ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมืองอ๊อกซฟอร์ดอยู่อย่างหนึ่งคือ มีบริการ 52 ปี ละครของเขานั้นเป็นผลงานอมตะของโลก
ให้คนเช่าเรือพายท่องเที่ยวขึ้นล่องได้ และ
ยังมีเป็ดป่า, หงส์ป่าเชื่องหลายฝูงว่ายลอยอยู่
ในน้ำรอคอยเศษขนมปังที่นักท่องเที่ยวโยนให้
อยู่เป็นจํานวนมาก ๆ
ตลอดสองฝั่งของลำน้ำนี้ ทางเทศบาล
เมืองจัดตกแต่งไว้อย่างน่ารื่นรมย์ เพื่อต้อนรับ
นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ น่าเสียดาย
ประการหนึ่งที่พออาตมาเดินไปถึงโบสถ์
หลังใหญ่นั้นแล้ว ไม่สามารถเข้าไปภายใน
เพื่อดูหลุมฝังศพของเช็คสเปียร์ได้ เพราะขณะ
นั้นในโบสถ์กำลังประกอบพิธีแต่งงานอยู่ จึง
บ่ายหน้ากลับมาที่เดิมเพื่อสมทบกับกลุ่ม
นักเรียนไทย
เป็นที่เทิดทูนของชาวอังกฤษยิ่งนัก ถึงแม้ว่าชาว
อังกฤษส่วนใหญ่จะดูละครของเช็คสเปียร์
หรืออ่านบทประพันธ์ของเขาแล้ว รู้เรื่องไม่ถึง
ครึ่งก็ตาม เมืองสแตรทฟอร์ดทั้งเมืองถูก
บันดาลให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ร้านรวง
ต่าง ๆ มีแต่ชื่อของเช็คสเปียร์ หรือเกี่ยวกับ
เช็คสเปียร์ทั้งสิ้น ปีหนึ่ง ๆ มีนักท่องเที่ยว
หลายล้านคนที่แวะมาที่นี่ ทำรายได้อย่าง
มหาศาลให้กับประเทศอังกฤษ
เช็คสเปียร์ไม่เคยได้รับการศึกษาใน
ระดับมหาวิทยาลัย เขาออกจากโรงเรียน
ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นแล้วเข้าไปเสี่ยงโชคใน
กรุงลอนดอน ทำงานกับการละคร ทำหน้าที่
มัคคุเทศก์ก็พาไปชมบ้านเกิดของเช็คสเปียร์ ทุกอย่างตั้งแต่คนเขียนบท เป็นตัวแสดงเอง
ๆ
ซึ่งอยู่ในตัวเมืองสแตรทฟอร์ด ข้างถนนสาย
หนึ่งชื่อ เฮ็นเลย์ สตรีท (Henley Street) เป็น
บ้านเก่า ๆ สองชั้น ครึ่งอิฐครึ่งไม้
ผนังชื่อคา
เป็นท่อนซุงโบราณใหญ่ ๆ หนา ๆ
กันเหมือนเป็นตารางสี่เหลี่ยมอยู่โดยรอบ
ตามแบบสถาปัตยกรรม ยุคอลิซาเบธัน
(Elizabethan) เมื่อ ๔๐๐ ปีที่แล้ว ข้าวของ
เครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในได้รับการดูแลรักษา
อย่างดี
หลังจากนั้นก็แวะไปชมพิพิธภัณฑ์
แสดงเครื่องแต่งกายของตัวละคร ที่บริษัท
B.B.C. British Broadcasting Corporation
บริษัทวิทยุและโทรทัศน์ของอังกฤษ) เคยนำ
มาทำเป็นภาพยนตร์ มีบัญชีเรื่องต่าง ๆ ถึง
๓๕ เรื่อง ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของเช็คสเปียร์
ติดไว้ให้ชมที่ทางเข้า
สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่เกี่ยวกับ
ประวัติของกวีเอกผู้นี้ ที่ไม่ได้แวะไปชมใน
วันนั้นก็คือ โรงเรียนที่เช็คสเปียร์เคยเรียนอยู่
คณะนักเรียนไทยทั้งหมด จึงทยอยกันขึ้น
รถบัสกลับเมืองอ๊อกซฟอร์ด
เช็คสเปียร์นั้นถึงแก่กรรมเมื่ออายุเพียง
รัชสมัยของพระราชินีเอลิซาเบธที่ ๑ แห่งสหราช
อาณาจักร (ค.ศ. ๑๕๓๓-๑๖๐๓)
ในที่สุดมีผู้นำเอาบทละครทั้งหมดของ
เช็คสเปียร์ มาวิเคราะห์โดยเครื่องคอมพิวเตอร์
อย่างละเอียดลออ ผลการวิเคราะห์ด้วย
สมองกลออกมาว่า บทความเกือบทั้งหมด
