ความเสื่อมของสังขาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 6 หน้า 18
หน้าที่ 18 / 134

สรุปเนื้อหา

ของสังขารทั้งหลาย หรือสังขารทั้ง หลายเลื่อมไป ไม่ได้มีถอยกลับเลย แม้แต่สังขารใดสังขารหนึ่ง อาศัย สราคธาตุ สราคธรรม หรืออาศัย วิราคธาตุ วิราคธรรมเกิดขึ้น ที่ เรียกว่าสังขาร สิ่งที่มีขึ้น เกิดขึ้น ปรุงขึ้นแล้ว ตกอยู่ในความแปรไป เสื่อมไปไม่มีเหลือเลย แม้สังขาร อย่างใดอย่างหนึ่ง เสื่อมไปทั้งนั้น ความเสื่อมอันนี้แหละเป็นเครื่อง ถ้านึกถึงความเสื่อมประจำใจได ดังนี่ละก หากว่าเป็นภิกษุสามเณร จะตองเรียนเป็นนักปราชญ์'บอง เบาได้ มางด้นธุระ มางาปัสสนา ธุระ เมราะแกนิกภิงคาามเสื่อมอยู่ ประจำใจของเราท่านทั้งหลาย ทั้ง ไม่ไว้ใจทั้งนั้น นึกว่าเลื่อมแล้วหน้า คฤหัสถ์ บรรพชิต หญิงชายทุกถ้วน หน้า ให้นึกถึงความเสื่อมอันนี้ไว้ ความเลื่อมน่ะจะนึกที่ไหน นึกถึงในตัวของเรานี่อัตภาพร่างกาย นี้ไม่คงที่เลย ตั้งแต่คลอดจากคร

