ข้อความต้นฉบับในหน้า
troe
ปประติมากรรมเหล่านี้
ส่วนใหญ่เป็นของสมัยปาละ
มีสมัยคุปตะอยู่บ้าง และเนื่องจาก
นาลันทาเป็นศูนย์กลางของพุทธ
นิกายตันตระด้วย รูปประติมา
กรรมที่พบนอกจากจะเป็น
พระพุทธรูป รูปพระโพธิสัตว์ ยัง
มีรูปเคารพในลัทธิตันตระจำนวน
มาก
พุทธธรรมกลับไปเผยแผ่เป็นประโยชน์ใหญ่ใน
บ้านเมืองของคนทุกคน
นักศึกษาจากประเทศจีนอีกผู้หนึ่งที่มี
ชื่ออยู่มากคือ หลวงจีนจึง เดินทางมาถึงประเทศ
อินเดียเมื่อราว พ.ศ.๑๒๑๖ อี้จึงมาพักศึกษาอยู่
เมื่อพวก
เมื่อไม่ได้รับอุดหนุนด้วยปัจจัยต่าง ๆ ก็พากันหลบ
หลีกไปสู่ต่างประเทศทีละคนสองคน
นักปราชญ์หมดไป นักศึกษาดี ๆ จึงไม่มีทางเกิด
ขึ้นได้ ด้วยประการฉะนี้อย่างหนึ่ง
มูลเหตุการเสื่อมของมหาวิทยาลัยอีก
ครั้ง
เป็นเวลานาน หลวงจีนผู้นี้จดหมายเหตุไว้ตอน ตอนหนึ่งคือ เมื่ออำนาจทางการเมืองของพวก
หนึ่งว่า จะหาพระภิกษุที่ไหนที่มีชีวิตประกอบ พราหมณ์ และพวกฮินดูอ่อนแอลง เปิดทางให้
ด้วยศีลาจารวัตร เป็นแบบอย่างอันดีของนักธรรม พวกสาวกของพระโมหมัด ผู้นับถือศาสนา
ทั่วโลก เท่ากับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนาลันทา อิสลามเข้ามารุกรานประเทศอินเดีย
ไม่มี วิชาที่สอนกันอยู่ในมหาวิทยาลัยไม่จำกัด แรกคนพวกนี้มุ่งหมายทำลายศาสนาพื้นเมืองคือ
เพียงวิชาพุทธศาสนา ยังมีสอนวิชาการแพทย์ ฮินดู ต่อจากนั้นมหาวิทยาลัยนาลันทาอันเป็น
วิชาฝ่ายศาสนาฮินดู และอื่น ๆ ด้วย ตามวิหาร
ที่พักของนักศึกษา ให้ดูน้ำขึ้นลงเป็นนาฬิกานับ และการฆ่าเป็นลำดับ
เวลา
ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาก็ถูกทำลายด้วยการเผา
เมื่อเราเดินทาง ไปถึงในเดือนเมษายน
ความรุ่งโรจน์ของมหาวิทยาลัย เป็นที่
ลือชาปรากฏแก่นานาประเทศว่า เป็นแหล่ง
พ.ศ. berb ถึงบริเวณมหาวิทยาลัยเมื่อ
เวลาบ่ายพระอาทิตย์อ่อน แต่เป็นฤดูร้อนจึงยัง
พ
ระโพธิสัตว์ที่มีมากที่สุด
คือ พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี บาง
รูปก็ไม่มีรูป พระอมิตาภะบนเศียร
รูปเหล่านี้ทำปางต่าง ๆ มีรูป
พระโพธิสัตว์สมันตภัทร วัชรปาณี
มัญชุศรี ประติมากรรมอื่น ๆ มีรูป
ชัมภละ เป็นเทพแห่งความมั่งคั่ง
(ทำนองเดียวกับท้าวกุเวร) เหรุกะ
หรือเหวัชระ ถือเป็นปางหนึ่ง
ของพระธานิพุทธ นางดารา เป็น
ศักติของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์-
สัตว์ เป็นเทพธิดาแห่งความรู้
บุคลาธิษฐานของพระสูตร (ปรัช
ญาปารมิตาสูตร)
๒๒ กัลยา ณ มิตร
รุ่งโรจน์ด้วยวิชาความรู้ถึงขนาดนี้แล้ว เกือบไม่ ร้อนจัด มีพายุในบ่ายวันนั้น มองดูแต่ไกลทาง
น่าเชื่อว่ามหาวิทยาลัยจะเหลือแต่ซาก ความ
