ข้อความต้นฉบับในหน้า
ส น า ต า ม แ น ร ร ช ช ร ร ร ร ม ก า 8
การให้ของคนดี
ให้ทานตามกาล
บุคคลให้ทานตามกาลแล้ว ในที่ที่ผลแห่งทานนั้นเกิดขึ้นแก่เขา ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก
มีโภคะมาก และความต้องการทั้งหลายของเขาที่เกิดขึ้นตามกาลย่อมบริบูรณ์
ก็จะลงไปถึงคำว่า อสังขตธาตุ ซึ่งถือว่าไม่ได้เกิดจากเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้นมา ไม่ใช่กระแส
ธรรมที่ไหลเรื่อยไปอย่างปฏิจจสมุปปบาทธรรม จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงและเป็นธาตุธรรมที่
ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติโดยตัวมันเอง ฉะนั้น นิพพานจึงเป็นสุข ไม่ใช่เพียงการดับ
ทุกข์ดับอัตตา แล้วไม่เหลืออะไรเลย ไม่ใช่การดับสูญ แต่ตรงกันข้ามเป็นการมีอยู่โดยสมบูรณ์
ไม่จำกัดกาลเวลา กาลเวลาไม่สามารถทำให้นิพพานเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเข้าใจเรื่องนิพพานก็
จะเข้าใจเรื่องธรรมกาย ซึ่งเรียกว่า "พระนิพพาน" (๒๔) คู่กับอายตนะนิพพาน คำอธิบายที่ว่า
ธรรมกายองค์ที่สุดเป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็นอัตตา (อัตตวิมุตติ) จึงไม่ได้ขัดกับหลักอนัตตาแต่
อย่างใด อยู่ที่ว่าจะมองในแง่ใด สภาวะที่หยั่งลงสู่อมตะ มีนิพพานเป็นปริโยสาร จึงหมายถึง
ธรรมกายอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพุทธรัตนะมีพุทธลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ มิใช่
เป็นเพียงพระนามอย่างหนึ่งของพระพุทธเจ้า (๓๒) แต่หมายถึง "กายตรัสรู้ธรรม” ของ
พระพุทธเจ้าเป็น พุทธรัตนะ ซึ่งมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนและสามารถเข้าถึงได้ด้วยการปฏิบัติ
ธรรม ผู้ที่เข้าถึงก็จะทราบว่ามีลักษณะเป็น องค์พระแก้วใส สว่าง บริสุทธิ์ ผู้ที่ปฏิบัติจน
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์พระธรรมกาย (ธัมมกาโย อะหัง อิติปิ) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากมาก
ก็จะบอกว่า ธรรมกายเป็นกายที่มีชีวิต เกิดจากชุมนุมแห่งอสังขตธรรมธาตุ เช่นเดียวกับ
กายมนุษย์เกิดจากการชุมนุนแห่งสังขตธรรมคือธาตุ ๖ ดังดำรัสของพระมหาปชาบดีโคตมี
Kalyanamitra.org
กัลยา ณ ม ต ร ๑๐๑