ธรรมกายและการเห็นแจ้ง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 6 หน้า 27
หน้าที่ 27 / 132

สรุปเนื้อหา

พระองกิเบาถึงธรรมกาย จึงกรุงไปผมกวามสัมขปยันธ์ ๒ ว่า นี่แคสะสมีกิจการ กิญ ฑฃกนิงสักข์โสกทุกประเกนได้ครึ่งมีกมันถือมั่นเฮาว่า ขันธ์ 2: (5) เาคนา สัญญา สงยา วิญญาณ) นั้นเป็นกาเป็นกันที่แค่ 5 จึงค้าให้สัก โลกทั้งคสายเข้าไม่ถึงธรรมกาม ก็เลยไม่ได้ "าชชา” ค้าได้กองชายนายกายเกิดกินไม่รู้จักจนจิกสิ้นอย่างนี้ โดยวิธีดังที่บรรยายมาข้างต้น ว่าโดยรวบรัดดัดความก็หันเข้าหา หลักธรรมกายนั่นเอง พิจารณาเห็น แจ้งชัด อริยสัจ ๔ ด้วยดาธรรมกาย รู้ชัดด้วยญาณธรรมกาย จึงเป็น วิปัสสนาวิชชา แต่ละอย่างๆ ที่กล่าวมาใน ๑๐ ข้อนี้เป็นอาการหรืออารมณ์ของ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ๕ อย่างนี้รวมกันย่นย่อลงเรียกว่า นามรูป มโนมยิทธิ แปลว่าฤทธิ์ทางใจ ใครบำเพ็ญได้ถึงที่ย่อมทำได้ คือ ทำให้ใจมีฤทธานุภาพผิดไปจาก ธรรมดา จะนึกให้เป็น

หัวข้อประเด็น

- ธรรมกายและการเห็นแจ้ง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระองกิเบาถึงธรรมกาย จึงกรุงไปผมกวามสัมขปยันธ์ ๒ ว่า นี่แคสะสมีกิจการ กิญ ฑฃกนิงสักข์โสกทุกประเกนได้ครึ่งมีกมันถือมั่นเฮาว่า ขันธ์ 2: (5) เาคนา สัญญา สงยา วิญญาณ) นั้นเป็นกาเป็นกันที่แค่ 5 จึงค้าให้สัก โลกทั้งคสายเข้าไม่ถึงธรรมกาม ก็เลยไม่ได้ "าชชา” ค้าได้กองชายนายกายเกิดกินไม่รู้จักจนจิกสิ้นอย่างนี้ โดยวิธีดังที่บรรยายมาข้างต้น ว่าโดยรวบรัดดัดความก็หันเข้าหา หลักธรรมกายนั่นเอง พิจารณาเห็น แจ้งชัด อริยสัจ ๔ ด้วยดาธรรมกาย รู้ชัดด้วยญาณธรรมกาย จึงเป็น วิปัสสนาวิชชา แต่ละอย่างๆ ที่กล่าวมาใน ๑๐ ข้อนี้เป็นอาการหรืออารมณ์ของ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ๕ อย่างนี้รวมกันย่นย่อลงเรียกว่า นามรูป มโนมยิทธิ แปลว่าฤทธิ์ทางใจ ใครบำเพ็ญได้ถึงที่ย่อมทำได้ คือ ทำให้ใจมีฤทธานุภาพผิดไปจาก ธรรมดา จะนึกให้เป็นอย่างไรก็ วิปัสสนาที่จะพยุงจิตให้ข้ามขึ้น เป็นไปตามนึก ดังเมื่อพระพุทธเจ้า จากโลกิย์ไปสู่ภูมิโลกุตตระ ค่าว่า สังขารร่างกายในที่นี้หมายถึงนาม เสด็จจากดาวดึงส์นึกจะให้เทวดา มนุษย์เห็นกัน เทวดาก็มองเห็น รูปนั่นเองที่เรียกว่านามรูปนั้นได้แก่ มนุษย์ มนุษย์ก็มองเห็นเทวดา ซึ่ง มีปรากฏในเทโวโรหนสูตรนั้น เพราะมีธรรมกาย ธรรมกายนัก อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น อิทธิวิธี แปลว่า แสดงฤทธิ์ให้ ปรากฏได้ต่างๆ ดังเช่นเนรมิตจักร เนรมิตพระกาย และเนรมิตปราสาท ราชฐานในครั้งทรงทรมานพระเจ้า ชมภูบดี จนพระเจ้าชมรูป หมด ทิฏฐิมานะ แล้วจึงทรงแสดงธรรม สั่งสอน เป็นต้น ทิพพจักขุ แปลว่า ตาทิพย์ ซึ่ง เช่นเรื่องพระมเหศวรทดลองพระ ศาสดา ให้ทรงปิดพระเนตรเสีย แล้วพระมเหศวรซ่อนตัว โดยจำ แลงตัวให้เล็กแทรกแผ่นดินไปซุก อยู่ในเมล็ดทรายใต้เชิงเขาพระสุเมรุ พระองค์ก็มองเห็น ทรงเรียกให้ขึ้น มา ยังหาว่าเป็นอุบายของพระองค์ จะเดาลักเค้าเอา ในที่สุดพระองค์ก็ เอาฝ่าพระหัตถ์ช้อนเอาตัวติดขึ้น มาพร้อมกับเมล็ดทราย นั้นให้เห็น ประจักษ์ ตาทิพย์นี้แม้สาวกของ พระองค์ก็มิได้ เอาตามนุษย์ ตากาย ทิพย์ รูปพรหม อรูปพรหม ช้อน กัน แล้วเอาตาธรรมกาย มองซ้อน ตากายอรูปพรหม จะเห็นชัดคล้าย กับว่าแว่นหลายๆ ชั้นซ้อนกัน ทิพพโสด แปลว่า หูทิพย์ ใคร จะพูดอะไรกันที่ไหนได้ยินหมด โดยเอาแก้วหูกายมนุษย์ ทิพย์ รูป พรหม อรูปพรหม ซ้อนกันตลอด แก้วหูของธรรมกาย ย่อมสัมฤทธิ์ ผลเป็นหูทิพย์ได้ยินอะไรหมด ปรจิตดวิชชา แปลว่า ความรู้ หมายความว่า มองเห็นอะไรๆ ได้ ที่สามารถทำให้ล่วงรู้ถึงวารจิตของ หมด ไม่ว่าอยู่ใกล้ไกลอย่างไร ดัง ผู้อื่นได้ ดังมีเรื่องพวกยักษ์เป็น มิถุนายน ๒๕๔๑ ๒๕ วารสารกัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More