ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕๔ กัลยา ณ มิตร
วิเคราะห์ 1 1 3 4 จ ริ ญ ส ม ถ 3 ปี ส
ๆ
เชื่อก็วาดภาพไม่ออก ติดตามไม่ได้ ก็อาจจะเชื่อ ๆ ไปอย่างนั้นเองเหมือนชาวพุทธทั่ว ๆ ไป
เป็นพุทธก็เป็นไปอย่างนั้นเอง เชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง แล้วแต่อัธยาศัย สติปัญญา ทิฐิและอารมณ์
ส่วนใหญ่จะไม่รู้จักพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
ต
ไม่เฉพาะการ
อานิสงส์ข้อที่ ๓ เป็นจุดมุ่งหมายแท้จริงของพุทธศาสนา คือ "วิมุตติ” ซึ่งเป็น
สาระอันแท้จริงของธรรมปฏิบัติทุก ๆ วิธีทางพุทธศาสนา
ปฏิบัติตามแนววิชชาธรรมกาย ดังพุทธพจน์ที่กล่าวว่า:-
ด้วยประการฉะนี้แหละพราหมณ์! พรหมจรรย์นี้มิใช่มีลาภ สักการะ ชื่อเสียง
เป็นอานิสงส์ มิใช่มีความสมบูรณ์ด้วยศีลเป็นอานิสงส์ มิใช่มีความสมบูรณ์
ด้วยสมาธิเป็นอานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ แต่ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ
(อกุปปาเจโตวิมุตติ) นั้นแหละเป็นที่ต้องการ นั้นเป็นแก่นสาร นั้นเป็นที่สุดโดยรอบ (๒๒)
ขอเท้าความถึงความหมายของคำว่า "วิมุตติ” ตามที่อธิบายไว้ในหนังสือพุทธ
ธรรมของพระเทพเวที (๒๓ ว่ามี ๓ ความหมายคือ: -
0.
วิมุตติในความหมายที่เป็นผล คือเจโตวิมุตติ (ความหลุดพ้นทางจิตด้วย
กำลังสมาธิ) และปัญญาวิมุตติ (ความหลุดพ้นด้วยปัญญา) ธรรมปฏิบัติตามแนววิชชา
ธรรมกายมีอานิสงส์เป็นทั้งเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ โดยใช้ฌานสมาบัติเป็นบาทฐาน
ในการเจริญวิปัสสนาให้เห็นอริยสัจ ๔ ดูเอกสารอ้างอิงที่ 4 ซึ่งได้ตัดตอนมากล่าวไว้บ้างแล้ว
ในตอนต้นของหลักการปฏิบัติในข้อ ๓ ในบทความนี้
๒. วิมุตติในความหมายที่เป็นมรรค หมายถึงการหลุดพ้น หรือวิธีการปฏิบัติ
เพื่อให้เกิดการหลุดพ้น ในที่นี้จะขอกล่าวถึงแต่วิธีการปฏิบัติตามแนววิชชาธรรมกาย
เพราะกำลังพูดอยู่ในหัวข้อ "อานิสงส์" ของการปฏิบัติตามแนวนี้ เพื่อความเข้าใจดี จำเป็น
ต้องย้อนกลับไปพูดถึงหลักการปฏิบัติในหัวข้อที่ ๒ ที่กล่าวมาข้างต้นโดยสรุปอีกครั้งคือ
ขั้นตอนที่ ๑ เป็นสมถะ ฝึกสมาธิระดับอุปจาระและอัปปนาสมาธิระดับฌาน
ขั้นตอนที่ ๒ เป็นสติปัฏฐาน ๔ ทั้งด้านสมถะและวิปัสสนา ในด้านสมถะคือ
ตามเห็นกายในกายเข้าไปเรื่อย ๆ) ในด้านวิปัสสนาคือพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม
ของแต่ละกายทั้ง ๔ ฐานพร้อมกัน (๒๔)
ขั้นตอนที่ ๓ เป็นวิปัสสนา มีรูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ เป็นสมถะที่เป็น
บาทฐานของนิโรธสมาบัติ การดำเนินจิตเข้าศูนย์กลางธรรมกายเป็นการเจริญอริยมรรค
ตัวธรรมกายละเอียดที่มีใจขยายส่วนอันหาประมาณมิได้ (จากสมาธิ) เป็นตัววิปัสสนา คือ
มีการเห็นอันวิเศษด้วยธรรมจักษุ และหยั่งรู้ได้ด้วยญาณของธรรมกาย เห็นแจ้งรู้แจ้ง
อริยสัจ ๔ ในกายต่าง ๆ จนสำเร็จโสดาปัตติผลถึงอรหัตตผล ตัวนิโรธสมาบัติเป็นอริยมรรค
ในทางปฏิบัติ คือ โสดาปัตติมรรคจนถึงอรหัตตมรรค เป็นวิมุตติในความหมายที่เป็นมรรค
ในวิชชาธรรมกาย
ในเรื่องที่เกี่ยวกับนิโรธสมาบัติ หรือสมาบัติ ๙ เป็นสมาบัติที่มีแต่ในพระพุทธศาสนา
Kalyanamitra.org