การอุปถัมภ์มหาวิทยาลัยนาลันทา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 11 หน้า 73
หน้าที่ 73 / 124

สรุปเนื้อหา

คุปตะได้ถวายรายได้ภาษีจากหมู่บ้าน 4 หมู่ใน เมืองราชคฤห์ เป็นทุนเลี้ยงดูนักศึกษา และเป็น ทุนค้นคว้าในมหาวิทยาลัย กษัตริย์อื่น ๆ ในประเทศใกล้เคียงก็ถวายความอุปถัมภ์ให้แก่ มหาวิทยาลัยนี้ด้วยหลายพระองค์ มีกษัตริย์พระองค์หนึ่ง ทรงอุปถัมภ์มหา- วิทยาลัยนี้มากที่สุดคือ พระเจ้าหรรษะ หรือ หรรษวรรธนะ (?) ผู้ครองเมืองกาโน (หรือกันยา- กุพชะ) เป็นกษัตริย์ยิ่งใหญ่องค์สุดท้ายของ ราชวงศ์คุปตะ ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนามาก เมื่อพระถังซัมจั๋งเดินทางมาถึงอินเดียในสมัยกษัตริย์ พระองค์นี้ได้ทรงสร้างกุฏิเป็นโลหะทั้งหลัง ถวาย ราชทรัพย์อันได้จากภาษีในหมู่บ้าน หมู่ ให้ แก่มหาวิทยาลัยทั้งหมด และทรงกำหนดให้เจ้าบ้าน ๒๐๐ ครัวเรือนในหมู่บ้านคอยจัดหาข้าวสารและ นมเนยถวายพระภิกษุสงฆ์ในมหาวิทยาลัย ไม่ให้ บกพร่องได้ นอกจากราชวงศ์

