การออกบวชของช่างปั้นหม้อ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 6 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 120

สรุปเนื้อหา

นันทมูล ป่าหิมพานต์ แล้วนางก็ถือหม้อดินทำทีว่าจะไปที่ท่าน้ำ แต่ที่แท้ วันหนึ่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๔ องค์ได้เสด็จ นางไปบวชเป็นฤาษีเสียแล้ว ไปยังบ้านปากช่อง เมืองพาราณสี เสด็จออกบิณฑบาต เมื่อช่างหม้อไม่เห็นภรรยากลับบ้าน ก็เข้าใจ ชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้อาราธนาพระปัจเจกพุทธเจ้า ทันทีว่า ภรรยาออกบวชเสียก่อนแล้ว เขาจึงอดทน ทั้งสี่ให้ประทับฉันในเรือนของตน เขาเห็นผิวกาย เลี้ยงดูลูกเล็ก ๆ ทั้งสองคนมาตามลำพัง จนกระทั่ง อันผุดผ่อง บุคลิกน่าเลื่อมใสของพระปัจเจกพุทธเจ้า ลูก ๆ โตขึ้นพอจะหุงข้าวกินเองได้ เขาใช้วิธีทดสอบ จึงสอบถามถึงความเป็นมา พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกองค์ ลูกด้วยการหุงข้าวให้แฉะบ้าง ให้ดิบบ้าง ให้ไหม้บ้าง ก็เล่าให้ฟังด้วยความเมตตา เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าฉันอาหารเสร็จ และกลับ ไปแล้ว ชายหนุ่มได้เรี

หัวข้อประเด็น

- การออกบวชของช่างปั้นหม้อ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นันทมูล ป่าหิมพานต์ แล้วนางก็ถือหม้อดินทำทีว่าจะไปที่ท่าน้ำ แต่ที่แท้ วันหนึ่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๔ องค์ได้เสด็จ นางไปบวชเป็นฤาษีเสียแล้ว ไปยังบ้านปากช่อง เมืองพาราณสี เสด็จออกบิณฑบาต เมื่อช่างหม้อไม่เห็นภรรยากลับบ้าน ก็เข้าใจ ชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้อาราธนาพระปัจเจกพุทธเจ้า ทันทีว่า ภรรยาออกบวชเสียก่อนแล้ว เขาจึงอดทน ทั้งสี่ให้ประทับฉันในเรือนของตน เขาเห็นผิวกาย เลี้ยงดูลูกเล็ก ๆ ทั้งสองคนมาตามลำพัง จนกระทั่ง อันผุดผ่อง บุคลิกน่าเลื่อมใสของพระปัจเจกพุทธเจ้า ลูก ๆ โตขึ้นพอจะหุงข้าวกินเองได้ เขาใช้วิธีทดสอบ จึงสอบถามถึงความเป็นมา พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกองค์ ลูกด้วยการหุงข้าวให้แฉะบ้าง ให้ดิบบ้าง ให้ไหม้บ้าง ก็เล่าให้ฟังด้วยความเมตตา เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าฉันอาหารเสร็จ และกลับ ไปแล้ว ชายหนุ่มได้เรียกภรรยาสาวของตนมา แล้วพูด ว่า “พระราชายังสละราชสมบัติออกบวชได้ นับประสาอะไรกับเรา ซึ่งมีสมบัติเพียงเล็กน้อย เท่านี้ รับจ้างปั้นหม้อขายกินไปวันหนึ่ง ๆ จะมัว อาลัยอาวรณ์อะไร ฉันไม่อยากอยู่ครองเรือน อีกแล้ว ฉันจะออกบวชนะ เธอดูแลลูกสาวลูกชาย ทั้ง ๒ คนตามลำพังเถอะนะ” ปรุงอาหารให้จืดไปบ้าง เค็มไปบ้าง เด็ก ๆ ก็ทราบว่า วันนี้ข้าวแฉะไป วันนี้ข้าวไหม้ วันนี้กับข้าวจืดไป เค็มไป.... ช่างปั้นหม้อเห็นว่า ลูกโตพอหุงหากินได้แล้ว จึงฝากลูกให้ญาติ ๆ ช่วยเลี้ยงแล้วออกบวชเป็นฤาษี หลาน ๆ คะ แม้พระราชายังสละราชสมบัติ อัน เป็นโลกียทรัพย์ เสด็จออกบรรพชา ซึ่งถือว่าเป็นการ แสวงหาโลกุตรทรัพย์ บรรพชนชาวพุทธของเราทุกยุค ทุกสมัยก็กระทำมาเช่นเดียวกัน พระพุทธศาสนา ของเราจึงมั่นคงสถาพร มาตราบเท่าทุกวันนี้ หลาน ๆ ของน้าอี๊ดที่เรียนหนังสือจบแล้วบ้าง มีงานมีการทำแล้วบ้าง บางคนก็มีสมบัติทางโลก มากทีเดียว แต่หลาน ๆ อย่าลืมนะคะ สมบัติที่สำคัญ และมีค่ามากที่สุดก็คือสมบัติทางธรรมค่ะ นางผู้เป็นภรรยาจึงกล่าวกับสามีว่า “ฉันเองเมื่อได้ฟังเรื่องราวของพระปัจเจก พุทธเจ้าทั้งสี่แล้ว ก็ไม่ปรารถนาจะครองเรือน ต่อไปเหมือนกัน ฉันคิดจะบวช อยากมีชีวิตที่เป็น อิสระ เหมือนนกน้อยที่นายพรานจับแล้วถูก นิทานเรื่องนี้ น้าอึดนำมาจาก “กุมภการชาดก” ปล่อยออกมา ฉันไม่ต้องการเกี่ยวข้องด้วยผู้คน ซึ่งเป็นอดีตชาติครั้งหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และปัญหาต่าง ๆ ของชีวิต” ภรรยาช่างปั้นหม้อต้องการบวชก่อนสามี จึงบอกสามีว่า นางจะไปตักน้ำที่ท่านขอให้สามีช่วย ดูลูก ๆ ก่อน ในครั้งนั้น พระองค์ถือกำเนิดเป็นนายช่างหม้อ ภรรยานายช่างหม้อ คือ พระนางพิมพายโสธรา ธิดานายช่างหม้อได้แก่ นางอุบลวรรณาเถรี ส่วน บุตรชายช่างหม้อ ได้มาเป็นพระราหุล น้าอี๊ด กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๙ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More