วิชชาและการเห็น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 6 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 132

สรุปเนื้อหา

พระองค์เห็นโสกหมดทำหูก!โสด ด้ามดาธรรมกาย พระองค์รู้ด้วยญาฒธรรมภาย มิดภาผาดภายทิพย์ รูปพรหมและอรูปพรหมเหล่านั้น เพราะผากเหล่านั้นรู้ด้วยฒณาภิเ แต่พระอง รู้ด้ายมากเ จีปผิดดัน สภาพเหตุการณ์ทั้งหลายแหล่พระองค์รู้เห็นหมก แด่ใช่ รู้ก่อนเห็น พระองค์ เห็นก่อนรู้ ฬงสิ้น ด้วยกันแล้ว รวมกันเป็น ๘ คือ ๔.ทิพพจักขุวิชชา ๔.ทิพพโสตวิชชา ๖.ปรจิตตวิชชา ๗.ปุพเพนิวาสวิชชา ๔.อาสวักขยวิชชา ส่วนจรณะ นั้นมี ๑๕ คือ ๑.ศีลสังวร ๒.อินทรียสังวร ๓.โภชเนมัตตัญญุตา ๔.ชาตริยานุโยค ๔.ศรัทธา ๖.สติ ๗.หิริ ๘.โอตตัปปะ ๙.พาหุสัจจะ ๑๐.อุปักกโม ๑๑.ปัญญา (๑๒.-๑๔.) กับรูปฌาน ๔ จึง รวมเป็น ๑๔ วิปัสสนา ต่อไปนี้จักแสดงถึงวิชชา และ ก่อน “วิปัสสนา” คำนี้ แปลตาม ฌานโลกีย์ ยังเรียกวิปัสสนาไม่ได้ ฐานก่อนจึงจะก้าวขึ้นสู่ชั้นวิปัสส นาได้ ศัพท์

หัวข้อประเด็น

- วิชชาและการเห็น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระองค์เห็นโสกหมดทำหูก!โสด ด้ามดาธรรมกาย พระองค์รู้ด้วยญาฒธรรมภาย มิดภาผาดภายทิพย์ รูปพรหมและอรูปพรหมเหล่านั้น เพราะผากเหล่านั้นรู้ด้วยฒณาภิเ แต่พระอง รู้ด้ายมากเ จีปผิดดัน สภาพเหตุการณ์ทั้งหลายแหล่พระองค์รู้เห็นหมก แด่ใช่ รู้ก่อนเห็น พระองค์ เห็นก่อนรู้ ฬงสิ้น ด้วยกันแล้ว รวมกันเป็น ๘ คือ ๔.ทิพพจักขุวิชชา ๔.ทิพพโสตวิชชา ๖.ปรจิตตวิชชา ๗.ปุพเพนิวาสวิชชา ๔.อาสวักขยวิชชา ส่วนจรณะ นั้นมี ๑๕ คือ ๑.ศีลสังวร ๒.อินทรียสังวร ๓.โภชเนมัตตัญญุตา ๔.ชาตริยานุโยค ๔.ศรัทธา ๖.สติ ๗.หิริ ๘.โอตตัปปะ ๙.พาหุสัจจะ ๑๐.อุปักกโม ๑๑.ปัญญา (๑๒.-๑๔.) กับรูปฌาน ๔ จึง รวมเป็น ๑๔ วิปัสสนา ต่อไปนี้จักแสดงถึงวิชชา และ ก่อน “วิปัสสนา” คำนี้ แปลตาม ฌานโลกีย์ ยังเรียกวิปัสสนาไม่ได้ ฐานก่อนจึงจะก้าวขึ้นสู่ชั้นวิปัสส นาได้ ศัพท์ว่า เห็นแจ้ง เห็นวิเศษ หรือ เรียกสมถะได้ แต่อย่างไรก็ดี วิปัส นัยหนึ่งว่าเห็นต่างๆ เห็นอะไร? เห็น สนาก็ต้องอาศัยทางสมถะเป็นราก นามรูป แจ้งอย่างไร? แจ้งโดย สามัญลักษณะว่าเป็นของไม่เที่ยง เต็มไปด้วยทุก และเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล เราเขา มีข้อสำคัญที่ว่า เห็นอย่างไร? เป็น เรื่องแสดงยากอยู่ เห็นด้วยตาเรานี่ หรือเห็นด้วยอะไร? ตามนุษย์ไม่เห็น ต้องหลับตาของมนุษย์เสีย ส่งใจไป จดจ่ออยู่ที่ศูนย์ดวงปฐมมรรค เห็น จ่าว ติด รู้ มีอยู่ในดวงปฐมมรรคนั้น ตากายทิพย์ รูปพรหม อรูป พรหมไม่เห็น ก็เพราะว่าพวกเหล่า นี้ยังไม่พ้นโลก เสมือนลูกไก่อยู่ใน กระเปาะไข่ จะให้แลลอดออกไปเห็น ข้างนอกย่อมไม่ได้ เพราะอยู่ใน กระเปาะของตัว เพราะโลกมันบัง ด้วยเหจว่าโลกมันมืดดังกล่าวมา แล้วข้างต้น พวกเหล่านี้จึงไม่สา มารถจะเห็น กล่าวคือ พวกที่บำ เพ็ญ ได้จนถึงชั้นรูปฌาน และอรูป ฌาน ก็ยังอยู่ในกระเปาะภพของตัว จะยกเอาวิปัสสนาวิชชาขึ้นแสดง ยังอยู่จำพวกโลก หรือที่เรียกกันว่า การทําเพ็ญสมถะ ม ส่งจิตเพ่ง ดวงปฐมมรรคตรงศูนย์ คือกึ่งกลาง กายภายในตรงกลางพอดี ไม่เหลื่อม ซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเลื่อนสูงขึ้น ๒ นิ้ว เมื่อลูกส่วนก็จะเห็นกายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูป- พรหมเป็นชั้นๆ ซ้อนกันอยู่ภายใน ตามลำดับจากกายมนุษย์เข้าไป พิจารณาประกอบธาตุธรรมถูกส่วน รูปจะกะเทาะล่อนออกจากกันเห็น ตามลำดับเข้าไป กายมนุษย์กะเทาะ ออก เห็นกายทิพย์ กายทิพย์กะเทาะ ออก เห็นกายรูปพรหม กายรูป พรหมกะเทาะออก เห็นกายอรูป- พรหม ในเมื่อประกอบธาตุธรรมถูก ส่วนวอกแวกไม่เห็น นั่งหยุดจึงเห็น หยาบไม่เห็นละเอียดจึงเห็น อาตาปี สมุปชาโน สตีมา ประกอบความ ๒๕๔๑ ๑๙ วารสารกัสยาณมีสร มิ ถุ น า ย น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More