ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภาพรวมของพระพุทธคุณทั้งสอง
เจ้าได้ในที่สุด จึงทรงได้พระคุณนาม
ประการที่ ๒ ว่า สัมมาสัมพุทโธ
เมื่อเราสามารถทำความเข้าใจ
อยู่อย่างนั้น ตัดอุปาทานได้มีนิพ
พานเป็นที่ไปในเบื้องหน้า หรือพูด
ให้ฟังง่ายกว่านี้ก็ว่าเมื่อตัดอุปาทาน
เสียได้ จะมองเห็นนิพพานอยู่ข้าง
พุทโธได้อย่างนี้แล้วก็ไม่ยากที่จะทำ
ไม่รู้อดีต ปัจจุบัน อนาคตของสังขาร
ขันธ์ ๕ เป็นชื่อของอุปาทาน
ประการแรกคือ อรหัง และสัมมาส้ม หน้า อวิชชาที่แปลว่าไม่รู้นั้น ได้แก่
ความเข้าใจเรื่อง วิชชาจรณสัม- ไม่รู้ปฏิจจสมุปบาทและอริยสัจจะ
ปันโน ในพระธรรมเทศนาของพระ
เดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำใน ถ้าปล่อยขันธ์ ๕ หรือวางขันธ์ ๕
ตอนต่อไป
©จากพระธรรมเทศนา :
ไม่ได้ก็พ้นจากภพไม่ได้ คงเวียนว่าย
ตายเกิดอยู่ในกามภพ รูปภพ อรูป-
ภพ นี้เอง มืดมนวนอยู่ในที่มืดคือ
วิชชาจรณสัมปันโน โลกนี้เอง ได้ในคำว่า อนุธภูโต อย่
คำว่า “วิชชาจรณสัมปันโน” โลโก ซึ่งแปลว่าโลกนี้นะมืด ผู้แสวง
แปลว่า พระองค์ถึงพร้อมด้วยวิชชา หาโมกขธรรม ถ้ายังติดขันธ์ ๔ อยู่
และจรณะ คุณวิเศษของพระองค์ใน
ที่นี้แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑.วิชชา
๒.จรณะ
อะไรเรียกว่าวิชชา? วิชชาไน
ที่นี้หมายเอา ความรู้ที่กำาจัดมืดเสีย
ได้ มืดคืออะไร? ในที่นี้หมายเอา
ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา
สังขาร วิญญาณ ตรงกันข้ามกับ
อวิชชาที่แปลว่า ไม่รู้ คือไม่รู้ถูก
หรือผิด เพราะว่าเข้าไปยึดมั่นใน
ขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัวเป็นตน จึงมืดมน
ไม่รู้ ไม่เห็นของจริง คือนิพพาน ข้อ
สำคัญอยู่ที่อุปาทาน ซึ่งแปลว่ายึด
มั่น คืออึดมั่นในขันธ์ ๕ ถ้ายังดัดอุ
ปาทานไม่ได้ตราบใด ก็คงมืดดื้อ
แล้ว ยังจะพบโมกขธรรมไม่ได้เป็น
อันขาด กายมนุษย์กายทิพย์กาย
รูปพรหม กายอรูปพรหม เหล่านี้
อยู่ในพวกมีขันธ์๔ กล่าวคือ มนุษย์
เทวดา รูปพรหม อรูปพรหม เหล่า
นี้อยู่ในพวกมีขันธ์ ๕ สัตว์ดิรัจฉาน
สัตว์นรกก็พวกมีขันธ์ ๕ พวกมีด
ทั้งนั้น ยิ่งในโลกันตร์แรกเรียกว่า
มีดใหญ่ทีเดียว
วิชชาที่ว่านี้หมายเอา วิชชา ๓ คือ
๑.วิปัสสนาวิชชา
๒.มโนมยิทธิวิชชา
๓.อิทธิวิธีวิชชา
แต่ถ้านับรวมตลอดถึง อภิญญา
ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของวิชชาเข้า
วารสาร สยาณมิตร ๑๘
มี ก น า ย น ๒ ๕ ๕ •