ข้อความต้นฉบับในหน้า
นั้น ทรงเห็นว่ามีรสอร่อยดี จึงทรงแบ่งให้อำมาตย์
ข้าราชบริพารที่อยู่ใกล้ ๆ รับประทาน แล้วเสด็จพระ
ราชดำเนินต่อไป
บรรดาข้าราชบริพาร พ่อค้า คฤหบดี ที่ตามเสด็จ
ด้วยในครั้งนี้มีความคิดว่า พระราชาทรงเก็บมะม่วง
ต้นนี้เสวย ทรงแบ่งปันให้คนรอบข้าง เราเป็นผู้ติดตาม
พระองค์มาด้วย ก็คงจะเก็บกินได้ จึงพากันเด็ดมะม่วง
ลงมากิน บางคนก็ปีนขึ้นไปเก็บลูกที่อยู่สูง ๆ ขึ้นไป
บางคนก็ใช้ไม้สอยลงมากินทั้งผลสุกผลดิบ กิ่งมะม่วง
หลายกิ่งถูกหักลงมาขณะที่คนขึ้นไปเก็บผลของมัน
เย็นวันนั้นเมื่อพระเจ้ากรัณฑะเสด็จกลับ ทรง
ทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงต้นนั้น ซึ่งบัดนี้ไม่มีลูก
เหลืออยู่สักลูกเดียว ทั้งกิ่งหลายกิ่งก็ถูกหักรานลงมา
พระองค์ทรงสลดพระทัย รำพึงว่า
“เมื่อเช้า มะม่วงต้นนี้มีผลงามเต็มต้น บัดนี้ถูก
เก็บไปหมดไม่มีเหลือเลย ทั้งกิ่งก็ถูกหักโยนทิ้งลงมา...
แต่ดูต้นมะม่วงที่อยู่ใกล้ ๆ นั่นสิ มันไม่มีผลเลย จึง
ไม่ถูกใคร ๆ เก็บผลหักกิ่ง...”
พระองค์เสด็จเข้าประทับนั่งที่โคนมะม่วงต้นที่
ไม่มีผลนั้น ทรงดำริต่อไปว่า
“มะม่วงต้นนี้อยู่ดีเพราะไม่มีผล เหมือนคน
ไม่มีทรัพย์ย่อมไม่มีภัย ไม่มีใคร ๆ รบกวน อยู่
อย่างสงบ เป็นอิสระ เราเป็นพระราชา ครอบ
ครองราชสมบัติมหาศาล ต้องรับผิดชอบแว่นแคว้น
และอาณาประชาราษฎร์ ทั้งกายทั้งใจไม่เคยเป็น
อิสระเลย เรานี่ก็เป็นเสมือนมะม่วงมีผลดก เรา
ไม่ปรารถนาเลย เราจะออกบวชทำตัวเหมือน
ต้นมะม่วงไม่มีผลดีกว่า อา... เราตัดสินใจได้แล้ว
เราจะออกบวชแล้ว เราเลิกวุ่นวายกับเรื่องทางโลก
แล้ว เราพบทางที่จะไม่ต้องเกิดอีกต่อไปแล้ว
เมื่อเลิกเกิด ก็เลิกร้องไห้ เลิกเสียใจ อา... เรา
และตาแห้งแล้ว เมื่อเลิกเกิดก็เลิกตาย...
เราทำลายกำแพงกระดูกได้แล้ว....”
0280
๑๖
กัลยา ณ มิตร