วิปัสสนาวิชชาและการพิจารณาสังขาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 6 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 132

สรุปเนื้อหา

วารสารกัสยาณมิ*ร ๒๔ มิถุน า ย น ๒๕๔๓ ให้หลุดได้ ถ้าเราผีอุปทานยึดมั่นอยู่ว่าเป็นตัว เป็นตนของเราแล้ว มันจะให้ทุกข์ วิปัสสนาวิชชา แยกได้ โทษ ดังกล่าวในประการที่ ๔ นั้น เป็น ๑๐ ประการ คือ ดุจเดียวกัน ๑.ลัมมสนญาณ พิจารณาย่นย่อ ๖.นิพพิทาญาณ เมื่อพิจารณา ของนามรูปนั้นๆ นามรูป คือความเห็นตามเป็นจริง ๒.อุทยัพพยญาณ คำนึงถึง ความเกิดความดับของสังขารร่าง กาย ดังอุทาหรณ์เรียกฟองน้ำดังที่ กล่าวมาข้างต้น คือเห็นเกิดดับๆๆ ติดต่อกันไป ๓.กังคานุปัสสนาญาณ คำนึง เห็นความเป็นไปแห่งสังขารดัง กล่าวมาใน ๑-๒-๓-๔-๔ นั้นแล้ว ก็ให้เกิดปรีชาติดเบื่อหน่ายสังขาร เป็นกำลัง ไม่อยากได้ใครดีแล้ว ๗.มุญซีดุกัมยดาญาณ ถึงขั้นนี้ ก็ใฝ่ใจที่จะให้พ้นเสียจากสังขาร คือไม่อยากมีสังขาร แต่ไม่ได้หมาย ความว่าจะให้ทำลายสังขารเสียโดย ถึงแ

หัวข้อประเด็น

- วิปัสสนาวิชชาและการพิจารณาสังขาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วารสารกัสยาณมิ*ร ๒๔ มิถุน า ย น ๒๕๔๓ ให้หลุดได้ ถ้าเราผีอุปทานยึดมั่นอยู่ว่าเป็นตัว เป็นตนของเราแล้ว มันจะให้ทุกข์ วิปัสสนาวิชชา แยกได้ โทษ ดังกล่าวในประการที่ ๔ นั้น เป็น ๑๐ ประการ คือ ดุจเดียวกัน ๑.ลัมมสนญาณ พิจารณาย่นย่อ ๖.นิพพิทาญาณ เมื่อพิจารณา ของนามรูปนั้นๆ นามรูป คือความเห็นตามเป็นจริง ๒.อุทยัพพยญาณ คำนึงถึง ความเกิดความดับของสังขารร่าง กาย ดังอุทาหรณ์เรียกฟองน้ำดังที่ กล่าวมาข้างต้น คือเห็นเกิดดับๆๆ ติดต่อกันไป ๓.กังคานุปัสสนาญาณ คำนึง เห็นความเป็นไปแห่งสังขารดัง กล่าวมาใน ๑-๒-๓-๔-๔ นั้นแล้ว ก็ให้เกิดปรีชาติดเบื่อหน่ายสังขาร เป็นกำลัง ไม่อยากได้ใครดีแล้ว ๗.มุญซีดุกัมยดาญาณ ถึงขั้นนี้ ก็ใฝ่ใจที่จะให้พ้นเสียจากสังขาร คือไม่อยากมีสังขาร แต่ไม่ได้หมาย ความว่าจะให้ทำลายสังขารเสียโดย ถึงแต่ความดับอย่างเดียวให้เห็นว่า ความโง่ๆ เช่น ฆ่าตัวตายให้ดำเนิน สังขารร่างกายที่เกิดมาแล้วนี้มัน การที่จะคิดพ้นจากสังขารโดยอุบาย รังแต่จะแตกดับอย่างเดียว และก็ ที่ถูกทาง จะแตกดับอยู่รอมร่อแล้ว ประหนึ่ง ๔.ปฏิสังขาญาณ คิดคำนึงหา ทางพ้นต่อไป แต่หาทางออกทาง เรือนที่ปลูกอยู่ริมตลิ่ง ทั้งตัวเรือน ก็ซชวนชวนจะตั้งอยู่แล้วด้วย ซึ่ง เป็นความจริงแท้ เราพูดกันอยู่ หยกๆ พอขาดค่าวเราอาจจะตาย พ้นไม่ได้เพราะมันได้เกิดมาเป็น สังขารเสียแล้ว ผะอืดผะอมอย่างนี้ เรียกว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สำ เพราะโรคภัยอันตรายล้อมอยู่รอบ รอกไม่ไหว ต่อไปก็ถึง ข้าง ไม่รู้ว่ามันจะปรากฏขึ้นขณะใด ๗. สังขารุเปกขาญาณ วางใจ เป็นกลางไว้ เท่ากับว่าเมื่อกลืนไม่ เข้าคายไม่ออกแล้วก็อมเฉยไว้ก่อน ต่อจากนี้จะมีญาณอีกอันหนึ่งเกิดขึ้น ๔.ภยดูปัฏฐานญาณ คำนึงให้ เห็นว่าสังขารร่างกายเป็นภัยเสมือน สัตว์ดุร้าย ไม่น่าจะเข้าใกล้ ซึ่งหมาย ความว่าไม่ควรจะหลงนิยมชมชื่น คือ อันจะดูดดึงให้ใจเราหมกมุ่นเป็น เหตุให้ติดอยู่ในภพ ๕.อาพื้นวญาณ นี่เป็นอีกแง่ หนึ่งให้คำนึงถึงโทษแห่งสังขารว่า ๑๐.อนุโลมญาณ คำนึงผ่อนให้ เป็นไปตามความที่เป็นจริงของมัน นี่เป็นมัชฌิมาปฏิปทา เดินสายกลาง หันเข้าหาอริยสัจ ๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More