บทบาทของพระพุทธศาสนาในสังคมอุตสาหกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 6 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 134

สรุปเนื้อหา

ลักษณะใดหรือเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมลักษณะอื่นใดอีก ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสังคมเกษตรกรรม หรือสังคมอุตสาหกรรม พระพุทธศาสนาก็มีบทบาทสามารถทําให้สังคมนั้นๆอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างแน่นอน พระพุทธศาสนาเน้นว่า “ธรรมเท่านั้นเป็นสิ่งประเสรฐ สูงสุดในสังคมมนุษย์ ธรรมเป็นแก้วสารพัดนึก ที่จะน่าความ สำเร็จมาให้แก่สังคมมนุษย์ได ดังนั้น ปัญหาต่างๆ หรือข้อขัดข้องต่างๆ ที่เป็นผล กระทบต่อสังคมอันเกิดจากความเป็นสังคมอุตสาหกรรม ใหม่นั้น ย่อมแก้ไขได้โดยวิถีแห่งธรรม นอกจากนั้น ธรรม ในพระพุทธศาสนานั้นยังเป็นเครื่องสนับสนุนส่งเสริมให้ อุตสาหกรรมดำเนินไปอย่างถูกต้อง และสนองความ ต้องการของทุกฝ่ายได้อย่างแน่นอน อาจกล่าวสรุปย่อๆ ในเรื่องนี้ได้ว่า “ไม่มีทุนเพราะ ไม่มีธรรม” และว่า “ขาดทุนเพราะขาดธรรม หลักธรรมที่คว

