ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทน่นได้พบ
ซึถดางใช้ลูกที่รักแม่นไกที่สุดในใส โ!
ช่วงวันที่ ๑๓-๑๖ เม.ย. ได้มีโอกาสขึ้นดอยสุเทพ รู้
กำหนดการเดินทางวันที่ เดินทางวันที่
๑®
©๒ ทุกคนดี
ใจกันมาก นั่นเองดีใจมากเหมือนกัน แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้
เพราะอยากจะนั่งธรรมะให้ดีกว่าก่อนที่จะพบหลวงพ่อ
ทำให้ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถขณะเดินทางไปดอย ตรึก
ธรรมะไปเกือบตลอดทางท่ใจนิ่งๆ สบายๆ ต่อเนื่องได้
นานเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าการเดินทางในครั้งนี้ดีที่สุดเลย
เวลาไม่ผ่านไปอย่างๆ ไร้ค่า หากแต่เป็นบุญที่เกิดจาก
การตรึกธรรมะ ไปถึงก็เวลาเย็นพอดี เนื่องจากนั้นมีของ
ใช้เพียงเล็กน้อย จึงไม่ต้องเสียเวลาจัดกระเป๋ามาก วันนั้น
นุ่นกำลังติดพันอยู่กกับการอ่านหนังสือไม่มีเวลาไม่มีในโลก
ของคุณป้าพืช จัดของเสร็จก็เลยมาอ่านต่อ จริงๆ แล้ว
อ่านมาตั้งแต่อยู่ในรถแล้วค่ะ แต่ว่าอ่านไม่ได้มากเพราะ
รถกระเทือนเกือบตลอดเวลา นั่นอ่านมา ๒ รอบแล้ว รอบที่
๒ นี่อ่านช้าๆ เพื่อจับประเด็นและข้อคิด คุณแม่คงอยาก
ทราบว่านุ่นอ่านแล้วได้อะไรข้อคิดอะไรบ้างเยอะมากเลยค่ะ
จะเล่าให้ฟังสักนิดแล้วกันนะคะ นั่นได้ข้อคิดว่า เวลาทำอิ
ริยาบถต่างๆ ต้องตรึกธรรมะไปด้วย ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน
เพราะความคุ้นเคยกับการที่เอาใจไว้ในกลางจะทำให้เรา
เห็นธรรมะได้ง่ายขึ้นการตรึกจะทำให้เกิดความต่อเนื่องด้วย
ที่สำคัญต้องไม่ขี้เกียจตรึกหรือนั่งธรรมะ ต้องมีความตั้งใจ
จริง และอย่าลืมว่าต้องใจเย็นๆ อย่าอยากมากเกินไป นั่น
อ่านแล้วรู้สึกว่า เราจะต้องทำให้ได้นุ่นชอบอ่านหนังสือ
เล่มนี้มาก อ่านแล้วใจสบายน้อมเข้ากลางกายได้ง่าย
เหมือนกับเวลาอ่านโอวาทของหลวงพ่อเลยค่ะ ต้องอ่าน
บ่อยๆ จะได้ซึมเข้าไปในใจได้มากๆ ไม่งั้นเผลอแป๊ปเดียว
ลืมทุกที วันรุ่งขึ้น (๑๓/®/®0) นั่งสมาธิรอบเข้า หลวงพ่อ
ท่านลงน่านั่งธรรมะ ท่านบอกว่า “ให้เราทำใจให้บริสุทธิ์
โดยนึกถึงของบริสุทธิ์มี ๓ อย่าง คือ พระธรรมกายใสๆ,
ดวงอรรมใสๆ, หลวงพ่อวัดปากน้ำใสๆ ให้เลือกนึกเอา
