ข้อความต้นฉบับในหน้า
เขาได้แสดงความสนใจในพระพุทธ อนุรักษ์นิยมหรือ โทรี่ (Tory) ต่างก็ผลัดกัน
ศาสนา โดยเล่าว่า ไม่ไกลนักจากที่บ้านของ
ตนเอง ก็มีชาวพุทธจากทิเบตมาตั้งสำนักอยู่
และตัวของเขาเองก็เคยพบกับองค์ดาไลลามะ
ผู้นำทางด้านศาสนจักรและอาณาจักรของ
ทิเบตมาแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนอาตมานั้นเป็น
พระภิกษุรูปที่สอง ซึ่งเขาได้มาพูดคุยด้วย
และดูจะเป็นเรื่องซึ่งไม่น่าจะคาดคิดว่า ใน
มหาวิทยาลัยอันเก่าแก่ อันเป็นศูนย์กลางของ
วัฒนธรรมตะวันตกนั้น จะมีพระภิกษุผู้เป็น
ตัวแทนของวัฒนธรรมจากโลกตะวันออก
เข้ามาศึกษาอยู่ในที่นี้ด้วย ซึ่งอาตมาก็ได้ตอบ
ไปว่า ก็ไม่คาดคิดเหมือนกันที่นักการเมือง
นามกระเดื่องชาวอังกฤษ จะเดินทางเข้ามาสู่
ห้องพักเล็ก ๆ ห้องนี้เพื่อมาพูดคุยกับอาตมา
ในขณะนี้
ส่วนในเรื่องกา
วนในเรื่องการบ้านการเมืองของ
อังกฤษนั้น มิสเตอร์เดวิสก็มีความคิดเห็น
หนักแน่นแบบหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่ดี และ
คิดว่าวิถีทางที่จะพัฒนาประเทศของเขาสู่
ความเจริญที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น จะต้องมาจาก
หนทางแบบเสรีประชาธิปไตยเท่านั้น ไม่ใช่
การใช้กำลัง หรืออำนาจทางเศรษฐกิจ หรือ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งไม่ยุติธรรมต่อสังคม นโยบาย
ของมิสเตอร์เดวิสที่ได้รับการยกย่องมากจาก
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด คือนโยบายที่เปิด
กว้างทางการศึกษา เขาเห็นว่าการศึกษา
เป็นสิ่งที่ธำรงไว้ซึ่งความศิวิไลซ์ของวัฒนธรรม
อังกฤษ เขาต้องการยกระดับการศึกษาของ
ชาติให้เจริญก้าวหน้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขา
จึงใช้คำพูดบวกความหนักแน่นในด้านอุดม
การณ์ กับการมีมารยาทที่เป็นผู้ดีอันนุ่มนวลนี้
เป็นกุญแจไขไปสู่ความสำเร็จทางการเมือง
อันนี้อย่างแน่นอน
ในอดีตนั้นพรรคการเมืองแบบเสรีนิยม
หรือ ลิเบอรัล (Liberal) นั้น เป็นพรรคที่ใหญ่
ที่สุดพรรคหนึ่ง และก็เป็นคู่แข่งสำคัญของพรรค
๕๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
ขึ้นมามีอำนาจ แล้วก็ทำให้สังคมอังกฤษนั้น
เปลี่ยนแปลงไปมากมายทีเดียว หลังจากสง
ครามโลกครั้งที่ ๒ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันพรรค
การเมืองพรรคนี้ก็ได้กลายเป็นพรรคเล็ก ๆ
พรรคหนึ่ง และมีโอกาสขึ้นมาบริหารงาน
ประเทศเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วก็เป็นระยะ
เวลาที่สั้นมาก น้อยคนนักที่จะคิดว่าพรรค
เสรีนิยมนี้จะกลับเข้าไปมีบทบาทสำคัญเหมือน
ดังสมัยก่อนอีก
การเมืองในประเทศอังกฤษปัจจุบัน
จึงเป็นเรื่องของการช่วงชิงอำนาจกันระหว่าง
พรรคอนุรักษ์นิยมหรือในชื่อใหม่ว่า คอน
เซอร์เวทีฟ ปาร์ตี้ (Conservative Party)
กับพรรคแรงงานหรือเลเบอร์ (Labour) ซึ่ง
เป็นพรรคการเมืองซึ่งมีขนาดยักษ์ด้วยกันทั้งคู่
พรรคขนาดเล็กอย่างเสรีนิยมจึงมารวมตัวกับ
พรรคโซเชียล เดโมแครต (Social Democrat)
