การละกิเลส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 6 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 120

สรุปเนื้อหา

SCR ทรงมีดำริดังนี้แล้ว พระเจ้านัคคชิก็ออกบวช เสียงต่าง ๆ เหมือนเหยี่ยวทิ้งชิ้นเนื้อ แล้วประพฤติ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วเสด็จเข้าสู่ภูเขานันทมูล ป่าหิมพานต์ ณ นครมิถิลา แคว้นวิเทหะ พระเจ้านิมิราช เสวยพระกระยาหารเช้าแล้วประทับนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ทอดพระเนตรเห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบชิ้นเนื้อมาจาก ร้านขายเนื้อบินผ่านมา พวกนกทั้งหลายเห็นเหยี่ยว ธรรมดีกว่า” พระเจ้านิมิราชดำริดังนี้แล้ว ก็ยังพระปัจเจก โพธิญาณให้บังเกิดขึ้น เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้ว เสด็จเข้าสู่ป่าหิมพานต์ ในเวลานั้น ณ นครกปีละ แคว้นอุตรปัญจาละ ณ พระเจ้าทุมมุขะ ทรงเป็นกษัตริย์ปกครอง วันหนึ่ง คาบชิ้นเนื้อ ก็พากันมารุมแย่ง บางตัวก็จิก บางตัวก็ดี พระองค์ประทับทอดพระเนตรไปยังท้องสนามหลวง โขกด้วยปีกบ้าง ถีบด้วยเท้าบ้าง เหยี่ยวทนถูกนกอื

หัวข้อประเด็น

- การละกิเลส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

SCR ทรงมีดำริดังนี้แล้ว พระเจ้านัคคชิก็ออกบวช เสียงต่าง ๆ เหมือนเหยี่ยวทิ้งชิ้นเนื้อ แล้วประพฤติ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วเสด็จเข้าสู่ภูเขานันทมูล ป่าหิมพานต์ ณ นครมิถิลา แคว้นวิเทหะ พระเจ้านิมิราช เสวยพระกระยาหารเช้าแล้วประทับนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ทอดพระเนตรเห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบชิ้นเนื้อมาจาก ร้านขายเนื้อบินผ่านมา พวกนกทั้งหลายเห็นเหยี่ยว ธรรมดีกว่า” พระเจ้านิมิราชดำริดังนี้แล้ว ก็ยังพระปัจเจก โพธิญาณให้บังเกิดขึ้น เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้ว เสด็จเข้าสู่ป่าหิมพานต์ ในเวลานั้น ณ นครกปีละ แคว้นอุตรปัญจาละ ณ พระเจ้าทุมมุขะ ทรงเป็นกษัตริย์ปกครอง วันหนึ่ง คาบชิ้นเนื้อ ก็พากันมารุมแย่ง บางตัวก็จิก บางตัวก็ดี พระองค์ประทับทอดพระเนตรไปยังท้องสนามหลวง โขกด้วยปีกบ้าง ถีบด้วยเท้าบ้าง เหยี่ยวทนถูกนกอื่น ๆ ทางหน้าต่างพระราชวังทรงทอดพระเนตรเห็นวัวตัวเมีย รังแกไม่ไหว ก็ทิ้งชิ้นเนื้อบินจากไป นกตัวหนึ่งโฉบ ไว้ได้ นกตัวนั้นก็ถูกนกตัวอื่น ๆ ไล่จิกตีเอาเช่นกัน ครั้นนกตัวนั้นปล่อยชิ้นเนื้อ นกอีกตัวโฉบไว้ได้ ก็ถูกรุม แย่งรุมตี เป็นดังนี้ทุกตัวไป ตัวหนึ่งเดินมา ขณะนั้นเอง คนเลี้ยงวัวได้เปิดประตู คอกวัว วัวตัวผู้ทั้งหลายก็วิ่งออกมาจากคอกติดตาม นางโคตัวนั้นไป โคตัวผู้ตัวหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ มี เขาแหลมคม เห็นวัวตัวผู้อีกตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปหานางโค พระเจ้านิมิราชทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์ ก็บังเกิดความหึงหวง จึงตรงเข้าขวิดโคที่วิ่งเข้าหาถึง โดยตลอด ทรงรำพึงว่า “...นกตัวใดคาบชิ้นเนื้อ นกตัวนั้นก็ได้รับ แก่ความตาย อันตราย นกตัวไหนปล่อยชิ้นเนื้อได้นกตัวนั้นก็ ว่า ปลอดภัย.... ทำนองเดียวกับมนุษย์ทั้งหลาย ใคร ที่ยังยึดมั่นในกามคุณ คน ๆ นั้นก็มีความทุกข์ ใครละกามคุณเสียได้ คน ๆ นั้นก็มีความสุข พระเจ้าทุมมุขะทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ทรงดำริ “ชีวิตของสัตวโลกทั้งหลายนี้ เปรียบไปก็ เหมือนกับโคที่เราเห็นอยู่ตรงหน้า ต่างเข่นฆ่ากัน ตายเพราะอำนาจของกิเลส เราควรละกิเลสเหล่านี้ เพราะกามคุณทั้งหลายเป็นที่ปรารถนาของมนุษย์ เสีย หันมาประพฤติธรรมดีกว่า....” ทั่วไป จึงเกิดการแก่งแย่งช่วงชิงกัน... เราควร ทรงดำริดังนี้แล้ว พระเจ้าทุมมุขะก็ยังปัจเจก ละทิ้งนางสนมกำนัลทั้งหลาย ละทิ้งเกียรติยศชื่อ โพธิญาณให้บังเกิดขึ้น แล้วไปประทับอยู่ ณ ภูเขา ๑๘ ก ล ย า ณ ม ต ร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More