนี้ยอร์ชเรียนได้เร็ว เขาไม่ เป็นผู้แปลกหน้าของเด็กชายหญิงอื่น ๆ อีกต่อไป แล้ว เด็กทั้งหลายยังคงถือว่ายอร์ชเป็นคนแปลก อย่างเดิม แต่ไม่หัวเราะเยาะอีกเลย เวลาได้ผ่านไปเป็นสัปดาห์ ๆ อย่างรวดเร็ว ใน คืนหนึ่งแห่งเดือนกุมภาพันธ์อันหนาวจัดมาก นางมาร์ติน ได้ล้มป่วยลงอย่างหนัก ยอร์ชต้องไปตามแพทย์ ติด ไฟ ต้มน้ำ และยืนเฝ้าไข้อยู่ใกล้ ๆ คอยระวังการเรียก ธันวาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More