ปัจฉิมวาจา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 6 หน้า 19
หน้าที่ 19 / 134

สรุปเนื้อหา

แต่วันนี้จะกล่าวในโอวาทสุด ท้าย ที่เรียกว่า ปัจฉิมวาจา ตาม วาระพระบาลีที่ยกขึ้นไว้ เป็นนิเขป กถาว่า ภาสิตา โข ปน ภควตา ปรินิพฺพานสมเย อยู่ ปัจฉิมวาจา หนุททานิ ภิกฺขเว อามนฺตยามิ โว วย ธมฺมา สงฺขารา อัปปมาเทน สม,ปาเทถาติฯ แปลเนื้อความว่าจริง อยู่วาจาสุดท้ายนี้ ที่พระผู้มีพระภาค เจ้ารับสั่งแล้วว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เชิญท่านทั้งหลาย เราเรียกท่านทั้ง หลายเข้ามาสู่ที่เล่าเรานี้ว่า สังขาร ทั้งหลายมีความเสื่อมไปเสมอ นี่ จำไว้อันนี้ สังขารทั้งหลายมีความ เสื่อมไปเสมอ สิ่งที่ได้เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้ทราบด้วยจมูก ลิ้น กาย ได้รู้แจ้งทางใจ เสื่อมไปเสมอ ไม่เหลือเลย อปุปมาเทน สมปาเทถ ท่านจงถึงพร้อมด้วยความไม่เผลอ ไม่ประมาท ท่านจงถึงพร้อมด้วย ความไม่เผลอในความเลื่อมไปนั้น ให้ ตรึงไว้กับใจเสมอ นี้แหละเ

หัวข้อประเด็น

- ปัจฉิมวาจา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แต่วันนี้จะกล่าวในโอวาทสุด ท้าย ที่เรียกว่า ปัจฉิมวาจา ตาม วาระพระบาลีที่ยกขึ้นไว้ เป็นนิเขป กถาว่า ภาสิตา โข ปน ภควตา ปรินิพฺพานสมเย อยู่ ปัจฉิมวาจา หนุททานิ ภิกฺขเว อามนฺตยามิ โว วย ธมฺมา สงฺขารา อัปปมาเทน สม,ปาเทถาติฯ แปลเนื้อความว่าจริง อยู่วาจาสุดท้ายนี้ ที่พระผู้มีพระภาค เจ้ารับสั่งแล้วว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เชิญท่านทั้งหลาย เราเรียกท่านทั้ง หลายเข้ามาสู่ที่เล่าเรานี้ว่า สังขาร ทั้งหลายมีความเสื่อมไปเสมอ นี่ จำไว้อันนี้ สังขารทั้งหลายมีความ เสื่อมไปเสมอ สิ่งที่ได้เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้ทราบด้วยจมูก ลิ้น กาย ได้รู้แจ้งทางใจ เสื่อมไปเสมอ ไม่เหลือเลย อปุปมาเทน สมปาเทถ ท่านจงถึงพร้อมด้วยความไม่เผลอ ไม่ประมาท ท่านจงถึงพร้อมด้วย ความไม่เผลอในความเลื่อมไปนั้น ให้ ตรึงไว้กับใจเสมอ นี้แหละเจอละทาง ไปของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เป็นหนทางหมดจดวิเศษทีเดียว นึก ถึงความเลื่อมอันนั้น นึกถึงความ เสื่อมได้เวลาไรละก็บุญกุศลยิ่งใหญ่ เกิดกับตนเวลานั้น ให้นึกอย่างนี้ นี่ เป็นข้อสำคัญ นี้เนื้อความของพระ บาลีแปลเป็นสยามได้ความดังนี้ ต่อแต่นี้จะอรรถาธิบายเป็น ลำดับไป ว่าความเสื่อมอันนี้แหละ มีอยู่กับใครบ้าง หมดเราท่านทั้ง หลาย ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต หญิง ชาย เด็กเล็กผู้ใหญ่ไม่ว่า เสื่อมทีละ นิดๆๆ เหมือนกับนา^กาเดิน เหมือนกันทุกคน ติณชาติ พฤกษชาติ รุกขชาติ วัลลีชาติใดๆ ไม่เหลือเลย ในกำเนิด ทั้ง ๔ สังเสทชะ อัณฑชะ โอปปาติกะ อัณฑชะ สัตว์เกิดด้วยฟองไข่ ก็เสื่อมเหมือนกัน สังเสทชะ สัตว์ เกิดด้วยเหงื่อไคลก็เหมือนกัน เกิด ชลาพุชะ ขึ้นอาศัยน้ำเป็นแดนเกิด ก็เลื่อม เหมือนกัน โอปปาติกะจะลอยขึ้น บังเกิด บังเกิดในอบายภูมิทั้ง ๔ เปรต สัตว์นรก อสุรกาย หรือว่า เกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานเหล่านี้ก็เลื่อม เกิดเป็น กายทิพย์ ภุมมเทวดา รุกข เทวดา อากาศเทวดา จาตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ก็มีเลื่อมอีกเหมือน มิถุนายน ๒๕๔๐ /ไไ? กัลยาณมิตร ./
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More