ใน ๓ อย่าง นิมิตนี้นึกเพื่อไม่ให้เราฟังหรือเพลิดเพลินไป
กับการนึกเรื่องไร้สาระ ถ้านึกนิมิตแล้วดึงก็ไม่ต้องนึก ให้
วางใจนิ่งๆ สบายๆ เหมือนอยู่ในที่เวิ้งว้างในอวกาศ อยู่
กัลยาณมิตร
๑
คนเดียวในโลกให้จรดใจไว้ตรงไหนก็ได้ที่รู้สึกสบาย ดี
ที่สุดที่ศูนย์กลางกาย แต่อย่ามัวไปควานหาให้วางใจไป
ตรงที่นึกว่าเป็นศูนย์กลางกาย เมื่อใจหยุดนิ่ง เราก็จะเห็น
ศูนย์กลางกายเอง สำหรับคนที่นึกนิมิต ในตอนแรกนิมิต
อาจจะยังไม่ชัด ก็ไม่เป็นไรให้ทำใจนิ่งๆ ต่อเนื่อง สักพัก
ภาพจะชัดขึ้นมาเอง อย่าหลับหรือตั้งใจมากเกินไป” นั่นก็
วางใจนิ่งๆ เฉยๆ พอใจเริ่มนิ่งก็รักษาให้ต่อเนื่อง
พยายามไม่ให้มีความคิดมาแทรก ถ้าเรานิ่งและต่อเนื่อง
การเข้าก็คงก็จะง่าย นั่นจึงฝึกเรื่องความต่อเนื่องอยู่ วันที่
๑๑ และ ๑๕ หลวงพ่อท่านลงน่านั่งสมาธิรอบเข้า ท่าน
บอกว่า “เทคนิคของการนั่งอยู่ที่ การวางใจนิ่งๆ ปลอด
ความคิดตรงที่เราพอใจ ตรงไหนก็ได้ ให้ใจนุ่มๆ สบาย
ขยาย รักษาอารมณ์นี้ให้ต่อเนื่องแล้วการเช้าถึงประสบ
การณ์จะง่าย แล้วอย่าไปเร่งประสบการณ์ ให้เราวางใจ
เหนือความรู้สึกพอใจ ไม่พอใจ ให้เฉยๆ แม้ว่า
ประสบการณ์จะดีหรือไม่ดี ท่าอย่างนี้ได้แล้วประสบการณ์
จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ ท่านเปรียบเทียบว่า ให้ทำตัวเหมือนผู้
เจนโลกเห็นว่าชีวิตมีขึ้นมีลง แม้ว่าจะทุกข์หรือสุขก็เฉยๆ
นุ่นฟังแล้วก็นำมาปรับวิธีการนั่ง ทำใจนิ่งๆ ไม่คิดอะไร
อย่างเดียวนุ่นยังไม่ได้เล่าเรื่องกลอนประตูให้คุณแม่ฟังเลย
รู้สึกคราวนี้เรื่องที่อยากจะเล่าเยอะแยะไปหมด ก็เลยตกๆ
หล่น ๆ บ้างค่ะ พอขึ้นดอยบา พวกเราก็แต่งกลอนประตู
ถวายแด่หลวงพ่อ(เป็นเรื่องที่ไม่เคยพลาด)เป็นกลอนประตูที่
5 แล้วค่ะ ชื่อกลอนว่า วันนี้ที่รอคอย แต่งว่า
จากดอยไปห้าเดือน รู้สึกเหมือนห้าร้อยปี
ลูกคนยังตั้งใจ
ทุกวันทุกนาที
ท่าทวดามที่พ่อสอน
มิคลายคลอนหยุดเรื่อยไป
แม้นอยู่แห่งหนใด
หนึ่งในใจ เห© 1.0^ หอม
ดอนลูกอยู่ที่วัด
ด่างพีตจัดกันน่าดู
ปรารภความเพียร ปณิธานรู้มั่นในใจ
เนสัชชิกังคัง
พวกลูกมั่งจนดวงใส
สามทุ่มถึงวันใหม่ สวมหัวใจนักรบหญิง
เราเป็นลูกหลวงพ่อ ไม่ย่อท้อต่อทุกสิ่ง
รักสร้างบารมิจริง มิละทิ้งอุดมการณ์
น/ มถุนายน ๒๕๔๐
"