น่าจะเป็นผลงานความคิดของคนเพียงคนเดียว
หาใช่เป็นของผสมจากหลายๆ แหล่งไม่ ลีลา
การประพันธ์ของเช็คสเปียร์เป็นของเฉพาะตัว
ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครจะแทนเขาได้
ถ้าจะตำหนิมหากวีผู้นี้ ก็คงจะมีอยู่
ประการเดียวเท่านั้น คือเช็คสเปียร์คงมิได้
คาดคิดมาก่อนว่าวรรณกรรมของเขาต่อไป
จะเป็นผลงานอมตะคู่กับโลก จนตนเองมิได้
เรียบเรียงประวัติส่วนตัวไว้ให้ละเอียดว่ามี
ความเป็นมาอย่างไร และได้รับแรงบันดาลใจ
ความ
อะไรให้ประพันธ์ละครต่าง ๆ เหล่านั้นเพราะ
กาลเวลาย่อมเป็นเครื่องบั่นทอนความจำของ
มนุษยชาติ ยิ่งนานวันไปมากเท่าใดความ
สงสัยของมนุษย์ย่อมพอกพูนมากขึ้นเท่านั้น
นี่เป็นเรื่องของคน ๆ หนึ่งเกิดมาเมื่อ ๔๐๐ ปี
ที่แล้ว
ผู้กำกับ และผู้จัดการคณะละคร
ยิ่งใหญ่ของเขาคือความสามารถทางภาษา
จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าภาษาในบท
ประพันธ์ของเขานั้น ทรงพลานุภาพที่สุด
บทสนทนาทุกตอนคำพูดทุก ๆ คำที่เขาเขียน
ลงไป ไม่มีใครสามารถมาแก้ไขแต่งเติมหรือ
ปรับปรุงอะไรต่อไปอีกได้ ทุก ๆ รสแห่ง
วรรณกรรมได้บรรจุรวมอยู่ในผลงานของ
เขาทั้งสิ้น อีกทั้งจินตนาการอันเลิศเลอทำให้
โครงเรื่องของละครกระชับสมบูรณ์ในตัวเอง
เต็มไปด้วยแง่คิดและคติธรรมที่ลึกซึ้ง
อัจฉริยภาพของกวีเอกท่านนี้จึงเป็นที่
กังขาของนักคิดนักโต้เถียงทั้งหลาย แม้กระทั่ง
ปัจจุบันหลายคนยังไม่เชื่อว่าเด็กบ้านนอก
คนนี้จะมีความปราดเปรื่องเกินหน้าปราชญ์
ทั้งหลายที่จบการศึกษาระดับสูง ๆ เช่นจาก
อ๊อกซฟอร์ดหรือเคมบริดจ์ และบังเอิญใน
ยุคเดียวกับเช็คสเปียร์อังกฤษมีกวีเอกอีก
ท่านหนึ่ง คือฟรานซิส เบคอนด์ หลายคน
จึงตั้งข้อสมมุติฐานกันเอาว่าเช็คสเปียร์คงจะไป
ลอกเอางานของเบคอนด์มาด้วยกระมังหรือ
จ้างวานให้กวีอื่น ๆ ในยุคนั้นมาช่วยตน
ประพันธ์บทละครต่าง ๆ เรื่องนี้ได้กลายเป็น
การโต้วาทะของนักวิชาการในอ๊อกซฟอร์ด
เมื่อไม่นานมานี้
ไม่ต้องสงสัยเลย สําหรับพระพุทธเจ้า
ของเราผู้ทรงพระชนม์อยู่เมื่อ ๒๖๐๐ ปี
มาแล้ว ถึงแม้ว่าจะทรงมีผลงานคือพุทธ
บริษัทสี่ และธรรมวินัยที่เหลือ ไว้เป็นประจักษ์
พยานกับชาวโลกจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ สถานที่
ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และที่
ปรินิพพานยังเป็นที่ปรากฏอยู่ก็ตาม อีกทั้ง
ประวัติส่วนพระองค์ที่ได้ตรัสไว้จากพุทธโอษฐ์
มีมากมายกว่าศาสดาที่สำคัญในโลกองค์
อื่น ๆ คนเป็นอันมาก ทั้งนักปราชญ์และ
นักคิดทั้งหลายยังไม่ยอมเชื่อว่า เจ้าชาย
สิทธัตถะจากศากยวงศ์นั้นมีตัวตนจริง ๆ
เหตุผลหนึ่งที่นักปราชญ์ทั้งหลายนำมา
อ้างก็คือ คำสอนที่ปรากฏในพระไตรปิฎก
นั้น เป็นของที่เหลือเชื่อว่าจะออกมาจาก
สติปัญญาของคนเพียงคนเดียว หรือ
พูดอีกอย่างหนึ่งว่า พระพุทธเจ้าท่าน
ฉลาดจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีตัวจริง
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๕๐๐