หัวข้อประเด็น

- ความเสื่อมของสังขาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของสังขารทั้งหลาย หรือสังขารทั้ง หลายเลื่อมไป ไม่ได้มีถอยกลับเลย แม้แต่สังขารใดสังขารหนึ่ง อาศัย สราคธาตุ สราคธรรม หรืออาศัย วิราคธาตุ วิราคธรรมเกิดขึ้น ที่ เรียกว่าสังขาร สิ่งที่มีขึ้น เกิดขึ้น ปรุงขึ้นแล้ว ตกอยู่ในความแปรไป เสื่อมไปไม่มีเหลือเลย แม้สังขาร อย่างใดอย่างหนึ่ง เสื่อมไปทั้งนั้น ความเสื่อมอันนี้แหละเป็นเครื่อง ถ้านึกถึงความเสื่อมประจำใจได ดังนี่ละก หากว่าเป็นภิกษุสามเณร จะตองเรียนเป็นนักปราชญ์'บอง เบาได้ มางด้นธุระ มางาปัสสนา ธุระ เมราะแกนิกภิงคาามเสื่อมอยู่ ประจำใจของเราท่านทั้งหลาย ทั้ง ไม่ไว้ใจทั้งนั้น นึกว่าเลื่อมแล้วหน้า คฤหัสถ์ บรรพชิต หญิงชายทุกถ้วน หน้า ให้นึกถึงความเสื่อมอันนี้ไว้ ความเลื่อมน่ะจะนึกที่ไหน นึกถึงในตัวของเรานี่อัตภาพร่างกาย นี้ไม่คงที่เลย ตั้งแต่คลอดจากครรภ์ มารดาก็เสื่อมเรื่อยไป เสื่อมไปตาม หน้าที่ เสื่อมขึ้น เลื่อมลง เสื่อมขึ้น ก็เจริญขึ้นเป็นลำดับไป พอเต็มอายุ ไม่ค่อยดีหรอก หัวเราะดังกับเขาไม่ เป็นหรอก เป็นแต่ยิ้มๆ อย่างขบขัน เต็มที่ก็เป็นแต่ยิ้มๆ เท่านั้นหรือ แย้มโอษฐ์เท่านั้น มันนึกถึงความ เสื่อมประจำใจอยู่ ถ้านึกถึงความเลื่อมประจำใจ ได้ดังนี้ละก็หากว่าเป็นภิกษุสามเณร จะต้องเรียนเป็นนักปราชญ์ของเขา ก็เสื่อมลงเรื่อยไป เลื่อมไม่มีหยุดเลย ได้ ทางคันธุระ ทางวิปัสสนาธุระ เสื่อมเรื่อย เมื่อเสื่อมเป็นดังนี้ละก็ สิ่งทั้งสิ้นหมดทั้งสากลโลก ที่เราได้ เห็นด้วยตา หรือได้ยินด้วยหู หรือ ได้ทราบด้วยจมูก ลิ้น กาย รู้แจ้ง ทางใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง มีความ เลื่อมทั้งนั้น ไม่มีความตั้งอยู่ได้มั่น อยู่ได้สักชั่วกัลปาวสานเลย มีความ เลื่อมเป็นเบื้องหน้า ให้นึกความ เลื่อมอันนี้แหละ ให้ติดอยู่กับใจของ อาตมา ถ้านึกถึงความเลื่อมดังนี้ละ ก็สังเกตได้นะ หัวเราะเสียงดังไม่ ค่อยมีหรอก อย่างดีก็มีแต่ยิ้มๆ แหละ เพราะมันนึกถึงความเสื่อมอยู่ มัน เพราะแกนึกถึงความเลื่อมอยู่ ถ้า เป็นหญิง เป็นชาย เป็นฆราวาส ครองเรือน จะต้องมีหลักฐานมั่นคง ใหญ่โตทีเดียว ไม่ใช่คนเหลวไหล ไม่ใช่คนเลวทราม ต้องเป็นคนอยู่ ในความพยายามทีเดียว มันหมดไป ลิ้นไป รออยู่ไม่ได้ ใจกายขยันนัก เพราะนึกถึงความเสื่อมอยู่ แกไม่ รอผู้หนึ่งผู้ใดละ แกกลัวชีวิตของแก จะหมดไป แกรักษาชีวิตของแก หากว่าแกจะมารักษาศีลทางวัด แก ก็ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทีเดียว แก กลัวชีวิตมันหมดไปเสีย กลัวจะไม่ ได้ศีลเต็มที่ เป็นแต่เพียงรักษาศีล กลัวจะไม่เข้าถึงอธิศีล ถ้าว่าแกทำ สมาธิล่ะ แกก็ทำได้อย่างงดงามที เดียว เพราะแกพยายามไม่หยุดยั้ง แกกลัวชีวิตจะไม่พอ แกรีบทั้งกลาง วันกลางคืนทีเดียว นี้สมาธิของแกก็ มั่นคง ผิดกับบุคคลธรรมดา ถ้าแก เจริญทางปัญญาล่ะ แกก็โชติช่วงที เดียว คนอื่นไม่อาจที่จะเข้าถึง เพราะแกคำนึงถึงความเสื่อมของ อัตภาพร่างกายของแกอยู่เสมอ แกก็ทำปัญญาได้รุ่งเรืองเจริญดี แกทำธรรมละก็ เจริญดีทีเดียว เพราะแกนึกถึงความเสื่อม ทางโลก ก็เจริญดีเหมือนกัน เพราะแกกระวี กระวาดจัดแจงให้เรียบเสียในการ เลี้ยงชีพ จะได้ทำความดียิ่งขึ้นกว่า นั้นต่อไป เหตุนี้ ความเสื่อมที่พระ จอมไตรวางโอกาสไว้ให้เราท่านทั้ง หลายนะ ตรึงใจไว้ในวันมาฆบูชา ที่พระจอมไตรรับสิ่งในเรื่องธรรมใน วันมาฆบูชานะ เป็นโอวาทย่อย่น สกลพระพุทธศาสนา สำคัญนัก กัลยาณมิตร./วไ\. มิถุนายน ๒๕๕๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More