ซึ่งแตกออกมาจากพรรคแรงงาน เกิดเป็น
พรรคลูกผสมชื่อว่า ออลเลียนซ์ (Alliance)
ซึ่งจะส่งผู้แทนลงสมัครรับเลือกตั้งร่วมกัน
แต่ก็ยังไม่รวมเป็นพรรคเดียวกัน
ในเรื่องนี้หลายคนก็แสดงความคิดเห็น
ว่า ทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางด้านการเมือง
ประชาชนจะรู้สึกว่าไม่รู้จะเลือกใครดี เพราะ
นโยบายนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการบริหาร
งาน ความสำนึกในเรื่องการเมืองของคน
อังกฤษแตกต่างจากคนไทยจากหน้ามือเป็น
หลังมือ พรรคการเมืองพรรคหนึ่งนั้น เขาถือ
เป็นตัวแทนของความคิดแนวหนึ่งในการบริหาร
ประเทศ ส่วนในบ้านเมืองของเรานั้น นัก
การเมืองเป็นกลุ่มของบุคคลที่คุ้นเคยกัน เคย
คบหากันมาหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน แล้วมา
รวมกลุ่มกัน เพื่อให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลง
ทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ฉะนั้น
การรวมพรรคก็ดี การแยกพรรคก็ดี การตั้ง
พรรคขึ้นมาใหม่ก็ดี ในประเทศอังกฤษนี้จึง
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ต้องมีการอภิปราย
กันหลายต่อหลายครั้ง และถกเถียงในสาย
ของผู้ที่ไม่เห็นด้วย จนเห็นพ้องต้องกันใน
หลักการหรืออุดมการณ์แบบเดียวกัน จึงมี
การรวมกลุ่มเป็นพรรคการเมืองแบบเดียวกันได้
มิฉะนั้นแล้วก็อยู่แยกกัน ไม่มารวมกันง่าย ๆ
เหมือนอย่างในบ้านเรา
เมื่อไหร่ก็ตาม ที่มีการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านการเมืองกับพรรคใดพรรคหนึ่งจนมี
การรวมตัวของพรรคก็ดีหรือการแยกตัวของ
พรรคการเมืองขึ้นมาก็ดี สิ่งนั้นก็จะแผ่กระจาย
ไปสู่วงกว้างคือ สังคมเกือบทุกระดับ แม้
ในวงการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัย
อ๊อกซฟอร์ดแห่งนี้ เมื่อมีการรวมตัวของพรรค
เกิดขึ้น พรรคการเมืองของนักศึกษาในมหา
วิทยาลัยก็รวมตัวกันขึ้นด้วยอุดมการณ์แบบ
เดียวกัน แล้วใช้ชื่อเสียงเรียงนามอันเดียวกัน
เพื่ออุดมการณ์แบบเดียวกัน พรรคการเมือง
หลายพรรคในระดับประเทศก็มีการจัดตั้ง
พรรค โดยมีนักศึกษาเป็นสมาชิกของพรรคนั้น
อยู่ในมหาวิทยาลัย แล้วลงสมัครเพื่อรับการ
เลือกตั้งเป็นตัวแทนของพรรคนั้นในมหา
วิทยาลัยเช่นเดียวกัน และมีนักศึกษาอีกหลาย
คน หลังจากได้มีบทบาทบนเวทีการเมือง
ระดับมหาวิทยาลัย เมื่อจบการศึกษาแล้ว
ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรใน
ระดับการเมืองท้องถิ่นของเทศบาล หรือแม้
กระทั่งระดับประเทศเลยก็มีจำนวนมากเช่น
เดียวกัน ซึ่งเปรียบเทียบกับคนไทยแล้วก็
แตกต่างกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือดังที่กล่าว
มาแล้วทีเดียว
เมื่อได้ศึกษาในรายละเอียดแล้ว ก่อนที่
สังคมของอังกฤษจะพัฒนาระบบการปกครอง
ของตัวเองขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้นั้น เป็นเรื่อง
ซึ่งค่อยเป็นค่อยไปกินเวลาเป็นพันปี จากแต่เดิม
ซึ่งมีเรื่องเป็นตำนานเล่าสู่กันฟังถึงชายชรา
คนหนึ่ง แกมีกระท่อมหลังเล็ก ๆ อยู่ริมฝั่ง