ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ใครบ้างทำงานเพื่อการศึกษาจริง ๆ ใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับ
ง
การศึกษา ผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาคือทุกครอบครัว
คนที่ทำงานเพื่อการศึกษาก็คือครูผู้สอน
และผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษานั้น ครูเป็น
ผู้ที่ยากไร้ แต่มีใคร
เอาใจใส่บ้าง”
๓๒
กั ล ย า ณ ม ต ร
ผมว่าสังคมควรยกย่องครูให้มากกว่านี้
ผมได้รับเลือกเป็นเลขาธิการคุรุสภา
ผมมั่นใจว่าผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะไม่ได้
คิดทำเพื่อส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้ง
ธนาคารเพื่อการศึกษา หรือการกำหนดเกณฑ์
มาตรฐานวิชาชีพครูที่กำลังทำอยู่ ซึ่งควรมี
เหมือนจรรยาแพทย์ จรรยาบรรณของทนาย
ความ ถ้าทำได้มาตรฐานครูต้องสูงขึ้นแน่
ในประเทศที่เจริญแล้วคุณวุฒิของครูจบปริญญา
ตรีทั้งนั้น ถึงแม้วันนี้ ปีนี้ยังทำไม่ได้ แต่ผม
มั่นใจว่าอีกห้าปี สิบปีข้างหน้าจะต้องได้ คุณวุฒิ
ครูต้องสูงขึ้น เหมือนวิชาชีพอื่นทั้งหลาย ซึ่ง
อยู่ในระดับปริญญาตรีหมดแล้ว วิชาชีพ
ครูถือว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูงอย่างหนึ่งที่สำคัญ
ที่สุด เพราะต้องมีครูในทุกครอบครัว
ผมอยากให้ช่วยกันใช้กฎหมายพระราช
บัญญัติครู ปีพ.ศ. ๒๔๙๘ ให้สมบูรณ์แบบ
ถ้าสังคมยกย่องครูโดยจริงจัง จริงใจ ผมว่า
สังคมไทยจะดีกว่านี้ ใครที่ว่าไม่มีครู
ผมว่าไม่จริง พระที่ดีก็เป็นครู พ่อแม่ก็คือ
ครูคนแรกของลูก อยู่ในโรงเรียนก็มีครู
แท้ๆ พ้นจากสภาพโรงเรียนก็มีครูตัวอย่าง
ให้ดู เช่น คนไทยตัวอย่างที่มีชื่อเสียง
ในทางที่ดี หรือตัวอย่างที่ไม่ดี ก็นำมาชี้
แนะให้เยาวชนดูได้ว่า ถ้าปฏิบัติอย่างนั้น
ก็จะประสบเคราะห์กรรม ใครประกอบ
กรรมดีก็ควรเอาเป็นครูเป็นแบบอย่างที่ดี
ในการดำเนินชีวิต ในการพัฒนาตนเอง....”
ธนาคารเพื่อการศึกษา...
ก้าวใหม่ของคุรุสภา
“ธนาคารเพื่อการศึกษา มีเป้าหมาย
0
หลักอยู่ ๓ ประการคือ เพื่อการศึกษา เพื่อ
พัฒนาเยาวชนของชาติ และเพื่อระดมทุน
ในการพัฒนาการศึกษาของชาติ แล้วเราก็
หาดูว่าใครบ้างทำงานเพื่อการศึกษาจริง ๆ
ใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ผู้เกี่ยวข้อง
กับการศึกษาคือทุกครอบครัว คนที่ทำงาน
เพื่อการศึกษาก็คือครูผู้สอน และผู้เกี่ยวข้อง
กับการศึกษานั้น ครูเป็นผู้ที่ยากไร้ที่สุด แต่มี
ใครเอาใจใส่บ้าง
ธนาคารเพื่อการศึกษานั้น ใช้หลักการ
เดียวกับธนาคารพาณิชย์ จะให้ครูเป็นผู้ถือหุ้น
การดำเนินการให้มืออาชีพมาทำ มืออาชีพ
ที่เห็น ๆ มีหลายท่าน เชื่อว่าท่านเหล่านั้น
เสียสละเพื่อพวกเราได้ ในขั้นต้นคงลำบาก
ล้มลุกคลุกคลานก่อน มีคนเป็นห่วงว่าครูจะกู้
อย่างเดียว ผมบอกว่าแน่ใจหรือที่ว่าครูจะกู้
อย่างเดียว ครูออมทรัพย์ ครูที่จะฝากเงิน
ไม่มีบ้างเชียวหรือ ถ้ากู้เพื่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัย
ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ตามหลักพุทธศาสนา เราก็
ควรจะคิดดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ส่วนปัจจัยที่ห้า
ทั่วไปก็คิดดอกเบี้ยเท่ากับท้องตลาด ให้ดอกเบี้ย
ถูกเสียหมดก็ฟุ่มเฟือยมากเกินไป ถึงครู
ก็ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผมว่าถึงเวลา
แล้วที่จะให้ผู้ยากไร้ได้ตั้งธนาคารเสียที ในอดีต
ที่ผ่านมาก็มีแต่เศรษฐีเท่านั้นที่ตั้งธนาคาร....
ครูมีอยู่ราว 900,000 คน สมาชิก
ในครอบครัว ๆ ละ ๕ คน รวมเป็น ๓,๕๐๐,000
คน รัฐบาลควรเห็นความสำคัญแล้วผมเอง
จะมุ่งมั่นไม่ท้อถอยหรอก ถึงทำยากก็ต้องทำ
เพราะมีครูแล้วจึงมีคุรุสภา....”
Kalyanamitra.org