ข้อความต้นฉบับในหน้า
สาไมทุกข์เกิดขึ้นเผ51::ชินฟัป ธมฺมธรรมดาของมัน สิ่งไม่เที่ยงจะให้เที่ยง สิ่งที่ไม่ไม่
ด้าคนก็ยังปั๊มยึดว่าเพิ่มด้าคม เหตุที่ให้ปั้ม655มดาขฉงปั๊มเช่มนี้ อะไร? สุปาหามมั่นเปิง
ถ้าปต์ปิยสุปาหามได้ การธ655มดากิไม่มี
อึดเป็นตัวตน? “ไม่ควร พระพุทธฯ
เจ้าข้า” อะไรเล่าเป็นเหตุให้เกิดอุ
ปาทาน? ตัณหานั่นเอง ได้แก่
กามตัณหา ความทะยานอยากเกี่ยว
ด้วยอารมณ์ 5 มีรูปเป็นต้น ภว
ตัณหา ความทะยานอยากเป็นไปใน
อารมณ์ 5 ประกอบด้วยสัสสตทิฏฐิ
ถือว่าเที่ยงถาวร วิภวตัณหา ความ
ทะยานอยากเป็น ไปในอารมณ์ 5
ประกอบด้วยอุจเฉททิฏฐิ คือว่า
ขาดสูญ เมื่อละตัณหาได้ อุปาทาน
ก็ไม่มีดังจะยกอุทาหรณ์เทียบเคียง คงแต่ธรรมกายเด่นอยู่
ให้เห็น ดังเช่นสามีภรรยาที่หย่าขาด
จากกัน เมื่อเขายังไม่หย่ากัน สามี
เกิดจากอุปาทาน ยันเป็นเครื่องยึด
เหนี่ยวดูดดึงเข้ามา แต่ลำพังขันธ์ ๕
ไม่ใช่ตัวทุกข์ ได้ในคำว่า ปณฺจุปาทา
นกขันธา ทุกขา รวมความว่า
ปล่อยอุปาทานไม่ได้ เป็นทุกข์
ปล่อยได้ หมดทุกข์
ไปทำอะไรเข้า ภรรยาก็เก็บเอามา
ถอดกายทิพย์ออกเสียจาก
มนุษย์ กายมนุษย์ก็ไม่มีเรื่อง จะมี
ใครเป็นทุกข์ และในที่สุดจะต้อง
ปล่อยอุปาทานให้หมดทั้งในกาย-
ทิพย์ กายรูปพรหมและอรูปพรหม
เหตุใ
ตุใดพระองค์จึงเน้นสอน
หนักไปในทางอนิจจัง ทุกขัง อนัต
ตา? เมื่อใคร่ครวญโดยสุขุมแล้วจะ
เป็นทุกข์เป็นร้อนด้วย หรือเมื่อฝ่าย มองเห็นว่า พระองค์สอนดังนั้น
ภรรยาไปทำอะไรเข้า ฝ่ายสามีก็เก็บ เพื่อตะล่อมให้คนที่มีความคิด ใช้
เอามาเป็นทุกข์เป็นร้อนด้วย ถ้าเขา วิจารณปัญญาสอดส่องเห็นได้เอง
หย่าขาดจากกันแล้ว มิใยที่ฝ่ายใด เช่น พระองค์ตรัสถึง “อนิจจัง” ก็
จะไปก่อกรรมทำเข็ญขึ้น อีกฝ่าย เพื่อให้ค้นคิดหา “นิจจัง” ตรัสถึง
หนึ่งจะไม่มีทุกข์ไม่มีร้อนด้วยเลย “ทุกขัง” ก็เพื่อให้ค้นคิดหา “สุขัง”
ทั้งนี้เพราะอะไร? ก็เพราะเขาต่าง ตรัสถึง “อนัดดา” ก็เพื่อให้คิดหา
หมดความยึดถือ (อุปาทาน) ว่า “ยัดตา” คนที่มีปัญญาเฉลียวฉลาด
เขาเป็นสามีภรรยากันแล้ว นี่ฉันใด ประกอบด้วยความเพียรพินิจพิ
โอวาทของพระองค์ จะเทียบให้เห็น
เช่น มีคน ๒ คนยืนอยู่ คนหนึ่งสูง
คนหนึ่ง เรารู้จักคนสูง ใครมา
ถามเราว่าคนสองคนนั้นรู้จักไหม
เราตอบว่าคนสูงเรารู้จัก เมื่อคนอื่น
ได้ยินคำตอบเช่นนั้น แม้ตาของเขา
ไม่แลเห็นคนสองคนนั้นเลย เขา
ย่อมจะรู้ว่าคนที่เราไม่รู้จักนั้นต่ำกว่า
คนที่เรารู้จัก โดยเราไม่จำเป็นจะ
ต้องพูดว่า คนตาเราไม่รู้จัก นี่ฉันใด
อนิจจังบอกนิจจัง ทุกขังบอกสุขัง
อนัตตาบอกอัตตา ฉันนั้น อะไรเล่า
เป็นนิจจัง สุขัง อัดตา? ก็คือ
ธรรมกายนี้เอง เป็นตัวนิจจัง สุขัง
อัตตา ติด หลุด เป็นหัวข้อสำหรับ
ผู้ปฏิบัต ปล่อยอุปาทานไม่ได้เรียก
ว่า “ติด” ปล่อยได้เรียกว่า “หลุด”
คิดคือคิดอยู่ในโลก หลุด คือพ้นจาก
โลกเรียกว่าโลกุตตระ เช้าแดนพระ
นิพพาน ต้องปล่อยอุปาทานทั้งใน
กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม
กายอรูปพรหม ต้องพิจารณาให้
เห็นความเป็นจริงแห่งเบญจขันธ์
ดังกล่าวมานั้นด้วยตาธรรมกายจึง
ก็ฉันนั้น นี่จะเห็นชัดในข้อว่า ทุกข์ จารณา ย่อมจะมองเห็นแนวพระ เป็นวิปัสสนาวิชชา อันจะเป็นทาง
มิ ถุ นาย น ๒๕๔. ๒๓
วารสารกัลยาณมิตร