ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้อปฏิบัติสำหรับพระภิกษุ | อยากเป็นเจ้าอาวาส อยากเป็นหัวหน้าแผนก
อยากเป็นหัวหน้าหน่วย อยากเป็นหัวหน้า
สำหรับอปริหานิยธรรมข้อ ๕ นี้ เมื่อ เจ้าหน้าที่ ฯลฯ ความอยากตัวเดียวนี้เอง
ทรงแสดงแก่พระสงฆ์สาวก ทรงเน้นเรื่อง ทำให้เกิดความเดือดร้อนในวัดในหน่วยงาน
การควบคุมใจตนเองไม่ให้แก่ความอยาก เช่น เกิดการเลื่อยขาเก้าอี้โค่นล้มหัวหน้า เกิด
(ตัณหา) กล่าวคือ คนเรานี้มีความอยาก | การเล่นพรรคเล่นพวก ฯลฯ
ฝังอยู่ในกมลสันดานเป็นปกติอยู่แล้วมากมาย
ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนโดยทั่วไป เมื่อ
ตั้งแต่อยากเด่น อยากดัง อยากได้ยศ อยากได้ | มองดูตัวเองก็ดูดีไปเสียทุกที ไม่เห็นมีข้อ
ตำแหน่ง อยากให้เขาชม อยากได้สมบัติ บกพร่องอะไร แต่เวลาดูคนอื่นรอบข้างไม่เห็น
อยากได้ลาภสักการะมาก ๆ ความอยาก มีใครดีสักคน คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็ไม่ดี เขา
เหล่านี้เป็นข้าศึกของนักบวช ถ้าไม่ควบคุมใจ | กับเราเป็นพระบวชมาพร้อมกันอยู่ด้วยกัน
ไว้ให้ดีก็จะสร้างความด่างพร้อยให้พระศาสนา | ความรู้ก็เท่ากัน จบจากสถาบันเดียวกันด้วย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งความ | แต่เจ้าอาวาสกลับยกให้เขาเป็นหัวหน้า แสดง
อยากของคน ออกเป็น ๓ ประเภทคือ ว่า เจ้าอาวาสดูคนไม่เป็น แล้วยังลำเอียงอีก
๑. กามตัณหา คือความอยากได้ ด้วย ตกลงไม่มีใครดี ที่ติเขาไปทั่วนี่ไม่ใช่อะไร
สิ่งของอันเป็นที่น่ารักน่าชอบใจอย่างฆราวาส | ตัวเองอยากเป็นหัวหน้าแต่ไม่ได้เป็น มันแค้น
66
๒. ภวตัณหา คือความอยากเป็น เช่น
มันไม่สมอยาก
ธรรมชาติของมนุษย์ว่าหวงสมบัติก็มากพอแล้ว
แต่ระหว่างสมบัติกับชีวิต เขาก็ยังรักที่จะเอาชีวิต
เอาไว้โดยยอมเสียสมบัติ แต่ว่ามีคนอยู่ไม่น้อยเลย
ที่ยอมสละชีวิตเพื่อจะรักษาลูกเมียไว้ เพราะฉะนั้น
อย่าได้ไปพยายามผิดลูกผิดเมียใครเขาเด็ดขาด
99
๓. วิภวตัณหา เป็นความอยากอย่าง
หนึ่ง แต่เป็นความอยากไม่เป็น ไม่ใช่ไม่อยาก
เป็นนะ ไม่เหมือนกัน คือเขาให้เป็นอยู่ตำแหน่ง
นี้ก็อยากไม่เป็น หรือบอกว่า อยากไม่เป็น
อะไรเลย อย่างนี้ไม่ใช่ว่าหมดกิเลสนะ ความ
จริงนั่นแหละตัวกิเลส เพราะนั่นคือความ
เกียจคร้าน หยิบหย่ง เลือกงาน และขาด
ความรับผิดชอบ เป็นกิเลสตัวโตทีเดียว ถ้า
ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จะเกิดความเสีย
หายต่อเนื่องกันเป็นลำดับคือ เกิดความอิจฉา
ริษยา เกิดการใส่ความ เกิดแย่งชิงตำแหน่ง
หน้าที่กัน เกิดการฟ้องร้องกัน แม้ที่สุดยังไม่ได้
สมอยาก ก็เกิดการตีเสมอผู้ใหญ่เข้าให้อีก
ลำพังความอยากไม่เป็น คือขี้เกียจ
ก็เป็นตัวถ่วงความเจริญของหน่วยงานมาก
พออยู่แล้ว ถ้าเอาความอยากไม่เป็นบังหน้าแล้ว
เอาความอยากเป็นตำแหน่งเจ๋ง ๆ ซ่อนไว้ลึก ๆ
อย่างนี้ก็ร้อนเป็นไฟสุมขอนอยู่ทั้งปีทั้งชาติ
นั่นแหละ
สรุปแล้ว ตัณหาทั้ง ๓ ข้อนี้ ถ้าเข้า
มาอยู่ในกลุ่มใดคณะใด ก็จะพากันล่มจม
เพราะความอยากมันท่วมหัวใจ ผลประ
โยชน์ขัดกัน มองหน้ากันไม่ได้ ต้องมองกัน
แค่หางตา เพราะฉะนั้น ครั้งใดที่ไม่อยาก
มองใครเต็มตา แสดงว่าเกิดความอยาก
อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาท่วมใจเราแล้ว
ให้แก้ที่ตัวเราโดยด่วน
วิธีข่มความอยากเบื้องต้นสำหรับ
ฆราวาสคือ ไม่ว่าจะไปหาใคร หรือใครจะ
มาหา พอจ้องหน้ากันไม่ต้องดูอายุ ดูยศถา
บรรดาศักดิ์อะไรแล้ว ยกมือไว้ไหว้กันเอาไว้
ก่อน ทำให้เป็นนิสัย แสดงความอ่อนน้อม
ถ่อมตน เคารพนับถือกันแบบพี่ ๆ น้อง ๆ
ถ้อยทีถ้อยปราศรัยกัน แบบนี้การงานทุกอย่าง
ก็สําเร็จลงได้ด้วยดี
สำหรับพระภิกษุต้องเคารพกันตาม
อาวุโสอยู่แล้ว สำหรับพระต่างวัดไม่รู้อายุ
พรรษากัน การยิ้มแย้มทักทายเป็นเครื่องหมาย
กลาง ๆ ใช้ได้ดีอยู่แล้ว
อ่านต่อฉบับหน้า
๔๘ ก ล ย า ณ มิ ต ร
Kalyanamitra.org