หัวข้อประเด็น

- บทบาทของพระพุทธศาสนาในสังคมอุตสาหกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ลักษณะใดหรือเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมลักษณะอื่นใดอีก ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสังคมเกษตรกรรม หรือสังคมอุตสาหกรรม พระพุทธศาสนาก็มีบทบาทสามารถทําให้สังคมนั้นๆอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างแน่นอน พระพุทธศาสนาเน้นว่า “ธรรมเท่านั้นเป็นสิ่งประเสรฐ สูงสุดในสังคมมนุษย์ ธรรมเป็นแก้วสารพัดนึก ที่จะน่าความ สำเร็จมาให้แก่สังคมมนุษย์ได ดังนั้น ปัญหาต่างๆ หรือข้อขัดข้องต่างๆ ที่เป็นผล กระทบต่อสังคมอันเกิดจากความเป็นสังคมอุตสาหกรรม ใหม่นั้น ย่อมแก้ไขได้โดยวิถีแห่งธรรม นอกจากนั้น ธรรม ในพระพุทธศาสนานั้นยังเป็นเครื่องสนับสนุนส่งเสริมให้ อุตสาหกรรมดำเนินไปอย่างถูกต้อง และสนองความ ต้องการของทุกฝ่ายได้อย่างแน่นอน อาจกล่าวสรุปย่อๆ ในเรื่องนี้ได้ว่า “ไม่มีทุนเพราะ ไม่มีธรรม” และว่า “ขาดทุนเพราะขาดธรรม หลักธรรมที่ควรน่าไปใช้ในธุรกิจอุตสาหกรรมยุค ใหม่มีหลายประการ สามารถนำไปใช้ได้โดยตรงในทันที หรือสามารถนาไปประยุกต์หรือปรับปรุงให้เหมาะสมกับ สภาพของแต่ละแห่งแต่ละที่ก็ได้ ขอเสนอหลักธรรมดัง กล่าวช้างต้นนั้นดังนี้ (๑) หลักทิฏฐธัมมิกัตถะ อันเป็นหลักเศรษฐกิจ เบื้องต้นของสังคมโดยเฉพาะของครอบครัวมี ประการ คือ กุฎฐานสัมปทา วิธีการหาทรัพย์ ๑. ๒. อารักขสัมปทา วิธีการรักษาทรัพย์ ๓. กัลยาณมิดตดา วิธีการปกครองทรัพย์ ๔. สมชีวิตา วิธีการใช้จ่ายทรัพย์ (๒) หลักแห่งความสุข อันเป็นหลักที่บ่งบอกให้รู้ว่า ความสุขในชีวิตจะเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง หรือจะหาความ สุขได้จากการปฏิบัติอย่างไร ท่านแสดงไว้ ๑ ประการ คือ ๑. อัดถิสุย สุขเกิดจากการมีทรัพย์ คือต้องขวนขวาย หาทรัพย์ขวนขวายในการตั้งตัว ๒. ปริโภคสุข สุขเกิดจากการมีทรัพย์ คือต้องใช้ทรัพย์ ให้เป็น ใช้ให้ถูกธรรม ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ๓. อณนสุข สุขเกิดจากการไม่มีหนี้สิน คือต้องไม่มี หนี้สินติดตัว เพราะหนี้สินจะทำให้ไม่เป็นไทแก่ตัว ต้องนั่ง คิดนอนคิดอยู่ร่ำไป และอาจทำให้คิดมิดคิดสั้นก่อกรรมทำ มิด เช่นทุจริต คดโกง คอรัปชั่น ได้ กัลยาณมิตร Gd P. อนรัฃชสุข สุขเกิดจากการทำงานที่ไม่มีโทษ คือ ประกอบแค่อาชีพที่สุจริต แม้ค่าตอบแทนจะไม่มาก แต่ก็ไม่ ทำให้เกิดโทษ ไม่มีข้อน่าตำหนิและจะทำให้ไม่วิตกกังวลใน ภายหลัง (๓) หลักการครองทรัพย์ อันเป็นหลักแสดงให้เห็น ถึงวิธีการปกครองดูแลทรัพย์สมบัติที่มีอยู่หรือที่หามาไว้ได้แล้ว ให้อยู่เป็นปึกแผ่น และเป็นประโยชน์แก่ตนและครอบครัว ตลอดไป มี ๑ ประการ คือ ๑. ต้องแสงหาพัสดุที่หายไป คือ ทรัพย์สินหรือสิ่ง ของอันใดขาดหายไป ไม่อยู่กับที่จะต้องตรวจตราน่าเข้ามาไว้ ที่เติมหามาคืนหรือหามาชดเชยในเมื่อใช้ลอยหมดไปสิ้นไปแล้ว คือต้องเก็บท่าให้ดี ทำนอง “หยินก็ง่าย หายก็รู้ ก็งามตา” ต้องบูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า คือ สิ่งของอันใดเป็น ของเก่าต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี สิ่งของอันใดชำรุด ต้องรีบ ซ่อมแซม ไม่ปล่อยทิ้งขว้างให้เสียจนใช้การไม่ได้ หรือต้อง ซื้อหากันใหม่ ทำให้สิ้นเปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ ต้องใช้ สิ่งของนั้นๆ ให้คุ้มค่าทุกอย่าง ๒. ๓. ต้องรู้จักประมาณในการใช้สอยทรัพย์สมบัติ คือ ต้องเข้าใจในการใช้ทรัพย์สิ่งของ ต้องรู้จักประหยัด รู้ว่า อะไรควรไม่ควร แม้มีมากก็อาจหมดได้ถ้าไม่รู้จักประมาณ ในการใช้ ธ. ต้องตั้งคนดีมีศีลธรรมเป็นพ่อเรือนแม่เรือน คือ ต้องให้คนดีมีศีลธรรม มีความขยัน มีความซื่อสัตย์เป็นคน ดูแลทรัพย์สมบัติ จึงรักษาทรัพย์สมบัติไว้ได้ หากตั้งคนไม่มี ศีลธรรม หรือให้คนที่ไม่มีความรับผิดชอบดูแลทรัพย์สมบัติ ก็ไม่อาจจะปกป้องทรัพย์สมบัติไว้ได้ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่น่าจะพิจารณาน่าไป ใช้ให้เกิดผล เพื่อสนับสมุนโครงการอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลักการพึ่งตนเอง หลักอบายมุข หลักอิทธิบาท หลักพรหมวิหาร หลักการปกครองที่เรียกว่า ทศพิธราชธรรม เป็นต้น ล้วนเป็นหลักที่สนับสนุนบ้าง ฉุดรั้งบ้าง เป็นหลัก น่าบ้าง ของธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นๆ แม้จะมองเห็นไปว่า เป็นธรรมพื้นๆ นี่แหละ แต่ความเป็นธรรมพื้นๆ นี้ หาก ห่าๆให้เกิดผลในทางปฏิบัติแล้ว จะมีผลวิเศษอย่างคาดไม่ถึง เรื่องนี้มีข้อสรุปเพียงอย่างเดียวว่า “ธรรมใดๆ ก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ น^/ มิถุนายน ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More