ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทรง
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ชาติไทย ที่มีมหามงคลสมัยอันประเสริฐ
สองวโรกาสพร้อมกันในรัชกาลเดียวกัน
กล่าวคือ
ในวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช
๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา
๕ รอบ และต่อไปอีกเพียงเจ็ดเดือน คือ ใน
วันที่
๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑
จะเป็นวาระที่เสด็จดำรงราชย์ยิ่งยืน
นานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใด
อันปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทย ดังนั้น
รัฐบาลและประชาชนชาวไทย จึงพร้อมใจ
กันจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อแสดง
กตัญญูกตเวทีจากดวงใจแห่งความจงรักภักดี
ทั้งเพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของชาติไทยว่า
เป็นชาติที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเพียบพร้อม
ด้วยทศพิธราชธรรมและพระมหากรุณาธิคุณ
แนบแน่นทุกดวงใจ และพากันตั้งความปรารถ
นาปรารภโดยสมานฉันท์ไว้ว่า จักถือเป็น
มหามงคลสมัยอันประเสริฐสุดที่จะต้องรวมใจ
กันประกอบความดีถวายเป็นราชสักการะ
เฉลิมพระเกียรติ และเพิ่มพูนพระบุญญาธิการ
สมภารบารมี ให้พระยศยิ่งฟ้าแผ่ไพศาล
ไปทุกสารทิศ
ยามที่เราเหลียวมองไปยังนานาประเทศ
ทุกทิศทุกแผ่นดินทุกเชื้อชาติศาสนา ยังไม่เคย
มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลก ที่ทรง
7
ประกาศพระราชสัจจะว่า จะทรงปกครอง
ประเทศโดยทศพิธราชธรรม นอกจาก “พระ
ภูมิพลมหาราช พระปิยราชบรมมหา
กษัตริย์” ของชาติไทยเท่านั้น ที่มีพระราช
มโนปณิธานจากส่วนลึกของดวงพระราชหฤทัย
แล้วทรงประกาศพระราชสัจจะอันเป็นอมตะ
ให้ก้องสะท้อนทั่วทั้งแผ่นดินสยามและชาว
โลกว่า
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อ
ประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
อันประเสริฐเป็นพระประมุข และเป็นชาติ
เอกราชที่เจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปวัฒนธรรม
อันดีงามสืบเนื่องมานานกว่า ๒,๓๐๐ ปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น
ที่พึ่ง เป็นหลักรวมใจ และทรงเป็นที่เคารพ
สักการะของประชาราษฎร์อย่างสูง ประดุจ
ดวงประทีปแก้วส่องสว่างภายในใจอยู่เป็นนิตย์
รัฐบาลและประชาชนชาวไทย สำนึกในพระ
มหากรุณาธิคุณเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
และนับตั้งแต่นาทีแห่งประวัติศาสตร์
ของชาติไทยบัดนั้นเป็นต้นมา ทรงโอบอุ้ม
อาณาประชาราษฎร์ทั้งแผ่นดินไว้กลางดวง
พระราชหฤทัยเสมอมา ทรงเป็นสัญลักษณ์
แห่งความยิ่งใหญ่ที่แสดงให้เห็นความแตกต่าง
จากผู้นำอื่น ๆ ในโลกปัจจุบัน ทรงรับพระราช
ภารกิจของพระองค์ด้วยความเต็มพระทัย
๖๒
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๕๓๐