ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระเจ้ากรัณฑะประทับยืนครุ่นคิดอยู่เป็นเวลา
นานมาก ข้าราชบริพารใกล้ชิดจึงเอ่ยเรียกพระองค์
ขึ้นว่า
“ข้าแต่จอมกษัตริย์...”
“เราไม่ใช่กษัตริย์ เราคือพระปัจเจกพุทธเจ้า "
พระเจ้ากรัณฑะตรัสตอบ
“พระปัจเจกพุทธเจ้าไม่เหมือนพระองค์หรอก
พระพุทธเจ้าข้า”
“พระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นอย่างไร” ทรงตรัสถาม
“พระปัจเจกพุทธเจ้าจะต้องปลงผม ปลงหนวด
ครองผ้ากาสาวพัสตร์ ไม่อยู่ครองเรือน ไม่เกี่ยวข้อง
กับหมู่คณะ และอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ พระพุทธเจ้า
ข้า”
จากนั้นพระกรัณฑะปัจเจกพุทธเจ้าได้เสด็จ
ประทับกลางอากาศ ทรงประทานโอวาทแก่มหาชน
แล้วเสด็จเข้าสู่ภูเขานันทมูล ป่าหิมพานต์
ในครั้งนั้น ณ
ในครั้งนั้น ณ นครตักกสิลา แคว้นคันธาระ
มีพระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้านัคคชิ วันหนึ่ง
พระเจ้านัคคชิประทับอยู่บนปราสาท ทอดพระเนตร
เห็นสตรีนางหนึ่งสวมกำไลแก้วมณีข้างละวง กำลัง
นั่งบดเครื่องหอมอยู่ไม่ไกล ต่อมาอีกสักครู่สตรีนั้น
ถอดกำไลจากมือขวามาใส่ที่มือซ้าย แล้วลากเครื่อง
หอมไปบดด้วยมือขวา กำไล ๒ วงในมือซ้ายก็กระทบ
กันส่งเสียงดัง
พระเจ้ากรัณฑะได้ฟังดังนั้น ก็ทรงระลึกถึงสัจจะ
พระเจ้านัคคชิได้ยินเสียงกำไลกระทบกัน จึง
ที่พระองค์ทรงประพฤติมาตลอดทุกภพทุกชาติ กับ
ทรงดำริว่า
สัจจะที่พระองค์ตั้งพระทัยสละราชสมบัติออกบรรพชา
“...กำไลนี้เมื่ออยู่ในข้อมือข้างละวงไม่
แล้วทรงยกพระหัตถ์ลูบพระเศียร ทันใดนั้น เพศ กระทบกัน แต่พอเอามาใส่ไว้ในมือเดียวกันกลับ
สมณะก็บังเกิดแก่พระองค์ทันที พระองค์กลายเป็น กระทบกัน ...มนุษย์เราก็เหมือนกัน เราควรจะ
พระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ท่ามกลางความปีติและตื่น ทำตัวเหมือนกำไลข้างเดียว ปกครองแต่ตนเอง
ตะลึงของอำมาตย์ข้าราชบริพารทั่วหน้า
ไม่ปกครองคนอื่น....”
OR
KA
กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๗
Kalyanamitra.org