การแสดงละครและการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 6 หน้า 43
หน้าที่ 43 / 120

สรุปเนื้อหา

ผมทำเป็นกิจวัตรประจำวันเลยครับ สวด มนต์เสร็จแล้วก็นั่งสมาธิ ทำให้สบายใจดี แต่ก่อนนี้คุณพ่อคุณแม่ซักเสื้อผ้าให้ แต่ เดี๋ยวนี้ผมซักเอง กวาดบ้านถูบ้านเอง และทำความสะอาดห้องน้ำเองครับ” ด.ญ.รพีพรรณ ก็ชอบนอนกลดมาก เพราะ “ฝึกให้นอนคนเดียวได้ ไม่กลัว อะไร.... อยู่บ้านต้องนอนกับน้อง นอกจาก นี้ยังรู้สึกอยากช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงาน บ้านอีกค่ะ.... เลิกอบรมแล้ว หนูก็ยังนั่ง สมาธิทุกวัน รู้สึกว่าสว่างมากขึ้น” ละครชีวิต ในวันสุดท้ายของการอบรม ตรงกับ วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๓๒ ซึ่งเป็นวัน สงกรานต์และเป็นวันที่พ่อแม่ผู้ปกครองไปรับ บุตรหลานของตนกลับ ทางคณะครูอาจารย์ และพี่เลี้ยงได้เปิดโอกาสให้เยาวชนแต่ละกลุ่ม แสดงละคร โดยเยาวชนช่วยกันเตรียมการเอง ทั้งหมด นับตั้งแต่การเขียนบท การเลือกตัว แสดง การฝึกซ้อม การกำกับการแสด

