ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธ ร ร ม ก า ย น น
เมื่อเข้าไปอยู่ใน
ป ร ะ เ ท ศ จี น
ส่ ว น ใ น ทิเบต นั้น
ต่อ ม า ใ น ป ร ะ เ ท ศ
ญี่ ปุ่ น
๘๐
กั ล ย า ณ ม ต ร
กายอันไม่มีประมาณ ในพระสูตรนี้ได้อธิบายเรื่องสัมโภคกายว่าเป็นอย่างไร สัมโภคกาย
เป็นผู้ที่ไปอธิบายธรรมะให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย พระโพธิสัตว์ก็อยู่ในรูปของสัมโภคกายด้วย
กายที่ ๓ ในลัทธิตรีกายก็คือ นิรมาณกาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Transformation
Body เป็นกายซึ่งปรากฏอยู่ในโลกมนุษย์ พระพุทธเจ้าจะไปปรากฏในรูปกายต่าง ๆ ได้
โดยอาจจะเป็นสัตว์ก็ได้ เป็นผีเสื้อสักตัวหนึ่ง เป็นกระต่ายสักตัวหนึ่ง หรือเป็นครูสอนสมาธิก็ได้
เกิดเป็นพระลามะทิเบตก็ได้ เพื่อสั่งสอนสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์
โปรดสังเกตด้วยว่า คำว่า “ธรรมกาย” ในพระไตรปิฎกสันสกฤตของพวกสรวาสติวาท (หรือ
ไวภาษิกะ) นั้นพระพุทธเจ้าซึ่งเดิมมีรูปกายเหมือนกับธรรมกาย ในทิเบตก็เริ่มมี ๓ กายขึ้นมาคือ
ธรรมกาย สัมโภคกาย แล้วก็นิรมาณกาย คำสอนเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ทิเบตนั้นไม่เคย
หนีหลักคำว่าธรรมกายเลย แล้วก็มักจะตีความว่า ธรรมกายนั้นมีอยู่ ๒ ลักษณะคือ ธรรมกาย
ในลักษณะที่เป็นภาวะของความเป็นพุทธะ แล้วก็อีกภาวะหนึ่งซึ่งเป็นภาวะที่ว่างเปล่า เป็น
ภาวะที่เป็นสุญญตา ภาวะนี้เป็นในระดับของปรมัตถ์ ธรรมกายนั้นจะปรากฏอยู่เป็นพุทธกาย
เป็นกายเรียกว่า สัมโภคกาย เป็นกายเนื้อซึ่งพระพุทธเจ้าใช้แสดงธรรมนั้นเอง และนิรมาณกาย
ก็เป็นกายซึ่งพระพุทธเจ้าไปแสดงพระองค์ในรูปของสิ่งต่าง ๆ แม้ผู้สอนในเรื่องชาดกต่าง ๆ
นั้นก็ถือว่า ตัวเอกในเรื่องนั้นก็เป็นนิรมาณกายของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์กับพระพุทธเจ้า
ในความเห็นของมหายานแล้วก็เกือบจะเป็นอันเดียวกัน ต่างกันอยู่นิดหนึ่งที่ว่า พระโพธิสัตว์เป็น
ผู้ไม่ยอมเข้านิพพาน แต่ยังคงคอยช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพื่อให้หมดจากกิเลส
ก็เริ่มมีความสำคัญอย่างมาก ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ ๗ ประมาณ พ.ศ.๑๓๐๐-๑๕๐๐
จักรพรรดินีพระองค์หนึ่งนามว่า พระนางหมู่ หรือที่พวกเราได้ยินชื่อกันบ่อย ๆ ในนามของ
บูเช็กเทียน พระนางเป็นผู้หนึ่งซึ่งสนพระทัยในเรื่องธรรมกายอย่างมาก ตามพระราชประวัติ
ทรงสนพระทัยการทำสมาธิภาวนาอย่างมากด้วย พระนางได้ทรงนิมนต์พระสังฆราชในยุคนั้น
ให้เข้าไปสอนธรรมปฏิบัติถึงในวังเป็นประจำ แผ่นดินจีนในสมัยของพระนางบูเช็กเทียน
นั้น เป็นยุคที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองที่สุด วัดวาอารามจำนวนมากเกิดขึ้นในยุคนั้น นี่เป็น
บทบาทของธรรมกายในประเทศจีน
ธรรมกายก็ยังคงมีบทบาทมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ คำว่าธรรมกายในภาษาทิเบตเรียกว่า
ตัวบัวนิสกุก เป็นกายซึ่งเป็นปรัชญา เป็นกายซึ่งประกอบด้วยสุญญตาและอยู่เหนือสภาวะ
ทั้งปวง ส่วนสัมโภคกาย และนิรมาณกายนั้น ภาษาทิเบตเรียกว่า เยเซกุ เป็นกายซึ่งพระ
พุทธเจ้าใช้ช่วยเหลือสัตวโลกต่าง ๆ ความหมายนั้นก็เริ่มกลายออกไปทุกที ๆ เริ่มมีเรื่องการ
ตีความหมายเรื่องธรรมกายต่าง ๆ ออกไปมากมาย
ธรรมกายเข้าไปอยู่ในคำสอนของพุทธศาสนานิกายเซน “เซน”นั้นมาจากคำว่า “ฌาน”
ในภาษาจีน ตรงกับคำภาษาสันสกฤตว่า ชยาน แปลว่า การเพ่ง การทำสมาธิ แต่เซน
ของญี่ปุ่นกับเซนของจีนนั้นไม่เหมือนกัน เซนนั้นมีต้นกำเนิดในคัมภีร์ของเซนว่า ครั้งหนึ่ง
ในภาษาสันสกฤต เขียนว่า “โนรามิกกาย
Kalyanamitra.org