รุ่งโรจน์ทั้งหลาย และมีชีวิตทั้งปวงย่อมหลีกเลี่ยง
หลักธรรมดาคือ อนัตตาไม่พ้น ทุกอย่างมี
แต่ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ใครที่หวังว่าจะเป็น
อย่างหนึ่งอย่างใดแน่นอนนั้น จะสำเร็จตาม
ความหวังไม่ได้เลย
ซ้ายมือของถนนที่ตัดมาจากสถานีรถไฟ มองเห็น
หมู่บ้านของพระสารีบุตรและโมคคัลลาน์อัคร
สาวกทั้งสองของพระพุทธเจ้า เห็นหมู่ไม้แห้งแล้ง
หมดความสด ทำให้ปรารมภ์ถึงความไม่เที่ยงของ
สังขาร หวนระลึกนึกถึงความดีงามของพระอัคร
สาวกแต่ครั้งกระโน้น นึกถึงถนนแห่งหมู่บ้าน
เมื่อหลวงจีนถังซัมจั๋งเดินทางมาเป็นนัก- อัครสาวกที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จผ่าน ทำให้เกิด
ศึกษา ที่จริงมหาวิทยาลัยนาลันทาอยู่ในสมัยเริ่ม
เสื่อม คือเสื่อมมาตั้งแต่ราว พ.ศ. ๑๒๘๐ และเสื่อม
เป็นลำดับมา จนกระทั่งถูกชาวมุสลิมเข้ามาทำ
ลายเผาผลาญเสียจนเหลือแต่ซาก ถ้าคำนวณตาม
เลานี้ก็จะน่าชื่นชมอยู่ เพราะตั้งแต่เริ่มตั้งมหา
วิทยาลัยในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นต้นมา
ปีติอันประกอบด้วยความรันทดและเสียดาย
เป็นหนทางดินปนทรายกว้างประมาณ
๕-๖ เมตร ทั้งสองข้างทางมีไม้มะม่วงและไม้ไทร
ใหญ่ แต่หาความสดงดงามไม่ได้ เดินด้วยความ
พยายาประมาณ ๑ ไมล์ ใกล้จะถึงบริเวณมหา
วิทยาลัย เห็นตึกเล็ก ๆ อยู่หลังหนึ่งข้างหน้า
นาลันทาเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาแห่งโลก ขณะนั้นลมพัดกล้า ฝุ่นตลบ แต่ยังมองเห็น
มาหลายร้อยปี
ซากร้างของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในที่กว้าง ท่าน
มูลเหตุแห่งการเสื่อมของมหาวิทยาลัย มี กัสสปเถระผู้เป็นประธานการปรับปรุงมหาวิทยา
อยู่ด้วยกัน ๒ ประการคือ ประการแรกเพราะ ลัยในขณะนั้นออกมาต้อนรับ มีพระฝรั่งชาติ
พวกนักปราชญ์พราหมณ์ที่เคยพ่ายแพ้แก่พุทธ
ศาสนามาแต่ก่อน มาตอนนี้พอดีหมดสมัยของ
ผู้นับถือศาสนาพราหมณ์จึงไม่สนับสนุนมหา
ฝรั่งเศสอยู่รูปหนึ่ง ถามได้ความว่าเสร็จสงคราม
แล้วเบื่อเลือดและกระสุนเต็มทน จึงเดินทางมาอยู่
วงศ์คุปตะ กษัตริย์วงศ์อื่นครอบครองอินเดียเป็น ที่นี่และขอบวชอุทิศชีวิตเพื่อการศึกษาพุทธธรรม
เราจะมีเวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา
วิทยาลัยนาลันทา ศาสนาพราหมณ์มีโอกาส ๒-๓ ชั่วโมง แม้จะยังร้อนและมีลมกล้าเพียงใด ก็
ฟื้นฟูขึ้นได้ การศึกษาพุทธศาสนาของนาลันทา ต้องเที่ยวศึกษาสถานที่ของมหาวิทยาลัยได้หมด
เริ่มเสื่อม บรรดาพวกนักศึกษาผู้มีปัญญาสามารถ ท่านกัสสปเถระผู้เป็นเจ้าของสถานที่ยินดีเป็นผู้
Kalyanamitra.org