หัวข้อประเด็น

- การแสดงละครและการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผมทำเป็นกิจวัตรประจำวันเลยครับ สวด มนต์เสร็จแล้วก็นั่งสมาธิ ทำให้สบายใจดี แต่ก่อนนี้คุณพ่อคุณแม่ซักเสื้อผ้าให้ แต่ เดี๋ยวนี้ผมซักเอง กวาดบ้านถูบ้านเอง และทำความสะอาดห้องน้ำเองครับ” ด.ญ.รพีพรรณ ก็ชอบนอนกลดมาก เพราะ “ฝึกให้นอนคนเดียวได้ ไม่กลัว อะไร.... อยู่บ้านต้องนอนกับน้อง นอกจาก นี้ยังรู้สึกอยากช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงาน บ้านอีกค่ะ.... เลิกอบรมแล้ว หนูก็ยังนั่ง สมาธิทุกวัน รู้สึกว่าสว่างมากขึ้น” ละครชีวิต ในวันสุดท้ายของการอบรม ตรงกับ วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๓๒ ซึ่งเป็นวัน สงกรานต์และเป็นวันที่พ่อแม่ผู้ปกครองไปรับ บุตรหลานของตนกลับ ทางคณะครูอาจารย์ และพี่เลี้ยงได้เปิดโอกาสให้เยาวชนแต่ละกลุ่ม แสดงละคร โดยเยาวชนช่วยกันเตรียมการเอง ทั้งหมด นับตั้งแต่การเขียนบท การเลือกตัว แสดง การฝึกซ้อม การกำกับการแสดง ตลอด จนการจัดฉาก อาจกล่าวได้ว่ากิจกรรมการ แสดงละครในวันนั้นเป็นสิ่งที่แสดงถึงพัฒนา การในการระดมความคิดของเหล่าเยาวชน ที่เข้าอบรมทีเดียว และเด็กชายวสันต์เอง ก็มีความเห็นว่า “สิ่งที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ก็คือ การแสดงละครชีวิตวันสุดท้ายนั่น แหละครับ” การแสดงออกของเยาวชนผู้เข้ารับการ อบรมในวันนั้น ย่อมเป็นเครื่องประเมินผล ให้เห็นว่า ผู้เข้ารับการอบรมแต่ละคนได้รับ การปลูกฝัง ระเบียบวินัย ความเคารพ และ ความอดทน ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของคนดี มาพอสมควรทีเดียว พ่อแม่ผู้ปกครองได้เห็น พฤติกรรมที่ดีงามของลูกหลานแล้วก็ชื่นใจ มิเสียเวลาและทุนทรัพย์ที่สนับสนุนให้เข้า อบรม เด็ก ๆ เองก็ชื่นชอบในประสบการณ์ แปลกใหม่ที่ดีงาม ทั้งสองสิ่งนี้ย่อมแสดงถึง สัมฤทธิผลของคณะทำงาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แสดงถึงความสำเร็จของการอบรมที่ สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อเด็ก ๆ ทุกคน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปีหน้าหนูจะกลับมาอบรมอีก” จากคำพูดที่แสนบริสุทธิ์ คมคาย ตรงไป ตรงมาของเด็ก ๆ ที่ผ่านตาผ่านใจท่านทั้งหลาย ตั้งแต่ต้นจนจบนี้ คงจะได้เห็นประสบการณ์ ที่เด็ก ๆ ได้รับกับทัศนคติและศรัทธาที่เด็ก ๆ มีต่อโครงการอบรมนี้ ผู้ใหญ่เองก็คงจะเกิด แนวคิดและเห็นแนวทางในการวางแผนพัฒนา เยาวชนในโอกาสต่อไปได้มากทีเดียว ถ้ามองที่หลักสูตรการอบรมก็คงจะเห็น แล้วว่า การเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ หรือ เทคโนโลยีสมัยใหม่นั้น สามารถไปกันได้ดี กับการเรียนรู้ธรรมะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก เกมคอมพิวเตอร์ เห็นได้ชัดเจนเลยว่า เด็ก เรียนธรรมะจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทั้ง ๆ ที่ เด็กทุกคนสนใจคอมพิวเตอร์ แต่เด็กก็รู้จาก ประสบการณ์ของตนเองว่า การเจริญสมาธิ ภาวนามีคุณค่ากว่าคอมพิวเตอร์ เพราะทำให้ ความประทับใจที่ไม่รู้ลืม ใจสงบ ใจสบาย มีความสุข เทคโนโลยี ก่อนเข้าอบรมเด็กแต่ละคนจะเป็นอย่างไร ก็ตาม แต่ในวันสุดท้ายก่อนพิธีรับวุฒิบัตร เด็ก ๆ ทุกคนได้เข้าไปกราบแสดงความเคารพ พ่อแม่ผู้ปกครองโดยพร้อมเพรียงกันอย่าง เป็นระเบียบ สวยงาม เป็นภาพที่ประทับตา ประทับใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้ที่ได้ พบเห็นยิ่งนัก สมัยใหม่หรือคอมพิวเตอร์ แม้จะมีประโยชน์ ก็จริง แต่ไม่สามารถช่วยให้ใจมีสันติสุขได้ ดังนั้นเราคงจะพอสรุปแนวทางพัฒนา การศึกษาได้แล้วว่า การพัฒนาเยาวชน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่างสงบสุข และประสบความสำเร็จในสังคมปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสับสนยิ่งขึ้น เพราะจำนวนประชากรทวีจำนวนขึ้นก็ดี เพราะคนเราขาดคุณธรรมก็ดี เราจะต้อง พัฒนาทั้งด้านวิทยาการและคุณธรรม ควบคู่กันไปตลอด ในด้านคุณธรรม ก็จะต้องเน้นหนักด้านการปฏิบัติจึงจะ ได้ผลดี เพราะคุณธรรมเป็นเรื่องของ นามธรรม ยากแก่การเข้าใจและเชื่อถือ สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์โดยตรง ผู้ใหญ่บางท่านอาจถือเอาตนเองเป็น มาตรฐานว่า ตนไม่เคยศึกษาเล่าเรียนธรรม ปฏิบัติก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ แต่โปรดอย่าลืมว่า ลูกหลานของท่านอาจจะ ไม่โชคดีเหมือนท่าน หรืออาจจะมีบุญวาสนา ไม่มากเหมือนท่าน ทั้งอาจจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่แตกต่างจากท่าน ถ้าไม่ได้รับการพัฒนา ให้พร้อม เขาอาจจะเพลี่ยงพล้ำลงระหว่างทาง ได้ เปรียบเสมือนผลไม้บนต้นกว่าจะเจริญ เติบโตเต็มที่ จนผลแก่รับประทานได้ก็อาจจะ ถูกหนอนหรือแมลงเจาะไชจนเน่าเสียหรือ หล่นไปเสียก่อนเวลาอันควรได้ ผิดกับผลไม้ ที่เจ้าของคอยดูแลประคบประหงมหุ้มห่อด้วย วัตถุที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลาอันควรเก็บก็ได้ ผลไม้ที่มีผิวสวยงาม มีคุณค่า มีรสดี ได้ราคาดี ธรรมปฏิบัติที่ปลูกฝังลงในจิตใจของ เยาวชนนั้น จะมีคุณค่ามหาศาลยิ่งกว่าวัตถุ ที่ใช้ห่อผลไม้มากมายหลายร้อยหลายพัน เท่า เพราะจะเป็นทั้งที่พึ่งที่ระลึก เป็น แสงสว่างส่องให้เยาวชนเดินไปในทาง ที่ถูกที่ควรตลอดชีวิต - แล้วลูกหลานของท่านล่ะ ท่านจะ ปล่อยให้เขาเอาแต่ใจตัว หรือจะอบรม ให้เขาเป็นคนดี คนเก่งของสังคมและ ประเทศชาติ ก็ลองพิจารณาดูนะคะ กั ล ย า ณ ม ต ร ๔๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More