ข้อความต้นฉบับในหน้า
เอาคนผิดมาเสียแล้ว” ว่าแล้วเขาก็จ้องดูผมอย่าง
พินิจพิเคราะห์อีกครั้ง
1 “ผิดตัวจริง ๆ” เขาพูดอย่างมั่นใจ “นายทองคนนี้
ชะตายังไม่ถึงฆาต นายทองที่เราต้องการอยู่บ้านใกล้ ๆ
กับนายทองคนนี้ แต่อายุแก่กว่าคนนี้ ๑ ปี” เราหันไป
ทางชายทั้ง ๔ คน แล้วสั่งด้วยเสียงอันดังว่า “พวกแก
นำเขาไปส่งแล้วไปเอานายทองแดงคนนั้นมา”
ในที่สุดผมจึงถูกพาตัวออกจากห้องโถงแห่งนั้น
ไปยังห้องโถงใหญ่อีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีอากาศร้อนอบอ้าว
เต็มไปด้วยควันไฟ ผมรู้สึกสงสัยเป็นกำลัง จึงถาม
คนทั้ง ๔ ขึ้นว่า
C
เขา “ที่นี่มันอะไรกันแน่ครับ กรุณาบอกผมด้วย”
“แกอย่ารู้เลย” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยเสียงดุๆ
“ประเดี๋ยวแกก็จะรู้เอง” ว่าแล้วก็พาผมเดินไปอย่าง
รวดเร็ว พอมาถึงที่แห่งหนึ่ง ผมตกใจกลัวแทบช็อก
เมื่อเห็นคนจำนวนมากถูกทหารใส่เสื้อแดง จับขึงพืด
ลงบนแผ่นเหล็กที่กำลังร้อนแรง ถูกเอาตะปูเหล็กตอก
ที่มือทั้ง ๒ ข้าง ที่เท้า ๒ ข้าง และที่หน้าอกตรึงไว้กับ
แผ่นเหล็ก คนเหล่านั้นต่างดิ้นรนบิดตัวเร่า ๆ ส่งเสียง
ร้องครวญครางระงมซมแซวกึกก้อง ผมหันหน้าหนีเสีย
จากภาพอันโหดร้ายทารุณนั้นแล้วเดินตามคนทั้ง ๔
ไปด้วยความรันทดสลดใจ
เรามาถึงที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งบรรยากาศดีขึ้น มีกอไผ่
ขึ้นเป็นเงาร่มเย็นสบายทั่วไปทุกแห่ง ตามใต้ร่มไม่มี
คนยืน เดิน นั่ง นอน อยู่เป็นจำนวนมาก สักครู่หนึ่ง
ผมก็รู้สึกว่ามีลมพัดมาอย่างแรง ทำให้ป่าไผ่เกิดเสียงดัง
อู่ๆ ใบไม้เริ่มร่วงหล่นลงสู่พื้นเป็นสาย ๆ แต่ท่าน
อาจารย์เอ๋ย ใบไผ่เหล่านั้น ได้กลายเป็นหอกดาบอัน
แหลมคมเป็นมันแปลบปลาบพุ่งเข้าเสียบแทงคนเหล่านั้น
เขาต่างก็ส่งเสียงร้องครวญครางวิ่งพล่านเพื่อหลบใบหอก
ใบดาบเหล่านั้น แต่ไม่มีที่หลบซ่อนกำบังเลย เพราะ
ใบหอกพุ่งมาจากทุกทิศทุกทาง ผมเบือนหน้าหนีจาก
ภาพอันน่าสงสารนั้นเดินตามผู้คุมทั้ง ๔ ไป
- อีกแห่งหนึ่ง ผมได้เห็นทหารเสื้อแดงจับคนเป็น
อันมากผูกขาโยงไว้บนกิ่งไม้ ห้อยหัวลงมาแบบเดียวกับ
ค้างคาวแล้วก็ถูกทหารเอามีดขนาดใหญ่ถากตามแข้งขา
และร่างกายคล้ายกับถากไม้ ก้อนเนื้อถูกถากตกลงไป
กองอยู่บนพื้นเป็นชิ้น ๆ มีโลหิตไหลโกรกออกมาอาบ
ตามร่างกาย คนผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นต่างส่งเสียง
ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เสียงดังระงมกึกก้อง
บรรยากาศ ผมหลับตาเสียจากภาพอันทารุณโหดร้ายนั้น
เดินตามทหารผู้คุมไป
“คุณครับ กรุณาพาผมออกไปเสียจากที่นี่เร็ว ๆ
ด้วยผมทนต่อไปไม่ไหวแล้ว” ผมบอกทหารด้วยความ
รู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างยิ่ง
“อดใจไว้” ทหารคนเดิมบอกด้วยเสียงเฉียบขาด
“แกจะต้องดูอีกสักแห่งสองแห่งก่อนจึงจะไปได้”
ในที่แห่งหนึ่ง ผมเห็นคนผู้น่าสงสารจำนวนมาก
ถูกจับเทียบเข้ากับรถ และถูกบังคับให้ลากรถวิ่งไปบนพื้น
เหล็กที่กำลังลุกโชติช่วง ทุกคนกระโดดโลดเต้นและ
ส่งเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส มีชายคนหนึ่ง
ลากรถวิ่งมาใกล้ ๆ เรา เมื่อผมมองดู ก็จำได้อย่าง
ชัดเจนว่าเขาคือลูกพี่ของเรานั่นเอง ผมเผลอร้องออกไป
สุดเสียงว่า “ลูกพี่ ลูกพี่” แล้วก็เป็นลมหมดสติไปทันที
เมื่อผมรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ก็รู้สึกว่าตัวเองนอนสลบ
อยู่บนพื้น ท่ามกลางความมืดอย่างที่ท่านเห็นนี้แหละ
ครับ” เด็กหนุ่มนอนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก็หลับตา
ลงหายใจระรวย
ครู่หนึ่งต่อมา เราก็ได้ยินเสียงรถยนต์และแสงไฟ
หน้ารถพุ่งมาจากทางทิศเหนือ นายอ้ายรีบผลุนผลัน
ออกไปยืนกลางถนนโบกมือให้รถหยุด เมื่อรถมาถึง
และหยุดลงแล้ว เราจึงได้ทราบด้วยความดีใจว่า รถ
ทั้งสองคันนั้นเป็นรถคุณชำนาญคันหนึ่ง รถของตำรวจ
อีกคันหนึ่ง ตำรวจได้เดินฉายไฟดูสถานที่พอเป็นพิธี
แล้ว ก็ช่วยกันยกศพที่ยังเหลืออยู่และหามนายทองขึ้นสู่
รถเพื่อเดินทางกลับ ทุกคนต่างแสดงความประหลาดใจ
เมื่อได้ทราบว่า นายทองตายแล้วฟื้นคืนมา อาตมาเอง
ถูกคุณชำนาญคะยั้นคะยอให้กลับคืนสู่เชียงใหม่อีกครั้ง
หนึ่งก่อน จึงตัดสินใจขึ้นรถกลับตามเขาไป คืนวันนั้น
เอง เราก็ทราบข่าวด้วยความสลดใจว่านายทอง ใจแก้ว
เพื่อนบ้านของนายทองเด็กหนุ่มกระเป๋ารถเมล์ ได้ตายลง
ด้วยโรคลมปัจจุบันในตอนเย็นวันเดียวนั่นเอง
อ่านต่อฉบับหน้า
๑๑๐
กั ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org