หัวข้อประเด็น

- การอุปถัมภ์มหาวิทยาลัยนาลันทา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คุปตะได้ถวายรายได้ภาษีจากหมู่บ้าน 4 หมู่ใน เมืองราชคฤห์ เป็นทุนเลี้ยงดูนักศึกษา และเป็น ทุนค้นคว้าในมหาวิทยาลัย กษัตริย์อื่น ๆ ในประเทศใกล้เคียงก็ถวายความอุปถัมภ์ให้แก่ มหาวิทยาลัยนี้ด้วยหลายพระองค์ มีกษัตริย์พระองค์หนึ่ง ทรงอุปถัมภ์มหา- วิทยาลัยนี้มากที่สุดคือ พระเจ้าหรรษะ หรือ หรรษวรรธนะ (?) ผู้ครองเมืองกาโน (หรือกันยา- กุพชะ) เป็นกษัตริย์ยิ่งใหญ่องค์สุดท้ายของ ราชวงศ์คุปตะ ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนามาก เมื่อพระถังซัมจั๋งเดินทางมาถึงอินเดียในสมัยกษัตริย์ พระองค์นี้ได้ทรงสร้างกุฏิเป็นโลหะทั้งหลัง ถวาย ราชทรัพย์อันได้จากภาษีในหมู่บ้าน 000 หมู่ ให้ แก่มหาวิทยาลัยทั้งหมด และทรงกำหนดให้เจ้าบ้าน ๒๐๐ ครัวเรือนในหมู่บ้านคอยจัดหาข้าวสารและ นมเนยถวายพระภิกษุสงฆ์ในมหาวิทยาลัย ไม่ให้ บกพร่องได้ นอกจากราชวงศ์ ยังมีพราหมณ์เศรษฐี อีกคนหนึ่งชื่อ สุวิษณุ เป็นคนในสมัยเดียวกัน กับพระนาคารชุน (สมัยพุทธศตวรรษที่ ๒) อธิการบดีองค์แรกของมหาวิทยาลัย สร้างกุฏิเป็น ที่อาศัยของนักศึกษาไว้ในมหาวิทยาลัยถึง ๑๐๘ หลัง เพื่อให้เป็นที่ศึกษาพุทธศาสนาลัทธิหินยาน ความข้อนี้แสดงว่าการศึกษาใน และมหายาน มหาวิทยาลัยนาลันทามิได้จำกัดศาสนาและลัทธิ อันใด อาจารย์ฝ่ายมหายานผู้รับตำแหน่ง อธิการบดีต่อมา ที่ควรกล่าวนามอีกองค์หนึ่งให้ ปรากฏคือ พระทีฆนาคะ เป็นนักปราชญ์ ฝ่ายตรรกศาสตร์ มีชื่อว่าเป็นผู้เคยขับเคี่ยวเชิง ความรู้กับพราหมณ์ชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง นามว่า การกะปุงควะ ถกเถียงปัญหาแก่กัน เอาชนะ พราหมณ์นั้นได้ ต่อมามี พระธรรมปาละ และ พระศีลภัทระ อาจารย์ของหลวงจีนถังซัมจั๋ง โดย าดับ พระถังซัมจั๋งเล่าไว้ในจดหมายเหตุ ของท่านว่า ท่านศีลภัทระเป็นนักปราชญ์ขนาด เป็นพระอรหันต์ สั่งสอนท่านให้มีความรู้จน สามารถถ่ายทอดคัมภีร์พุทธศาสนาไปสู่ภาษาจีน ได้ทั้งหมด เมื่อพระถังซัมจั๋งเดินทางกลับประเทศ จีนแล้ว มหาวิทยาลัยได้อธิการบดีที่สามารถมา ควบคุมอีกหลายท่าน เช่น ท่านธรรมกีรติ และ ท่านกุมารอา นักปราชญ์ฝ่ายมหายาน ผู้เอาชนะ นักปราชญ์ฮินดูชั้นดี ๆ ในสมัยนั้นได้หมด ต่อ มามหาวิทยาลัยได้ ท่าน น รักขิต เป็นอธิการบดี สมัยนั้นทางทิเบตต้องการดูตัวหัวหน้าใหญ่ของ มหาวิทยาลัย กษัตริย์ทิเบตมีใบบอกมาเชิญท่าน สันดรักขิตไปเผยแผ่ศาสนาที่นั่น ท่านสันตรักขิต ทำงานเสียชีวิตที่ทิเบตเมื่อราว พ.ศ.๑๓๐๕ ต่อมา ท่านครูปัทมสมภพ อธิการบดีคนใหม่ เดินทางไป ทำงานแทนในสมัยพระเจ้าสะรองตะสันคัมโป คุรุ ปัทมสมภพทำงานไว้มากเหลือหลาย ทั้งนิกายลามะ อ่านตามประวัติพุทธศาสนา ได้ความรู้ ลัทธิพุทธศาสนามหายานที่สำคัญมากลัทธิหนึ่ง เกี่ยวกับความเป็นไปของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมออก ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศทิเบตจนกระทั่งทุกวันนี้ ไปว่า ตั้งแต่เริ่มตั้งมหาวิทยาลัยเป็นต้นมา ในสมัย เป็นที่น่าสังเกตว่า มาสมัยหลังมหา อโศกมหาราชยังไม่มีระเบียบรัดกุมจนกระทั่งมาถึง วิทยาลัยนาลันทามีชื่อเสียงก้องไปตลอดชมพูทวีป สมัยลัทธิมหายานเฟื่องฟู มหาวิทยาลัยได้ และประเทศใกล้เคียง เกียรติยศของมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่ดี มีนักตรรกวิทยา นักปรัชญา และ นักอักษรศาสตร์มีชื่อเสียงหลายคน เริ่มแต่ พระนาคารชุน อาจารย์ใหญ่ฝ่ายลัทธิมหายาน นั้นอยู่ที่มีอาจารย์ดี มีนักศึกษาดี และให้ความรู้ดี กว่ามหาวิทยาลัยพุทธศาสนาแห่งใดสมัยเดียวกัน โดยเฉพาะการศึกษาด้านมหายาน ไม่มีมหา- วิทยาลัยใดในโลกจะสู้ได้ ในมหาวิทยาลัยนาลันทามีนักศึกษา ชาวอาฟกานิสถาน และทิเบตเป็นส่วนมาก ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีคนแรกของมหา วิทยาลัย มหาวิทยาลัยผลิตนักศึกษาที่มีนาม ปรากฏอยู่ในวงการศึกษา เช่น พระอารย์เทพ ผู้ตั้งนิกายมัธยมมิก พระอสังคะ ผู้ตั้งนิกายโยคา จารย์ พระวสุพันธุ์ ผู้เป็นน้องชายพระเถระเหล่านี้ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเป็น อื่นอีก ๑๑ รูป นอกนั้นเป็นนักศึกษาจาก ลำดับต่อจากพระนาคารชุน มี อีกพวกหนึ่งเป็นนักศึกษาจากประเทศจีน หลวงจีนฟาเหี้ยน หลวงจีนถังซัมจั๋ง และหลวงจีน ประเทศเกาหลี นักศึกษาเหล่านี้ได้นำความรู้ Kalyanamitra.org นอกจากประติมากรรมในพุทธ ศาสนาแล้ว ยังพบประติมากรรมใน ศาสนาพราหมณ์เป็นจำนวนมาก ประติมากรรมในศาสนาเชนก็มี แสดงว่าพุทธศาสนาไม่ได้เป็นศาสนา เดียวในแถบนี้ และผู้นับถือพุทธ ยุคนั้นมีวิธีต่อสู้กับศาสนาอื่นอย่าง แปลกประหลาด คือทำรูปพระโพธิ สัตว์หรือเทวดาทางพุทธศาสนาขึ้นไป เหยียบอยู่บนรูปเคารพของศาสนาอื่น เช่น ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวรขึ้นไปทำท่าฟ้อนรำอยู่ บนพระมหาวีระของศาสนาเชน รูปไตรโลกวิชัยเหยียบศิวะและปารวตี้ รูปอปราชิตเหยียบพระคเณศ มีเทพ ในศาสนาพราหมณ์ เช่น พระอินทร์ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ เป็นพาหนะ ในมือถือเศียรของ พระพรหม กัลยา ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More